
Pepe (PEPE) คืออะไร? เจาะลึกเหรียญมีมกบเขียวไม่มี Utility ที่มูลค่าตลาดเคยทะลุหมื่นล้านดอลลาร์ (อัปเดต 2026)
Pepe (PEPE) คือเหรียญมีมคอยน์บน Ethereum ที่ประกาศตรงๆ ว่าไม่มี utility รู้จักความเสี่ยง whale concentration 41% สถานะ ETF และซื้อที่ไหนได้บ้างในไทย
ราคาบาท
0.0001 บาท
มูลค่าตลาด
$1.53B
ปริมาณ 24 ชม.
$234.3M
ข้อมูลจาก CoinGecko ณ 6 ก.ย. 2569 14:09 น. · อัปเดตทุก 15 นาที
Pepe (PEPE) คือเหรียญมีมคอยน์ (memecoin คือเหรียญคริปโตที่มูลค่าไม่ได้มาจากผลิตภัณฑ์หรือเทคโนโลยี แต่มาจากกระแสวัฒนธรรมอินเทอร์เน็ตและแรงเก็งกำไรของชุมชนผู้ถือ) บนเครือข่าย Ethereum ที่สร้างขึ้นจากมีมกบเขียว "Pepe the Frog" โดยทีมงานนิรนามประกาศตั้งแต่วันแรกว่าเหรียญนี้ "ไม่มี utility" หรือประโยชน์ใช้งานใดๆ ทั้งสิ้น ไม่มีผลิตภัณฑ์ ไม่มีบริการ ไม่มีแผนงาน (roadmap) ให้ติดตาม เป็นเหรียญที่ยอมรับตรงๆ ว่าเกิดมาเพื่อความบันเทิงและการเก็งกำไรล้วนๆ
สิ่งที่ทำให้ PEPE น่าสนใจในทางตลาดไม่ใช่เทคโนโลยี แต่คือความเร็วและขนาดของการเติบโต หลังเปิดตัววันที่ 17 เมษายน 2023 โดยไม่มีการพรีเซล ไม่มีการระดมทุนจากนักลงทุนสถาบัน (VC) และไม่มีการจัดสรรโทเคนให้ทีมงานเป็นพิเศษ มูลค่าตลาดรวมของ PEPE พุ่งขึ้นแตะ 1,000 ล้านดอลลาร์ภายในเวลาไม่ถึง 3 สัปดาห์ กลายเป็นหนึ่งในเหรียญมีมที่มีมูลค่าตลาดสูงสุดในรอบตลาดกระทิงปี 2023-2024 และเป็นตัวจุดกระแส "มีมคอยน์ธีมสัตว์" ระลอกใหม่ที่ตามมาอีกหลายสิบเหรียญ ล่าสุดในปี 2026 ยังมีบริษัทจัดการกองทุนในสหรัฐฯ ยื่นขออนุมัติกองทุน ETF ที่อ้างอิงราคา PEPE โดยตรง ซึ่งเป็นสัญญาณว่ามีมคอยน์ที่ไม่มี utility แบบนี้เริ่มถูกมองเป็นสินทรัพย์ประเภทหนึ่งในสายตาตลาดการเงินกระแสหลักแล้ว แม้ตัวเหรียญเองจะยังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงในเชิงการใช้งานจริงก็ตาม
Pepe คืออะไร?
สรุปง่ายๆ สำหรับมือใหม่
ก่อนจะเข้าใจ PEPE ต้องเข้าใจก่อนว่า "memecoin" ในฐานะหมวดหมู่เหรียญคืออะไร เหรียญคริปโตส่วนใหญ่ในตลาดถูกสร้างขึ้นมาเพื่อแก้ปัญหาหรือให้บริการบางอย่าง เช่น Ethereum เป็นแพลตฟอร์มให้นักพัฒนาเขียนโปรแกรมมารันบนเครือข่าย หรือ Uniswap เป็นโทเคนที่ผูกกับแพลตฟอร์มแลกเปลี่ยนเหรียญแบบไม่มีตัวกลาง (DEX) เหรียญเหล่านี้เรียกว่า utility token (โทเคนที่มีประโยชน์ใช้งานเฉพาะเจาะจงบนเครือข่ายหรือแพลตฟอร์มของตัวเอง) มูลค่าของมันจึงพอมีเหตุผลอ้างอิงได้บ้างจากปริมาณการใช้งานจริง จำนวนนักพัฒนา หรือรายได้ที่แพลตฟอร์มสร้างขึ้น
Memecoin เดินสวนทางกับแนวคิดนี้โดยสิ้นเชิง เหรียญกลุ่มนี้ไม่ได้ผูกกับผลิตภัณฑ์ ไม่ได้ผูกกับบริษัท และส่วนใหญ่ไม่มีแผนจะสร้างอะไรขึ้นมาเพิ่มด้วยซ้ำ มูลค่าของมันมาจากสิ่งที่จับต้องไม่ได้อย่างความนิยมในโลกออนไลน์ ขนาดและความกระตือรือร้นของชุมชนผู้ถือ และแรงเก็งกำไรของคนที่เชื่อว่าจะมีคนอื่นมาซื้อต่อในราคาที่สูงขึ้น พูดง่ายๆ คือถ้า utility token คือหุ้นของบริษัทที่พอมีรายได้ให้วิเคราะห์ memecoin ก็เปรียบได้ใกล้เคียงกับของสะสมหรือกระแสแฟชั่นมากกว่า ราคาขึ้นลงตามความรู้สึกร่วมของฝูงชนเป็นหลัก ไม่ใช่ตามพื้นฐานธุรกิจ
PEPE คือหนึ่งในตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดของหมวดหมู่นี้ เพราะทีมผู้สร้างไม่ได้พยายามปิดบังหรือสร้างเรื่องเล่าเทคโนโลยีมาหลอกล่อ แต่ประกาศตรงไปตรงมาตั้งแต่เว็บไซต์ทางการวันแรกว่าเหรียญนี้ "ไม่มี utility" มูลค่าทั้งหมดจึงขึ้นอยู่กับว่าจะยังมีคนต้องการซื้อขายแลกเปลี่ยนกันต่อไปหรือไม่เท่านั้น
ลักษณะสำคัญของ PEPE
- ไม่มี utility ตามที่ประกาศไว้เอง ต่างจากเหรียญบางตัวที่อ้าง utility แล้วภายหลังพบว่าไม่มีจริง PEPE เลือกประกาศความจริงตั้งแต่แรกว่าเป็นเหรียญเพื่อความบันเทิงและการเก็งกำไรล้วนๆ ไม่มีผลิตภัณฑ์ให้ใช้งาน
- Fair launch ไม่มีพรีเซล ไม่มีการขายโทเคนล่วงหน้าให้นักลงทุนกลุ่มพิเศษ ไม่มีการระดมทุนจาก VC และไม่มีการจัดสรรโทเคนให้ทีมงานแยกต่างหากจากที่วางไว้ในสภาพคล่องสาธารณะ ทำให้ทุกคนเข้าซื้อได้ในจังหวะและเงื่อนไขเดียวกัน
- จำนวนเหรียญตายตัวที่ 420.69 ล้านล้านโทเคน ตัวเลขนี้เป็นการเล่นมุกจากวัฒนธรรมอินเทอร์เน็ต (420 และ 69 เป็นตัวเลขที่ใช้เล่นมุกกันบ่อยในหมู่ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตรุ่นเดียวกับที่สร้าง PEPE) ไม่มีกลไก mint (สร้างเหรียญใหม่) เพิ่มได้อีก เพราะสิทธิ์ควบคุมสัญญา (contract ownership) ถูกสละทิ้งไปแล้วตั้งแต่ต้น
- สภาพคล่อง (liquidity) ถูกเผาทิ้งถาวรตั้งแต่เปิดตัว โทเคนที่ใช้เป็นหลักฐานกรรมสิทธิ์ในสระสภาพคล่อง (LP token) ถูกส่งไปยังที่อยู่ที่ไม่มีใครถอนคืนได้ (burn address) ทำให้ไม่มีใครรวมถึงทีมผู้สร้างเองที่จะดึงสภาพคล่องออกไปหมดในคราวเดียวได้
- รันบนมาตรฐาน ERC-20 ของ Ethereum ทำให้กระเป๋าเงินและเว็บเทรดที่รองรับ Ethereum อยู่แล้วรองรับ PEPE ได้ทันทีโดยไม่ต้องเขียนโค้ดพิเศษเพิ่ม
ประวัติและที่มาของมีม Pepe the Frog
ก่อนจะเป็นเหรียญคริปโต Pepe the Frog มีประวัติศาสตร์ในฐานะมีมอินเทอร์เน็ตมายาวนานเกือบ 20 ปี ตัวละครนี้ถูกสร้างขึ้นโดย Matt Furie ศิลปินชาวอเมริกัน ในการ์ตูนเว็บคอมิกชื่อ Boy's Club ที่เผยแพร่ครั้งแรกทาง Myspace เมื่อปี 2005 เป็นภาพกบเขียวรูปร่างเหมือนมนุษย์ สวมเสื้อยืดสีฟ้า มีประโยคติดปากว่า "feels good man" (รู้สึกดีเว้ย)
ตัวละครกบตัวนี้เริ่มถูกตัดออกจากคอมิกต้นฉบับแล้วนำไปแชร์ต่อในฟอรัมอินเทอร์เน็ตอย่าง 4chan และเว็บไซต์อื่นๆ ตั้งแต่ราวปี 2008 จนกลายเป็นมีมยอดนิยมที่ถูกดัดแปลงหน้าตาและอารมณ์ไปหลากหลายรูปแบบ ทั้ง Sad Frog (กบเศร้า) Smug Pepe (กบยิ้มเยาะ) และ Angry Pepe (กบโกรธ) แพร่กระจายไปทั่วแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียตลอดช่วงปี 2010
จุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้เรื่องราวของ Pepe ซับซ้อนขึ้นเกิดในช่วงปี 2015-2016 เมื่อกลุ่มการเมืองสุดโต่งบางกลุ่มในสหรัฐฯ นำภาพ Pepe ไปดัดแปลงใส่สัญลักษณ์เหยียดเชื้อชาติและความรุนแรง จนองค์กร Anti-Defamation League (ADL องค์กรไม่แสวงหากำไรที่ต่อสู้กับการเหยียดเชื้อชาติและกลุ่มเกลียดชัง) ประกาศขึ้นทะเบียน Pepe เข้าไปในฐานข้อมูลสัญลักษณ์แห่งความเกลียดชังเมื่อเดือนกันยายน 2016 แม้ ADL เองจะระบุด้วยว่าภาพ Pepe ส่วนใหญ่ที่พบทั่วไปไม่ได้ถูกใช้ในบริบทเหยียดเชื้อชาติแต่อย่างใด
Matt Furie ผู้สร้างต้นฉบับไม่พอใจกับการถูกนำไปใช้แบบนี้อย่างมาก เขาประกาศ "ฆ่า" ตัวละครกบในคอมิกอย่างเป็นทางการเพื่อพยายามทวงคืนความหมายเดิม และยังฟ้องร้องเรื่องลิขสิทธิ์ชนะหลายคดี รวมถึงคดีกับ Alex Jones นักจัดรายการที่นำภาพ Pepe ไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต เรื่องราวการต่อสู้ทวงคืนความหมายของ Furie ถูกถ่ายทอดไว้ในสารคดีชื่อ Feels Good Man ที่ออกฉายปี 2020 ซึ่งได้รับคำวิจารณ์ที่ดีในวงกว้าง
ประเด็นสำคัญที่ควรเข้าใจให้ชัดคือ Furie ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ กับการสร้างเหรียญคริปโต PEPE ในปี 2023 ทีมผู้สร้างเหรียญเป็นคนละกลุ่มที่หยิบเอาภาพมีมกบเขียวมาใช้ในฐานะสัญลักษณ์วัฒนธรรมอินเทอร์เน็ตที่คนรู้จักกันอย่างกว้างขวางอยู่แล้ว ไม่ใช่ความร่วมมือที่ได้รับอนุญาตอย่างเป็นทางการจากผู้สร้างต้นฉบับ

ประวัติเหรียญ PEPE และสถิติ
เหรียญ PEPE ถูกดีพลอยสัญญา (deploy contract) บนเครือข่าย Ethereum ในราวกลางเดือนเมษายน 2023 และเปิดให้ซื้อขายจริงในวันที่ 17 เมษายน 2023 โดยไม่มีการประกาศล่วงหน้าหรือทำการตลาดใหญ่โต อาศัยการแชร์ต่อกันในชุมชนคริปโตบน X (ทวิตเตอร์เดิม) และ Telegram เป็นหลัก
ความเร็วในการเติบโตของ PEPE ถือว่าผิดปกติแม้เทียบกับมาตรฐานของมีมคอยน์ด้วยกัน มูลค่าตลาดรวมพุ่งขึ้นแตะระดับ 1,000 ล้านดอลลาร์ภายในเวลาไม่ถึง 3 สัปดาห์หลังเปิดตัว และจุดเปลี่ยนสำคัญที่เร่งกระแสให้แรงขึ้นอีกคือวันที่ 5 พฤษภาคม 2023 เมื่อ Binance เว็บเทรดคริปโตรายใหญ่ที่สุดในโลกตามปริมาณการซื้อขาย ประกาศนำ PEPE เข้าจดทะเบียนในโซน Innovation Zone (โซนสำหรับเหรียญที่มีความเสี่ยงสูงกว่าปกติ) พร้อมกับเหรียญมีม FLOKI ทำให้ปริมาณการซื้อขาย PEPE ในรอบ 24 ชั่วโมงพุ่งทะลุ 2,000 ล้านดอลลาร์ในวันเดียว
ราคาเปิดตัววันแรก (17 เมษายน 2023) อยู่ในระดับต่ำมาก จุดต่ำสุดตลอดกาล (all-time low) ของ PEPE อยู่ที่ประมาณ 0.000000055 ดอลลาร์ต่อโทเคน ก่อนจะไต่ระดับขึ้นอย่างรวดเร็วในสัปดาห์ต่อมา หลังจากนั้น PEPE เผชิญความผันผวนรุนแรงสลับขึ้นลงตลอดปี 2023-2024 ตามวัฏจักรของตลาดคริปโตโดยรวม จุดสูงสุดตลอดกาล (all-time high) ของราคาต่อโทเคนอยู่ที่ประมาณ 0.000028 ดอลลาร์ เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2024 ซึ่งเป็นช่วงที่ตลาดคริปโตโดยรวมกำลังคึกคักหลังการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ปลายปี 2024 มูลค่าตลาดรวมของ PEPE ในช่วงนั้นเคยขึ้นไปแตะระดับสูงกว่า 10,000 ล้านดอลลาร์ ก่อนจะย่อตัวลงมาตามภาวะตลาดในเวลาต่อมา ราคาปัจจุบันดูได้จากบล็อกราคาสดด้านบน อัปเดตทุก 15 นาทีจากข้อมูล CoinGecko
ด้วยขนาดมูลค่าตลาดที่ยังคงติดอันดับหลักร้อยแรกของตลาดคริปโตทั้งหมดมาต่อเนื่องหลายปี PEPE จึงกลายเป็นกรณีศึกษาที่แม้แต่วงการการเงินกระแสหลักก็เริ่มให้ความสนใจ ล่าสุดเดือนเมษายน 2026 บริษัทจัดการกองทุน Canary Capital ยื่นเอกสาร S-1 ต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์สหรัฐฯ (SEC) เพื่อขออนุมัติจัดตั้งกองทุน ETF ที่ถือ PEPE จริงและอ้างอิงราคาสดของเหรียญโดยตรง เอกสารดังกล่าวยังระบุความเสี่ยงเรื่องความเข้มข้นของผู้ถือครองไว้อย่างชัดเจนด้วยว่า ณ เดือนมกราคม 2026 กระเป๋าเงิน 10 อันดับแรกถือ PEPE รวมกันประมาณ 41% ของอุปทานหมุนเวียนทั้งหมด คำขอนี้ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาของ SEC ไม่มีกำหนดเวลาอนุมัติที่ชัดเจน และไม่ควรตีความว่าการยื่นคำขอเท่ากับความน่าจะเป็นที่จะได้รับอนุมัติ
กระแสมีมคอยน์ปี 2023-2024 บริบทที่ PEPE เกิดขึ้น
PEPE ไม่ได้เกิดขึ้นมาเดี่ยวๆ แต่เป็นส่วนหนึ่งของกระแสมีมคอยน์ระลอกใหญ่ที่เกิดขึ้นตลอดปี 2023-2024 หลังจากที่ตลาดคริปโตซบเซาในปี 2022 จากเหตุการณ์ล่มสลายของเว็บเทรด FTX และโปรเจกต์ Terra/Luna นักลงทุนรายย่อยจำนวนมากหันมาเก็งกำไรในเหรียญที่มีความเสี่ยงสูงแต่มีโอกาสได้ผลตอบแทนเร็วแทน โดย PEPE ถือเป็นหนึ่งในเหรียญที่ได้รับเครดิตว่าเป็นตัวจุดชนวนกระแสนี้ให้กลับมาคึกคักอีกครั้ง
ตามหลัง PEPE มามีเหรียญมีมใหม่เกิดขึ้นอีกจำนวนมากในธีมใกล้เคียงกัน เช่น WOJAK ที่อิงมีม "Feels Guy" ตัวการ์ตูนหัวโล้นเส้นดำที่มีมาตั้งแต่ปี 2010 หรือ Turbo ที่เกิดจากการให้ ChatGPT ช่วยออกแบบเหรียญมีมด้วยงบเพียง 69 ดอลลาร์ นอกจากนี้ยังมีเหรียญธีมสัตว์อื่นๆ ตามมาอีกนับสิบตัว ทั้งหมดพยายามอาศัยความสำเร็จของ PEPE เป็นต้นแบบ แต่ส่วนใหญ่ไม่สามารถรักษามูลค่าตลาดในระดับใกล้เคียงกันได้ในระยะยาว
จุดที่ต่างจากเหรียญมีมรุ่นเดียวกันส่วนใหญ่คือมูลค่าตลาดของ PEPE ที่ยังคงยืนอยู่ในระดับหลักพันล้านดอลลาร์ต่อเนื่องมาหลายปี ไม่ได้ร่วงลงจนแทบไม่มีมูลค่าเหมือนเหรียญมีมจำนวนมากที่เกิดขึ้นในช่วงเดียวกันแล้วเงียบหายไป แต่ก็ต้องเข้าใจว่าการที่เหรียญหนึ่ง "รอด" มาได้นานกว่าเหรียญอื่นในหมวดเดียวกัน ไม่ได้แปลว่ามันมีความเสี่ยงต่ำลง ความผันผวนสูงยังคงเป็นลักษณะเฉพาะของสินทรัพย์ประเภทนี้อยู่เสมอ
ราคาเคลื่อนไหวยังไง
ราคาของ PEPE มีลักษณะผันผวนรุนแรงกว่าคริปโตกระแสหลักอย่าง Bitcoin หรือ Ethereum มาก เพราะไม่มีปัจจัยพื้นฐานอย่างรายได้ การใช้งานเครือข่าย หรือแผนพัฒนาผลิตภัณฑ์มารองรับราคาในช่วงตลาดซบเซา ราคาจึงขึ้นอยู่กับกระแสความสนใจในโซเชียลมีเดีย การพูดถึงจากผู้มีอิทธิพลในวงการคริปโต และภาวะโดยรวมของตลาดสินทรัพย์เสี่ยงเป็นหลัก
ลักษณะทั่วไปที่พบในเหรียญมีมอย่าง PEPE คือราคาสามารถพุ่งขึ้นหลายสิบเปอร์เซ็นต์ภายในไม่กี่ชั่วโมงเมื่อมีกระแสบวกเข้ามา เช่น การประกาศจดทะเบียนบนเว็บเทรดใหญ่ หรือข่าวเชิงบวกอย่างการยื่นขอ ETF และก็สามารถร่วงลงในอัตราใกล้เคียงกันได้เร็วพอๆ กันเมื่อกระแสจางหายไปหรือตลาดโดยรวมปรับฐาน จากข้อมูล ณ กลางปี 2026 ราคา PEPE ห่างจากจุดสูงสุดตลอดกาลเมื่อเดือนธันวาคม 2024 อยู่ในระดับที่ลดลงมากกว่า 80% แล้ว ซึ่งเป็นภาพที่พบได้ทั่วไปในกลุ่มเหรียญมีม ไม่ใช่เรื่องผิดปกติเฉพาะของ PEPE ตัวเดียว
ผู้ที่สนใจศึกษาการเคลื่อนไหวของราคาควรเข้าใจว่าเหรียญประเภทนี้ไม่มีกรอบมูลค่าอ้างอิง (fair value) ที่คำนวณได้แบบเหรียญที่มี utility ราคาที่เห็นในแต่ละช่วงเวลาจึงสะท้อนความรู้สึกของตลาด ณ ขณะนั้นมากกว่าการประเมินมูลค่าที่แท้จริง
PEPE น่าเชื่อถือแค่ไหน ความเสี่ยงอะไรบ้าง
การประเมินความน่าเชื่อถือของ PEPE ต่างจากการประเมินเหรียญที่มีบริษัทหรือทีมพัฒนาเปิดเผยตัวตนชัดเจน เพราะ PEPE ไม่มีบริษัท ไม่มีทีมงานที่เปิดเผยตัวตน และไม่มีแผนงานให้ตรวจสอบว่าทำตามที่สัญญาไว้หรือไม่ สิ่งที่พอตรวจสอบได้จริงคือความปลอดภัยในระดับสัญญา (smart contract) และพฤติกรรมของทีมผู้สร้างในวันเปิดตัว
ในแง่นี้ PEPE มีจุดที่พอเรียกได้ว่าเป็นสัญญาณบวกอยู่บ้าง สัญญา ERC-20 ของ PEPE บนเครือข่าย Ethereum ผ่านการตรวจสอบความปลอดภัยของโค้ด (audit) จากบริษัท Fairyproof เมื่อเดือนสิงหาคม 2023 ซึ่งระบุว่าสิทธิ์ควบคุมสัญญา (contract owner) ณ ขณะนั้นถูกโอนไปยังที่อยู่ศูนย์ (zero address ที่อยู่ที่ไม่มีใครถือกุญแจส่วนตัว ทำให้ไม่มีใครสั่งการอะไรกับสัญญาได้อีก) แล้ว หรือที่เรียกกันทั่วไปว่า "สละสิทธิ์ความเป็นเจ้าของ" (renounced ownership) นอกจากนี้ โทเคนที่เป็นหลักฐานกรรมสิทธิ์ในสระสภาพคล่องเริ่มต้นก็ถูกเผาทิ้งไปแล้วตั้งแต่วันเปิดตัว ทำให้ไม่มีทางที่ใครจะดึงสภาพคล่องออกไปทั้งหมดในคราวเดียวได้อีก ผู้ให้บริการตรวจสอบความปลอดภัยอย่าง CertiK (ผ่านระบบ Skynet) ให้คะแนนความปลอดภัยของสัญญา PEPE อยู่ที่ 86.8% เกรด AA (ข้อมูล ณ 5 กันยายน 2026 จาก skynet.certik.com ซึ่งเป็นตัวเลขที่ปรับเปลี่ยนได้ตามรอบตรวจสอบ ควรเช็คคะแนนล่าสุดก่อนตัดสินใจทุกครั้ง)
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ต้องเข้าใจให้ชัดคือมาตรการเหล่านี้ป้องกันความเสี่ยงได้เฉพาะบางด้านเท่านั้น "สละสิทธิ์ความเป็นเจ้าของ" หมายความว่าไม่มีใครสั่งเปลี่ยนกฎของสัญญาได้อีก แต่ก็หมายความว่าไม่มีใครแก้ไขบั๊กหรือช่องโหว่ที่อาจพบในอนาคตได้เช่นกัน และมาตรการนี้ไม่ได้พูดอะไรเลยเกี่ยวกับความเสี่ยงด้านราคา ความเข้มข้นของผู้ถือครอง หรือความยั่งยืนของความสนใจจากตลาดในระยะยาว ซึ่งเป็นความเสี่ยงคนละมิติที่ต้องพิจารณาแยกจากความปลอดภัยของโค้ด
ใครเป็นคนสร้าง
จนถึงปัจจุบันไม่มีการยืนยันตัวตนที่แท้จริงของทีมผู้สร้าง PEPE อย่างเป็นทางการ เว็บไซต์และเอกสารทางการของโปรเจกต์ระบุเพียงว่าเป็นกลุ่มนักพัฒนานิรนามที่ต้องการสร้างเหรียญมีมแบบ fair launch โดยไม่มีการเปิดเผยชื่อจริง สัญชาติ หรือภูมิหลังของผู้ก่อตั้งแต่อย่างใด
การไม่เปิดเผยตัวตนของทีมผู้สร้างเป็นเรื่องปกติในวงการมีมคอยน์ (Dogecoin ในยุคแรกก็มีลักษณะคล้ายกันคือชุมชนขับเคลื่อนเป็นหลัก ไม่ใช่บริษัท) แต่ก็เป็นความเสี่ยงที่ต้องรับรู้ไว้เสมอ เพราะไม่มีบุคคลหรือองค์กรใดที่ต้องรับผิดชอบทางกฎหมายต่อผู้ถือเหรียญ หากเกิดปัญหาขึ้นในอนาคต ไม่มีบริษัทให้ติดต่อ ไม่มีผู้บริหารให้ซักถาม และไม่มีช่องทางเรียกร้องความรับผิดชอบตามกฎหมายบริษัทแบบที่สินทรัพย์การเงินทั่วไปมี
ความเสี่ยงเฉพาะของ Memecoin ที่ควรรู้
นอกเหนือจากความเสี่ยงเฉพาะของ PEPE แล้ว ผู้สนใจควรเข้าใจความเสี่ยงที่เป็นลักษณะร่วมของเหรียญมีมทั้งหมวดหมู่ ไม่ใช่แค่ตัวใดตัวหนึ่ง เพราะเป็นกลไกที่เกิดซ้ำในตลาดนี้เสมอ
- ไม่มีมูลค่าที่แท้จริงมารองรับ (intrinsic value) เหรียญที่มี utility อย่างน้อยยังพอมีเหตุผลอ้างอิงราคาได้จากปริมาณการใช้งานหรือรายได้ แต่ memecoin ไม่มีสิ่งเหล่านี้เลย มูลค่าทั้งหมดขึ้นอยู่กับความเชื่อร่วมของตลาดว่าจะมีคนซื้อต่อในราคาสูงขึ้นเท่านั้น เมื่อความเชื่อนี้หายไป ราคาสามารถร่วงลงเหลือใกล้ศูนย์ได้โดยไม่มีจุดใดที่ถือว่าเป็น "มูลค่าขั้นต่ำ" มารองรับ
- รูปแบบ pump-and-dump (ปั่นราคาแล้วเทขาย) เป็นรูปแบบที่พบได้บ่อยในตลาดมีมคอยน์ทั้งหมวดหมู่ ผู้ที่เข้าซื้อเหรียญก่อนคนอื่นในปริมาณมากมีศักยภาพที่จะกระตุ้นกระแสให้ราคาพุ่งขึ้นเร็ว แล้วทยอยขายทำกำไรใส่คนที่เข้ามาซื้อทีหลัง ทำให้ผู้ที่เข้าซื้อช้ากว่ามักเป็นฝ่ายรับความเสี่ยงมากที่สุด แม้ PEPE เองจะยังไม่เคยถูกยืนยันว่าเป็นกรณี rug pull (โปรเจกต์ที่ทีมงานดึงสภาพคล่องหนีหลังระดมทุนได้) โดยตรง แต่รูปแบบพฤติกรรมแบบ pump-and-dump ในระดับผู้ถือรายใหญ่ยังคงเกิดขึ้นได้เสมอในเหรียญที่ไม่มีการควบคุมหรือกฎเกณฑ์การซื้อขายแบบตลาดหลักทรัพย์ทั่วไป
- ความเข้มข้นของผู้ถือครอง (whale concentration) ข้อมูลจากเอกสารยื่นขอ ETF ของ Canary Capital ระบุว่ากระเป๋าเงิน 10 อันดับแรกถือ PEPE รวมกันราว 41% ของอุปทานหมุนเวียนทั้งหมด (ข้อมูล ณ มกราคม 2026) แม้ตัวเลขนี้ต้องอ่านอย่างระมัดระวัง เพราะกระเป๋าเงินอันดับต้นๆ บางส่วนอาจเป็นกระเป๋าเก็บสินทรัพย์ของเว็บเทรดขนาดใหญ่ (custodial wallet) ที่ถือแทนผู้ใช้จำนวนมาก ไม่ใช่บุคคลเดียวทั้งหมด แต่โดยรวมแล้วความเข้มข้นของผู้ถือครองในระดับนี้ยังถือว่าสูงกว่าสินทรัพย์กระแสหลักอย่าง Bitcoin มาก และหมายความว่าการตัดสินใจซื้อขายของผู้ถือรายใหญ่เพียงไม่กี่รายสามารถส่งผลต่อราคาได้อย่างมีนัยสำคัญ
- ความผันผวนที่รุนแรงกว่าปกติ เพราะไม่มีปัจจัยพื้นฐานมาถ่วงดุล ราคาเหรียญมีมจึงสามารถขึ้นหรือลงหลายสิบเปอร์เซ็นต์ภายในวันเดียวได้บ่อยกว่าคริปโตกระแสหลักมาก ผู้ที่ไม่คุ้นเคยกับระดับความผันผวนนี้อาจได้รับผลกระทบทางจิตใจและการเงินรุนแรงกว่าที่คาดไว้
- เหรียญปลอม/เว็บไซต์หลอกลวง ที่แอบอ้างชื่อ PEPE เนื่องจากความสำเร็จของ PEPE ทำให้มีผู้ไม่หวังดีสร้างเหรียญปลอมหรือเว็บไซต์ปลอมที่แอบอ้างว่าเกี่ยวข้องกับ PEPE ของแท้ เช่น เว็บที่อ้างว่าเป็นแคมเปญแจกโทเคนฟรี (airdrop) ของ "PEPE 2.0" แล้วหลอกให้เชื่อมกระเป๋าเงินเข้าไปดึงสิทธิ์การเข้าถึงทรัพย์สิน ผู้สนใจต้องตรวจสอบที่อยู่สัญญา (contract address) ให้ตรงกับที่ระบุไว้บนแหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้อย่าง CoinGecko หรือ CoinMarketCap ทุกครั้งก่อนทำธุรกรรมใดๆ ไม่ควรเชื่อลิงก์ที่ส่งต่อกันมาในโซเชียลมีเดียโดยไม่ตรวจสอบ
ข้อดี-ข้อเสีย
ข้อดี
- สัญญาผ่านการตรวจสอบความปลอดภัยของโค้ดแล้ว และสละสิทธิ์ควบคุมสัญญาไปตั้งแต่ต้น ลดความเสี่ยงที่ทีมงานจะแก้ไขกฎเกณฑ์ภายหลังหรือ mint เหรียญเพิ่มเองได้
- สภาพคล่องเริ่มต้นถูกเผาทิ้งถาวร ลดความเสี่ยงที่ทีมงานจะดึงสภาพคล่องหนีทั้งหมดในคราวเดียว
- เปิดตัวแบบ fair launch ไม่มีพรีเซลหรือการจัดสรรพิเศษให้คนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งก่อนตลาดเปิด
- มูลค่าตลาดยืนอยู่ในระดับสูงต่อเนื่องมาหลายปีเมื่อเทียบกับเหรียญมีมส่วนใหญ่ที่เกิดในช่วงเวลาเดียวกันแล้วมูลค่าหายไปเกือบหมด
- สภาพคล่องในการซื้อขายสูง จดทะเบียนอยู่บนเว็บเทรดรายใหญ่หลายแห่งทั่วโลก ทำให้ซื้อขายเข้าออกได้ง่ายเมื่อเทียบกับเหรียญมีมขนาดเล็กจำนวนมาก
ข้อเสีย
- ไม่มี utility ใดๆ ตามที่ทีมผู้สร้างประกาศเองตั้งแต่ต้น ไม่มีปัจจัยพื้นฐานมารองรับมูลค่า
- ทีมผู้สร้างไม่เปิดเผยตัวตน ไม่มีผู้รับผิดชอบทางกฎหมายหากเกิดปัญหา
- ความเข้มข้นของผู้ถือครองสูง กระเป๋าเงินรายใหญ่ไม่กี่รายมีอิทธิพลต่อราคาได้มาก
- ความผันผวนของราคาสูงกว่าคริปโตกระแสหลักมาก ราคาห่างจากจุดสูงสุดตลอดกาลอยู่ในระดับที่ลดลงมากกว่า 80% แล้ว (ข้อมูลกลางปี 2026)
- มีเหรียญปลอมและเว็บไซต์หลอกลวงแอบอ้างชื่อ PEPE จำนวนมาก เพิ่มความเสี่ยงให้ผู้ที่ไม่คุ้นเคย
PEPE แตกต่างจาก Bitcoin/Ethereum และเหรียญที่มี Utility ยังไง
ความต่างที่สำคัญที่สุดระหว่าง PEPE กับเหรียญอย่าง Bitcoin หรือ Ethereum ไม่ใช่แค่เรื่องมูลค่าตลาดหรือความผันผวน แต่คือเหตุผลพื้นฐานที่คนซื้อถือเหรียญนั้นๆ ไว้ตั้งแต่แรก
| คุณสมบัติ | PEPE (Memecoin) | Bitcoin | Ethereum |
|---|---|---|---|
| จุดประสงค์หลัก | ความบันเทิง/เก็งกำไร ไม่มี utility ตามที่ประกาศเอง | เก็บมูลค่า/โอนเงินแบบไม่มีตัวกลาง | รันแอปพลิเคชันผ่าน Smart Contract |
| ทีมผู้สร้าง | นิรนาม ไม่เปิดเผยตัวตน | Satoshi Nakamoto (นิรนาม แต่มีประวัติพัฒนาโปรโตคอลต่อเนื่องโปร่งใส) | Vitalik Buterin และทีมเปิดเผยตัวตนชัดเจน |
| แผนพัฒนา (roadmap) | ไม่มี | มีการพัฒนาโปรโตคอลต่อเนื่อง (เช่น Taproot, Lightning Network) | มีแผนอัปเกรดเครือข่ายชัดเจน (เช่น The Merge, sharding) |
| มูลค่าอ้างอิงได้จาก | ความเชื่อของตลาดล้วนๆ | ความขาดแคลน (จำกัด 21 ล้านเหรียญ) + ความปลอดภัยเครือข่าย | ปริมาณการใช้งานเครือข่ายจริง + ค่าธรรมเนียมที่เกิดขึ้น |
| ผลตอบแทนจากการถือครอง | ไม่มี | ไม่มี | มีผ่านการ staking |
| จำนวนเหรียญ | ตายตัว 420.69 ล้านล้านเหรียญ | ตายตัว 21 ล้านเหรียญ | ไม่มีเพดานตายตัว (มีกลไกเผาถ่วง) |
จากตารางจะเห็นว่า PEPE กับ Bitcoin มีจุดร่วมเดียวคือทั้งคู่ไม่มีผลตอบแทนจากการถือครองเฉยๆ แต่ต่างกันโดยสิ้นเชิงในเรื่องเหตุผลรองรับมูลค่า Bitcoin แม้จะไม่มี utility ในความหมายเดียวกับ Smart Contract แต่ก็มีเรื่องเล่าเรื่องความขาดแคลนที่ตรวจสอบได้ทางคณิตศาสตร์ (จำกัด 21 ล้านเหรียญตายตัว) และมีเครือข่ายที่พิสูจน์ความปลอดภัยมาต่อเนื่องกว่า 15 ปี ส่วน Ethereum มีปริมาณการใช้งานจริงเป็นหลักฐานเชิงประจักษ์ที่พอวัดได้ ขณะที่ PEPE ไม่มีสิ่งใดในสามอย่างนี้เลย
ข้อสังเกตสำคัญอีกจุดคือ แม้ PEPE จะไม่มี utility แต่ก็ไม่ได้แปลว่าเหรียญนี้ "ไม่มีความหมาย" ในทางวัฒนธรรม เหรียญมีมอย่าง PEPE สะท้อนปรากฏการณ์ที่น่าสนใจของตลาดคริปโตคือ บางครั้งมูลค่าตลาดขนาดใหญ่สามารถเกิดขึ้นได้จากพลังของชุมชนและกระแสวัฒนธรรมล้วนๆ โดยไม่ต้องมีผลิตภัณฑ์รองรับเลย ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ที่ท้าทายกรอบคิดการประเมินมูลค่าสินทรัพย์แบบดั้งเดิม แต่ก็เป็นเหตุผลเดียวกันที่ทำให้นักลงทุนที่เน้นพื้นฐานหลีกเลี่ยงเหรียญกลุ่มนี้
ข้อควรรู้สำหรับคนไทยที่สนใจ PEPE
ในประเทศไทย การซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ซึ่งกำกับดูแล "ผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล" คือเว็บเทรดที่ให้บริการซื้อขาย ไม่ใช่ตัวเหรียญ PEPE เองโดยตรง เพราะ PEPE ไม่มีบริษัทหรือหน่วยงานใดเป็นผู้ออกเหรียญที่จะถูกกำกับดูแลได้ในความหมายเดียวกับหลักทรัพย์ทั่วไป
ผู้ที่ซื้อขาย PEPE ผ่านเว็บเทรดที่ได้รับใบอนุญาตจาก ก.ล.ต. ในไทยจะได้รับการคุ้มครองตามมาตรฐานที่กำหนดไว้สำหรับผู้ประกอบธุรกิจ เช่น การแยกทรัพย์สินลูกค้าออกจากทรัพย์สินบริษัท แต่ความคุ้มครองนี้ครอบคลุมเฉพาะการดำเนินงานของเว็บเทรดเท่านั้น ไม่ได้ครอบคลุมความเสี่ยงด้านราคาของตัวเหรียญเอง หากราคา PEPE ร่วงลงหรือความสนใจของตลาดหายไป ก.ล.ต. หรือหน่วยงานใดในไทยไม่มีอำนาจเข้ามาช่วยเหลือหรือชดเชยความเสียหายได้
จุดที่ควรตระหนักเป็นพิเศษสำหรับคนไทยที่สนใจ PEPE คือลักษณะของเหรียญนี้แตกต่างจากสินทรัพย์การลงทุนทั่วไปที่คุ้นเคยอย่างชัดเจน ไม่มีปัจจัยพื้นฐานให้วิเคราะห์แบบหุ้นหรือกองทุน ไม่มีรายงานผลประกอบการ ไม่มีการประชุมผู้ถือหุ้น และไม่มีช่องทางเรียกร้องความรับผิดชอบจากผู้ใดหากเกิดความเสียหาย การตัดสินใจซื้อขาย PEPE จึงควรอยู่บนพื้นฐานความเข้าใจว่าเป็นการเก็งกำไรระยะสั้นถึงปานกลางในสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงสูงมาก ไม่ใช่การลงทุนระยะยาวที่อ้างอิงพื้นฐานได้
ซื้อ PEPE ได้ที่ไหนในไทย
PEPE ซื้อขายได้บนเว็บเทรดคริปโตที่ได้รับใบอนุญาตจาก ก.ล.ต. ในไทยหลายแห่ง เช่นเดียวกับเหรียญคริปโตกระแสหลักอื่นๆ เว็บเทรดหลักที่คนไทยใช้กันได้แก่ Bitkub, Binance TH และ Maxbit
สำหรับผู้ที่พิจารณาใช้วิธีทยอยซื้อสม่ำเสมอ (DCA หรือ Dollar-Cost Averaging คือการซื้อสินทรัพย์เป็นจำนวนเงินเท่าๆ กันตามช่วงเวลาที่กำหนด โดยไม่สนใจว่าราคาขณะนั้นสูงหรือต่ำ) ควรเข้าใจก่อนว่ากลยุทธ์นี้ถูกออกแบบมาเพื่อลดความเสี่ยงจากการจับจังหวะตลาดผิดพลาดในสินทรัพย์ที่คาดว่าจะมีมูลค่าเติบโตในระยะยาวจากปัจจัยพื้นฐาน เช่น Bitcoin หรือ Ethereum การนำแนวคิด DCA มาใช้กับเหรียญมีมที่ไม่มี utility อย่าง PEPE จึงมีความเสี่ยงคนละแบบ เพราะไม่มีหลักประกันใดๆ ว่ามูลค่าจะกลับมาฟื้นตัวในระยะยาวเหมือนสินทรัพย์ที่มีปัจจัยพื้นฐานรองรับ ผู้ที่สนใจใช้ เครื่องมือคำนวณแผน DCA ของเรา กับ PEPE จึงควรตระหนักถึงความต่างข้อนี้ และควรใช้เงินในสัดส่วนที่รับความเสี่ยงได้เต็มที่แม้จะสูญเสียทั้งหมดเท่านั้น
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
PEPE มีการใช้งานจริงไหม
ไม่มี ตามที่บอกไว้ตั้งแต่ต้นบทความ ทีมผู้สร้างประกาศชัดตั้งแต่วันเปิดตัวว่าเหรียญนี้ไม่มี utility ใดๆ ทั้งสิ้น มูลค่าทั้งหมดจึงมาจากความสนใจของตลาดและการเก็งกำไรล้วนๆ
ทำไมราคา PEPE ผันผวนรุนแรงกว่าเหรียญอื่น
เพราะ PEPE ไม่มีปัจจัยพื้นฐาน เช่น รายได้ ปริมาณการใช้งานเครือข่าย หรือแผนพัฒนาผลิตภัณฑ์ มาช่วยประคองราคาในช่วงที่ตลาดซบเซา ราคาจึงขึ้นอยู่กับกระแสความสนใจในโซเชียลมีเดียและความเชื่อร่วมของตลาดเป็นหลัก ซึ่งเปลี่ยนแปลงได้เร็วกว่าปัจจัยพื้นฐานมาก ทำให้ราคาสามารถขึ้นหรือลงหลายสิบเปอร์เซ็นต์ภายในวันเดียวได้บ่อยครั้ง
PEPE ต่างจาก Dogecoin หรือ Shiba Inu ยังไง
ทั้งสามเหรียญเป็นมีมคอยน์ธีมสัตว์ที่ไม่มี utility เหมือนกัน แต่ต่างกันที่จุดเริ่มต้นและเทคโนโลยีเบื้องหลัง Dogecoin มีบล็อกเชนของตัวเอง เปิดตัวปี 2013 และถือเป็นมีมคอยน์รุ่นแรกที่จุดกระแสหมวดหมู่นี้ขึ้นมา ส่วน Shiba Inu เปิดตัวปี 2020 บนเครือข่าย Ethereum โดยตั้งใจสร้างมาเพื่อล้อเลียน Dogecoin โดยตรง ขณะที่ PEPE เปิดตัวปี 2023 บนเครือข่าย Ethereum เช่นกัน แต่อิงกับมีมกบเขียวที่มีประวัติศาสตร์ในวัฒนธรรมอินเทอร์เน็ตยาวนานกว่ามีมสุนัขทั้งสองตัว
สัญญาของ PEPE ปลอดภัยแค่ไหน เคยถูกแฮกไหม
สัญญา ERC-20 ของ PEPE ผ่านการตรวจสอบความปลอดภัยของโค้ดจากบริษัท Fairyproof เมื่อเดือนสิงหาคม 2023 และสิทธิ์ควบคุมสัญญาถูกสละทิ้งไปแล้ว (renounced ownership) ตั้งแต่ช่วงเปิดตัว จนถึงปัจจุบันยังไม่มีรายงานว่าตัวสัญญาระดับโปรโตคอลของ PEPE เองถูกแฮกจนสูญเสียเงินโดยตรง แต่ผู้ใช้ยังต้องระวังเหรียญปลอมและเว็บไซต์หลอกลวงที่แอบอ้างชื่อ PEPE ซึ่งเป็นความเสี่ยงคนละส่วนจากตัวสัญญาจริง
ทำไมทีมผู้สร้าง PEPE ถึงไม่เปิดเผยตัวตน
การไม่เปิดเผยตัวตนเป็นเรื่องปกติในวงการมีมคอยน์ ส่วนหนึ่งเพื่อรักษาภาพลักษณ์ความเป็นโปรเจกต์ที่ขับเคลื่อนโดยชุมชนล้วนๆ ไม่ใช่บริษัทที่มีผู้บริหารคอยควบคุมทิศทาง แต่ก็เป็นความเสี่ยงที่ผู้ถือเหรียญต้องรับรู้ไว้เสมอ เพราะไม่มีบุคคลหรือองค์กรที่ต้องรับผิดชอบทางกฎหมายหากเกิดปัญหาขึ้นในอนาคต
PEPE จดทะเบียนซื้อขายที่ไหนได้บ้าง
PEPE จดทะเบียนอยู่บนเว็บเทรดคริปโตรายใหญ่หลายแห่งทั่วโลก รวมถึง Binance ที่นำเข้าจดทะเบียนตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2023 ในโซน Innovation Zone สำหรับในไทย ซื้อขายได้ผ่านเว็บเทรดที่ได้รับใบอนุญาตจาก ก.ล.ต. เช่น Bitkub, Binance TH และ Maxbit
กองทุน ETF ของ PEPE ที่เป็นข่าวคืออะไร ผ่านหรือยัง
ยังไม่ผ่าน รายละเอียดการยื่นขออนุมัติของ Canary Capital อธิบายไว้แล้วในหัวข้อด้านบน จุดที่น่าสนใจคือเอกสาร S-1 ฉบับเดียวกันนี้เองที่เปิดเผยตัวเลขความเข้มข้นของผู้ถือครอง (10 กระเป๋าแรกถือรวมกันราว 41%) ซึ่งเป็นข้อมูลที่ผู้สนใจ ETF ตัวนี้ควรอ่านประกอบก่อนตัดสินใจ ไม่ใช่ดูแค่ข่าวว่า "มีคนยื่นขอ ETF แล้ว" เพียงอย่างเดียว
ราคา PEPE จะกลับไปแตะจุดสูงสุดเดิมได้ไหม
บทความนี้ไม่ได้ให้คำแนะนำหรือการคาดการณ์ราคาเฉพาะเจาะจง เนื่องจาก PEPE ไม่มีปัจจัยพื้นฐานมาช่วยประเมินทิศทางราคาในอนาคต ต่างจากสินทรัพย์ที่มีรายได้หรือปริมาณการใช้งานเป็นตัวชี้วัด ผู้สนใจควรศึกษาความเสี่ยงของสินทรัพย์ประเภทนี้ให้รอบด้านก่อนตัดสินใจ
เริ่มซื้อ PEPE ต้องใช้เงินเท่าไหร่
เว็บเทรดในไทยส่วนใหญ่ให้ซื้อ PEPE เป็นเศษส่วนของโทเคนได้เช่นเดียวกับเหรียญคริปโตอื่น เนื่องจากราคาต่อโทเคนของ PEPE ต่ำมาก (ระดับเศษส่วนของหนึ่งในล้านดอลลาร์) จึงเริ่มต้นซื้อได้ตั้งแต่หลักสิบถึงหลักร้อยบาทขึ้นอยู่กับเงื่อนไขขั้นต่ำของแต่ละเว็บเทรด
สรุป: เหมาะกับใคร
PEPE เป็นสินทรัพย์เก็งกำไรความเสี่ยงสูงที่ไม่มีปัจจัยพื้นฐานรองรับมูลค่า เหมาะสำหรับผู้ที่เข้าใจธรรมชาติของเหรียญมีมอย่างถ่องแท้แล้วเท่านั้น และควรใช้เงินในสัดส่วนที่ยอมรับการสูญเสียทั้งหมดได้จริงโดยไม่กระทบการเงินส่วนอื่นของชีวิต ไม่เหมาะกับผู้ที่มองหาการลงทุนที่อ้างอิงพื้นฐานได้ ไม่เหมาะกับผู้ที่ต้องการความมั่นคงของเงินต้น และไม่เหมาะกับผู้ที่ไม่สามารถรับความผันผวนรุนแรงของราคาได้ในทางจิตใจ
สำหรับผู้ที่สนใจศึกษาปรากฏการณ์ตลาดคริปโตในมุมวัฒนธรรมและพฤติกรรมของฝูงชน PEPE ก็ยังเป็นกรณีศึกษาที่น่าสนใจในตัวเอง ไม่ว่าจะเลือกเข้าซื้อขายจริงหรือไม่ก็ตาม แต่สำหรับผู้ที่กำลังมองหาสินทรัพย์คริปโตตัวแรกเพื่อทำความเข้าใจพื้นฐานของอุตสาหกรรมนี้ การเริ่มต้นศึกษาเหรียญที่มีปัจจัยพื้นฐานชัดเจนกว่าอย่าง Bitcoin หรือ Ethereum น่าจะเหมาะสมกว่าในระยะแรก ก่อนจะขยับมาทำความเข้าใจความเสี่ยงเฉพาะของเหรียญมีมในภายหลัง