
เกาหลีใต้เปิดแผน Tokenize หุ้น-บอนด์-กองทุนทั้งระบบ 3 เฟส เริ่ม ก.พ. 2027 เฟสท้ายใช้ Stablecoin ชำระ
คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์เกาหลีใต้ (Financial Services Commission หรือ FSC) ประกาศเมื่อวันที่ 4 กันยายนที่ผ่านมา เปิดแผนแม่บทแปลงหลักทรัพย์ "ทุกประเภท" ทั้งหุ้น พันธบัตร และกองทุน ให้อยู่ในรูปโทเคนบนบล็อกเชน โดยจะทยอยเริ่มใช้งานเป็น 3 เฟส หลังกฎหมายรับรองสถานะโทเคนหลักทรัพย์มีผลบังคับใช้ในวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2027
เฟส 1: กองทุนและหุ้นนอกตลาดสำหรับนักลงทุนสถาบันก่อน
เมื่อกฎหมายมีผลบังคับใช้ เกาหลีใต้จะเริ่มแปลงกองทุนตลาดเงินภาคเอกชน (Private Money-Market Fund) และหุ้นกู้เอกชนสำหรับนักลงทุนสถาบันให้เป็นโทเคนก่อน ส่วนหุ้นที่ยังไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ จะใช้วิธีแปลงผ่านทรัสต์ โดยตัวหุ้นจริงยังคงอยู่ในระบบเดิม แต่นักลงทุนจะได้รับโทเคนที่อ้างอิงสิทธิผลประโยชน์จากทรัสต์นั้นแทน
เฟส 2-3: ขยายสู่หลักทรัพย์มหาชน ก่อนเปิดชำระด้วย Stablecoin
หากเฟสแรกพิสูจน์แล้วว่าระบบมีเสถียรภาพ FSC จะขยายโครงสร้างพื้นฐานนี้ไปครอบคลุมหลักทรัพย์ที่เสนอขายต่อประชาชนทั่วไป (Publicly Offered Securities) ในเฟสถัดมา ก่อนที่เฟสสุดท้ายจะเปิดใช้โครงสร้างพื้นฐานการชำระราคาบนบล็อกเชน (Onchain Settlement) ให้นักลงทุนสามารถซื้อขายและชำระราคาโทเคนหลักทรัพย์ด้วย Stablecoin (โทเคนดิจิทัลที่ผูกมูลค่ากับสกุลเงินจริง) ได้โดยตรง ทั้งนี้ Cointelegraph รายงานเพิ่มเติมว่า FSC มีแผนเสนอแก้ไขกฎเกณฑ์ลูกที่เกี่ยวข้องภายในสิ้นเดือนกันยายนนี้ และจะร่วมมือกับศูนย์รับฝากหลักทรัพย์เกาหลีใต้ (Korea Securities Depository) พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานร่วมกัน ส่วนกรอบเวลาของเฟส 2 และเฟส 3 จะกำหนดชัดเจนอีกครั้งหลังการแก้ไขกฎเกณฑ์ดังกล่าว
บริษัทหลักทรัพย์เดิมทำได้เลย แต่รายย่อยมีเพดานซื้อ
ตามแผนนี้ บริษัทหลักทรัพย์และบริษัทนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ที่มีใบอนุญาตอยู่แล้วสามารถให้บริการซื้อขายโทเคนหลักทรัพย์ได้ทันทีโดยไม่ต้องขอใบอนุญาตเพิ่มเติม ส่วนกระดานเทรดนอกตลาด (OTC) ต้องปรึกษากับสำนักงานกำกับดูแลทางการเงิน (Financial Supervisory Service) ก่อนเริ่มให้บริการ ขณะที่นักลงทุนรายย่อยที่ซื้อขายผ่านแพลตฟอร์ม OTC จะถูกจำกัดวงเงินซื้อสุทธิไม่เกิน 100 ล้านวอน (ราว 2.6 ล้านบาท) ต่อปีต่อแพลตฟอร์ม ด้านผู้ออกโทเคนที่ไม่ใช่ธนาคารต้องมีทุนจดทะเบียนขั้นต่ำ 4,000 ล้านวอน (ราว 104 ล้านบาท) พร้อมทีมงานกำกับดูแลการปฏิบัติตามกฎหมายโดยเฉพาะ FSC ระบุว่าอ้างอิงโมเดลจากกองทุน BUIDL ของ BlackRock (บริษัทจัดการสินทรัพย์ใหญ่ที่สุดในโลก) และพันธบัตรสีเขียวแบบโทเคนของฮ่องกง เป็นต้นแบบในการวางกรอบครั้งนี้
📎 ข่าวที่เกี่ยวข้องจาก Bitcoinaddict.com:ประเทศไทยเองก็มีความเคลื่อนไหวในทิศทางเดียวกัน และ BlackRock ก็เดินหน้าผลักดันแนวคิด Tokenization มาต่อเนื่อง
👉 ก.ล.ต. เดินหน้า Securities Tokenization เชื่อมตลาดทุนไทยสู่โลกการลงทุนดิจิทัล
👉 BlackRock เดินหน้าวิสัยทัศน์ผสาน TradFi-คริปโตผ่าน Tokenization แม้สินทรัพย์ดิจิทัลไตรมาส 2 หดตัว 40%🔗 อ้างอิงต้นฉบับ: The Block, Cointelegraph
💬 ความเห็นบรรณาธิการ Bitcoinaddict: แผนของเกาหลีใต้ถือเป็นหนึ่งในกรอบกฎหมาย Tokenization ที่ชัดเจนและครอบคลุมที่สุดในเอเชียตอนนี้ เพราะวางเส้นทางไว้ล่วงหน้าตั้งแต่จุดเริ่มต้น (สถาบันเทรดสินทรัพย์เอกชน) ไปจนถึงปลายทางที่เชื่อมกับโลกคริปโตโดยตรง (ชำระด้วย Stablecoin) อย่างไรก็ตาม ต้องย้ำว่าตอนนี้ยังเป็นเพียงเฟส 1 เท่านั้นที่มีกรอบเวลาแน่นอน ส่วนเฟส 2-3 ยังรอการแก้ไขกฎเกณฑ์ลูกและยังไม่มีกำหนดวันชัดเจน หากทำได้จริงตามแผน จะเป็นอีกหนึ่งแรงหนุนสำคัญให้ตลาด RWA (การแปลงสินทรัพย์จริงเป็นโทเคน) และ Stablecoin เติบโตต่อเนื่องในภูมิภาคเอเชีย
— รายงานโดยทีมข่าว Bitcoinaddict.com