Paolo Ardoino ซีอีโอ Tether สวนนักวิจารณ์ "พูดตรงๆ ไม่แคร์หรอก" หลังผ่านออดิต KPMG ครั้งแรก
15 August 2026ข่าวโดย Rawiwarn Owattasanee

Paolo Ardoino ซีอีโอ Tether สวนนักวิจารณ์ "พูดตรงๆ ไม่แคร์หรอก" หลังผ่านออดิต KPMG ครั้งแรก

Paolo Ardoino ซีอีโอของ Tether ผู้ออกเหรียญ Stablecoin USDT รายใหญ่ที่สุดของโลก ออกมาตอบโต้นักวิจารณ์ที่ยังคงตั้งข้อสงสัยต่อผลการตรวจสอบบัญชี (Audit) ฉบับเต็มครั้งแรกโดย KPMG สหรัฐฯ ที่เพิ่งเสร็จสิ้นไปเมื่อวันก่อน โดยระบุสั้นๆ ว่า "พูดตรงๆ ไม่แคร์หรอก" (Honestly, I don't care) ในการให้สัมภาษณ์พิเศษกับรายการ The Starting Block ของ The Block เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ตามรายงานของ The Block

 

💬 "เราพิสูจน์ตัวเองมาหลายครั้งแล้ว"

 

Ardoino กล่าวว่า "เราพิสูจน์ตัวเองมาหลายครั้งแล้ว" พร้อมระบุว่า "ผมยินดีรับคำวิจารณ์ เพราะมันทำให้เราดีขึ้น แข็งแกร่งขึ้น ไม่มีคำวิจารณ์จำนวนเท่าไหร่ที่จะทำให้เราท้อถอย หรือทำให้เราหลุดออกจากเส้นทางและพันธกิจของเรา" โดยมองว่านักวิจารณ์บางส่วนไม่สามารถยอมรับได้ว่าตัวเองคิดผิด

 

ส่วนเรื่องความซับซ้อนของงบการเงิน Ardoino อธิบายว่า "งบดุลไม่ได้ซับซ้อนอะไร ด้านหนึ่งคือหนี้สินซึ่งก็คือโทเคนที่ออกไป อีกด้านคือเงินสำรองทั้งหมด" พร้อมย้ำว่า TIL (Tether International) เป็นนิติบุคคลเดียวที่ออก USDT

 

❓ ข้อกังขาที่ยังไม่หมด

 

แม้ KPMG U.S. จะให้ความเห็นแบบ "ไม่มีเงื่อนไข" (Unqualified Opinion) ต่องบการเงินปี 2568 ของ Tether International พบเงินสำรองเกินหนี้สินอยู่ 6,800 ล้านดอลลาร์ ซึ่ง Bitcoinaddict.com เคยรายงานรายละเอียดไปแล้วก่อนหน้านี้ก็ตาม แต่นักวิจารณ์ยังคงตั้งข้อสังเกตอยู่ 3 ประเด็นหลัก ได้แก่ ขอบเขตการตรวจสอบครอบคลุมแค่บริษัทลูกรายเดียว ไม่ใช่มุมมองรวมของกลุ่มบริษัททั้งหมด, เอกสารงบการเงินที่ผ่านการตรวจสอบและรายงานฉบับเต็มของ KPMG ยังไม่เปิดเผยต่อสาธารณะ และมีความเป็นไปได้ที่ KPMG อาจตั้งข้อสังเกตบางประเด็นไว้แม้จะให้ความเห็นแบบไม่มีเงื่อนไขก็ตาม

 

แหล่งข่าวใกล้ชิด Tether ชี้แจงว่าเหตุผลที่ไม่เปิดเผยเอกสารต่อสาธารณะเป็นเพราะ Tether เป็นบริษัทเอกชน ไม่ต่างจาก Bloomberg ที่เป็นบริษัทเอกชนเช่นกันและไม่เปิดเผยงบการเงินที่ผ่านการตรวจสอบต่อสาธารณะเหมือนกัน โดย Tether ยืนยันว่าพร้อมส่งงบการเงินให้หน่วยงานกำกับดูแลและธนาคารเมื่อมีการร้องขอ

 

⏳ ทำไมออดิตถึงใช้เวลานานหลายปี

 

Ardoino ให้เหตุผลว่าที่ผ่านมาการตรวจสอบล่าช้าเพราะท่าทีของรัฐบาลสหรัฐฯ ชุดก่อนที่ "เป็นปฏิปักษ์" ต่อวงการคริปโต รวมถึงคำวิจารณ์ต่อสาธารณะจากวุฒิสมาชิก Elizabeth Warren ที่ทำให้บริษัทตรวจสอบบัญชีรายใหญ่ไม่กล้ารับงาน ก่อนที่ท่าทีของรัฐบาลชุดปัจจุบันที่สนับสนุนคริปโตมากขึ้นจะเปิดทางให้ Tether เจรจากับ KPMG ได้สำเร็จ

 

ทั้งนี้ Ardoino ยกตัวอย่างเหตุการณ์ปี 2022 ที่ Tether เคยรองรับคำขอถอนเงินมูลค่ารวม 7,000 ล้านดอลลาร์ ภายใน 48 ชั่วโมง หรือคิดเป็นราว 10% ของเงินสำรองในขณะนั้น โดยไม่หยุดดำเนินการ เป็นหลักฐานยืนยันความแข็งแกร่งของบริษัท พร้อมอ้างว่าปัจจุบัน USDT มีผู้ใช้งานกว่า 650 ล้านคนทั่วโลก และบริษัทวางแผนจะทำการตรวจสอบบัญชีฉบับเต็มเป็นประจำทุกปี ควบคู่กับรายงานรับรองรายไตรมาสตามเดิม

 

🚀 แผนต่อไปของ Tether

 

นอกจากประเด็นออดิตแล้ว Ardoino ยังเปิดเผยว่า Tether กำลังพิจารณาการระดมทุนเพิ่มเติม แม้จะยืนยันว่าบริษัทไม่มีความจำเป็นต้องใช้เงินทุนก็ตาม พร้อมเดินหน้าพัฒนาแพลตฟอร์ม AI ที่ชื่อ QVAC และสนใจสนับสนุนทุนวิจัย AI เพื่อค้นหาช่องโหว่ในซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สของ Bitcoin หลังเหตุการณ์ช่องโหว่ของฮาร์ดแวร์วอลเล็ต Coldcard ที่ผ่านมา

 

📎 ข่าวที่เกี่ยวข้องจาก Bitcoinaddict.com:
👉 Tether ประกาศตรวจสอบบัญชีฉบับเต็มครั้งแรกโดย KPMG เสร็จสิ้น ยืนยันหนุนหลัง USDT $180 พันล้าน
👉 นายอาร์ม เจาะลึกบั๊ก Coldcard! ทำไมฟังก์ชันสุ่มฮาร์ดแวร์ไม่เคยถูกเรียกใช้เลย

🔗 อ้างอิงต้นฉบับ: The Block / theblock.co

 

💬 ความเห็นบรรณาธิการ Bitcoinaddict:
ท่าทีมั่นใจของ Ardoino เข้าใจได้ในแง่หนึ่ง เพราะผลออดิตแบบไม่มีเงื่อนไขถือเป็นก้าวสำคัญจริงที่ตลาดเรียกร้องมานาน แต่ข้อกังขาเรื่องขอบเขตการตรวจสอบและการไม่เปิดเผยเอกสารฉบับเต็มก็เป็นประเด็นที่สมเหตุสมผลไม่แพ้กัน โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับมาตรฐานความโปร่งใสที่บริษัทมหาชนทั่วไปต้องปฏิบัติตาม นักลงทุนไทยที่ถือ USDT หรือใช้ในการเทรดควรแยกให้ออกระหว่าง "ผลตรวจสอบเป็นบวก" กับ "ความโปร่งใสสมบูรณ์แบบ" เพราะทั้งสองเรื่องยังมีระยะห่างกันอยู่พอสมควร

 

Tags / คีย์เวิร์ด SEO: Tether, Paolo Ardoino, USDT, KPMG, Elizabeth Warren, Stablecoin

— รายงานโดยทีมข่าว Bitcoinaddict.com