
Paolo Ardoino ซีอีโอ Tether สวนนักวิจารณ์ "พูดตรงๆ ไม่แคร์หรอก" หลังผ่านออดิต KPMG ครั้งแรก
Paolo Ardoino ซีอีโอของ Tether ผู้ออกเหรียญ Stablecoin USDT รายใหญ่ที่สุดของโลก ออกมาตอบโต้นักวิจารณ์ที่ยังคงตั้งข้อสงสัยต่อผลการตรวจสอบบัญชี (Audit) ฉบับเต็มครั้งแรกโดย KPMG สหรัฐฯ ที่เพิ่งเสร็จสิ้นไปเมื่อวันก่อน โดยระบุสั้นๆ ว่า "พูดตรงๆ ไม่แคร์หรอก" (Honestly, I don't care) ในการให้สัมภาษณ์พิเศษกับรายการ The Starting Block ของ The Block เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ตามรายงานของ The Block
💬 "เราพิสูจน์ตัวเองมาหลายครั้งแล้ว"
Ardoino กล่าวว่า "เราพิสูจน์ตัวเองมาหลายครั้งแล้ว" พร้อมระบุว่า "ผมยินดีรับคำวิจารณ์ เพราะมันทำให้เราดีขึ้น แข็งแกร่งขึ้น ไม่มีคำวิจารณ์จำนวนเท่าไหร่ที่จะทำให้เราท้อถอย หรือทำให้เราหลุดออกจากเส้นทางและพันธกิจของเรา" โดยมองว่านักวิจารณ์บางส่วนไม่สามารถยอมรับได้ว่าตัวเองคิดผิด
ส่วนเรื่องความซับซ้อนของงบการเงิน Ardoino อธิบายว่า "งบดุลไม่ได้ซับซ้อนอะไร ด้านหนึ่งคือหนี้สินซึ่งก็คือโทเคนที่ออกไป อีกด้านคือเงินสำรองทั้งหมด" พร้อมย้ำว่า TIL (Tether International) เป็นนิติบุคคลเดียวที่ออก USDT
❓ ข้อกังขาที่ยังไม่หมด
แม้ KPMG U.S. จะให้ความเห็นแบบ "ไม่มีเงื่อนไข" (Unqualified Opinion) ต่องบการเงินปี 2568 ของ Tether International พบเงินสำรองเกินหนี้สินอยู่ 6,800 ล้านดอลลาร์ ซึ่ง Bitcoinaddict.com เคยรายงานรายละเอียดไปแล้วก่อนหน้านี้ก็ตาม แต่นักวิจารณ์ยังคงตั้งข้อสังเกตอยู่ 3 ประเด็นหลัก ได้แก่ ขอบเขตการตรวจสอบครอบคลุมแค่บริษัทลูกรายเดียว ไม่ใช่มุมมองรวมของกลุ่มบริษัททั้งหมด, เอกสารงบการเงินที่ผ่านการตรวจสอบและรายงานฉบับเต็มของ KPMG ยังไม่เปิดเผยต่อสาธารณะ และมีความเป็นไปได้ที่ KPMG อาจตั้งข้อสังเกตบางประเด็นไว้แม้จะให้ความเห็นแบบไม่มีเงื่อนไขก็ตาม
แหล่งข่าวใกล้ชิด Tether ชี้แจงว่าเหตุผลที่ไม่เปิดเผยเอกสารต่อสาธารณะเป็นเพราะ Tether เป็นบริษัทเอกชน ไม่ต่างจาก Bloomberg ที่เป็นบริษัทเอกชนเช่นกันและไม่เปิดเผยงบการเงินที่ผ่านการตรวจสอบต่อสาธารณะเหมือนกัน โดย Tether ยืนยันว่าพร้อมส่งงบการเงินให้หน่วยงานกำกับดูแลและธนาคารเมื่อมีการร้องขอ
⏳ ทำไมออดิตถึงใช้เวลานานหลายปี
Ardoino ให้เหตุผลว่าที่ผ่านมาการตรวจสอบล่าช้าเพราะท่าทีของรัฐบาลสหรัฐฯ ชุดก่อนที่ "เป็นปฏิปักษ์" ต่อวงการคริปโต รวมถึงคำวิจารณ์ต่อสาธารณะจากวุฒิสมาชิก Elizabeth Warren ที่ทำให้บริษัทตรวจสอบบัญชีรายใหญ่ไม่กล้ารับงาน ก่อนที่ท่าทีของรัฐบาลชุดปัจจุบันที่สนับสนุนคริปโตมากขึ้นจะเปิดทางให้ Tether เจรจากับ KPMG ได้สำเร็จ
ทั้งนี้ Ardoino ยกตัวอย่างเหตุการณ์ปี 2022 ที่ Tether เคยรองรับคำขอถอนเงินมูลค่ารวม 7,000 ล้านดอลลาร์ ภายใน 48 ชั่วโมง หรือคิดเป็นราว 10% ของเงินสำรองในขณะนั้น โดยไม่หยุดดำเนินการ เป็นหลักฐานยืนยันความแข็งแกร่งของบริษัท พร้อมอ้างว่าปัจจุบัน USDT มีผู้ใช้งานกว่า 650 ล้านคนทั่วโลก และบริษัทวางแผนจะทำการตรวจสอบบัญชีฉบับเต็มเป็นประจำทุกปี ควบคู่กับรายงานรับรองรายไตรมาสตามเดิม
🚀 แผนต่อไปของ Tether
นอกจากประเด็นออดิตแล้ว Ardoino ยังเปิดเผยว่า Tether กำลังพิจารณาการระดมทุนเพิ่มเติม แม้จะยืนยันว่าบริษัทไม่มีความจำเป็นต้องใช้เงินทุนก็ตาม พร้อมเดินหน้าพัฒนาแพลตฟอร์ม AI ที่ชื่อ QVAC และสนใจสนับสนุนทุนวิจัย AI เพื่อค้นหาช่องโหว่ในซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สของ Bitcoin หลังเหตุการณ์ช่องโหว่ของฮาร์ดแวร์วอลเล็ต Coldcard ที่ผ่านมา
📎 ข่าวที่เกี่ยวข้องจาก Bitcoinaddict.com:
👉 Tether ประกาศตรวจสอบบัญชีฉบับเต็มครั้งแรกโดย KPMG เสร็จสิ้น ยืนยันหนุนหลัง USDT $180 พันล้าน
👉 นายอาร์ม เจาะลึกบั๊ก Coldcard! ทำไมฟังก์ชันสุ่มฮาร์ดแวร์ไม่เคยถูกเรียกใช้เลย🔗 อ้างอิงต้นฉบับ: The Block / theblock.co
💬 ความเห็นบรรณาธิการ Bitcoinaddict:
ท่าทีมั่นใจของ Ardoino เข้าใจได้ในแง่หนึ่ง เพราะผลออดิตแบบไม่มีเงื่อนไขถือเป็นก้าวสำคัญจริงที่ตลาดเรียกร้องมานาน แต่ข้อกังขาเรื่องขอบเขตการตรวจสอบและการไม่เปิดเผยเอกสารฉบับเต็มก็เป็นประเด็นที่สมเหตุสมผลไม่แพ้กัน โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับมาตรฐานความโปร่งใสที่บริษัทมหาชนทั่วไปต้องปฏิบัติตาม นักลงทุนไทยที่ถือ USDT หรือใช้ในการเทรดควรแยกให้ออกระหว่าง "ผลตรวจสอบเป็นบวก" กับ "ความโปร่งใสสมบูรณ์แบบ" เพราะทั้งสองเรื่องยังมีระยะห่างกันอยู่พอสมควร
Tags / คีย์เวิร์ด SEO: Tether, Paolo Ardoino, USDT, KPMG, Elizabeth Warren, Stablecoin
— รายงานโดยทีมข่าว Bitcoinaddict.com