Trezor เผยข้อมูลลูกค้ารั่วจากผู้ให้บริการขนส่งเพิ่มอีก 67,000 ราย ยอดรวมพุ่งกว่า 80,000 คน
05 September 2026ข่าวโดย Rawiwarn Owattasanee

Trezor เผยข้อมูลลูกค้ารั่วจากผู้ให้บริการขนส่งเพิ่มอีก 67,000 ราย ยอดรวมพุ่งกว่า 80,000 คน

Trezor ผู้ผลิตฮาร์ดแวร์วอลเล็ตรายใหญ่ เปิดเผยเมื่อวันที่ 4 กันยายนที่ผ่านมาว่า เหตุการณ์ข้อมูลลูกค้ารั่วไหลที่เกิดจากผู้ให้บริการขนส่ง ShipMonk นั้น มีขอบเขตกว้างกว่าที่เคยรายงานไว้มาก โดยพบข้อมูลลูกค้าเก่าในสหรัฐฯ เพิ่มอีกราว 67,000 ราย ทำให้ยอดรวมผู้ได้รับผลกระทบทั้งหมดพุ่งขึ้นเป็นประมาณ 80,700 คน

ย้อนจุดเริ่มต้น: ข้อมูลรั่วรอบแรกเกือบ 14,000 ราย

เหตุการณ์นี้เริ่มต้นเมื่อวันที่ 10 สิงหาคมที่ผ่านมา เมื่อ ShipMonk แจ้ง Trezor ว่าระบบถูกเข้าถึงโดยไม่ได้รับอนุญาต ก่อนที่ Trezor จะเปิดเผยต่อสาธารณะในวันที่ 13 สิงหาคม ว่ามีลูกค้า 11,742 รายที่ข้อมูลรั่วไหลแบบเต็ม ทั้งชื่อ อีเมล เบอร์โทรศัพท์ และที่อยู่จัดส่ง รวมถึงอีก 1,947 รายที่รั่วไหลบางส่วน (ชื่อ เมือง และอีเมล) รวมเป็นประมาณ 13,689 ราย ครอบคลุมคำสั่งซื้อระหว่างวันที่ 10 พฤษภาคมถึง 8 สิงหาคมที่ผ่านมา ซึ่งจัดส่งไปยังสหรัฐฯ อังกฤษ สวีเดน โคลอมเบีย บราซิล อิตาลี และโปรตุเกส

ข้อมูลเก่าตั้งแต่ปี 2562-2564 หลุดออกมาด้วย ทั้งที่เคยได้รับการยืนยันว่าลบแล้ว

จุดที่ทำให้เรื่องนี้บานปลายคือ Trezor ระบุว่าเพิ่งได้รับแจ้งเมื่อ 2 วันก่อนหน้าการประกาศล่าสุดว่า เหตุการณ์นี้ยังครอบคลุมถึงข้อมูลคำสั่งซื้อจากช่วงความร่วมมือเดิมกับ ShipMonk ระหว่างเดือนพฤศจิกายน 2562 ถึงสิงหาคม 2564 ซึ่งทำให้ข้อมูลลูกค้าในสหรัฐฯ อีกราว 67,000 รายรั่วไหลแบบเต็ม ทั้งชื่อ อีเมล เบอร์โทรศัพท์ ที่อยู่จัดส่ง และหมายเลขคำสั่งซื้อ ประเด็นสำคัญคือ Trezor ระบุว่าเคยได้รับการยืนยันเป็นลายลักษณ์อักษรจาก ShipMonk แล้วว่าข้อมูลเก่าชุดนี้ถูกลบไปตามสัญญาและนโยบายการเก็บรักษาข้อมูลแล้ว แต่กลับพบว่าข้อมูลยังคงค้างอยู่ในระบบของ ShipMonk จนรั่วไหลออกมาในเหตุการณ์นี้ด้วย

ยืนยันฮาร์ดแวร์วอลเล็ตยังปลอดภัย แต่เสี่ยงฟิชชิ่งสูง

Trezor ยืนยันว่าระบบของบริษัทเองไม่ได้ถูกเจาะ และไม่มีสัญญาณว่าข้อมูลสำรองกระเป๋าเงิน (Wallet Backup) คีย์ส่วนตัว หรือข้อมูลในตัวอุปกรณ์ถูกเปิดเผยแต่อย่างใด อย่างไรก็ตาม ข้อมูลที่รั่วไหลออกไป เช่น ชื่อ อีเมล และเบอร์โทรศัพท์ สามารถถูกนำไปใช้ในการโจมตีแบบฟิชชิ่งหรือหลอกลวงทางสังคมวิศวกรรม (Social Engineering) โดยผู้ไม่หวังดีอาจปลอมตัวเป็น Trezor เพื่อหลอกขอ Seed Phrase (ชุดคำสำหรับกู้คืนกระเป๋าเงิน) จากเหยื่อ ซึ่งหากเสีย Seed Phrase ไปก็เท่ากับเสียสิทธิ์ควบคุมสินทรัพย์คริปโตทั้งหมดในกระเป๋านั้นทันที

 

📎 ข่าวที่เกี่ยวข้องจาก Bitcoinaddict.com:ติดตามข่าวการรั่วไหลรอบแรกที่เราเคยรายงานไว้ก่อนหน้า
👉 Trezor เตือนภัย ข้อมูลลูกค้าเกือบ 14,000 รายรั่ว หลังผู้ให้บริการขนส่ง ShipMonk ถูกแฮก

🔗 อ้างอิงต้นฉบับ: Cointelegraph, The Block, Bleeping Computer

 

💬 ความเห็นบรรณาธิการ Bitcoinaddict: กรณีนี้เป็นบทเรียนสำคัญเรื่องความเสี่ยงจากบุคคลที่สาม (Third-Party Risk) แม้ผู้ผลิตฮาร์ดแวร์วอลเล็ตจะดูแลความปลอดภัยของตัวอุปกรณ์ได้ดีแค่ไหน แต่ถ้าคู่ค้าอย่างผู้ให้บริการขนส่งไม่ปฏิบัติตามข้อตกลงเรื่องการลบข้อมูล ก็ยังเป็นช่องโหว่ให้ข้อมูลลูกค้ารั่วไหลได้อยู่ดี ผู้ที่เคยสั่งซื้อสินค้า Trezor โดยเฉพาะในช่วงปี 2562-2564 และ 2569 ควรระวังอีเมลหรือข้อความที่อ้างว่ามาจาก Trezor เป็นพิเศษ ไม่ควรกรอก Seed Phrase หรือข้อมูลส่วนตัวใดๆ ผ่านลิงก์ที่ได้รับทางอีเมลหรือ SMS โดยเด็ดขาด เพราะบริษัทที่ถูกกฎหมายจะไม่มีวันขอ Seed Phrase จากลูกค้าเลย

 

— รายงานโดยทีมข่าว Bitcoinaddict.com