Solana ลดเงินมัดจำเปิดบัญชี 90% ปลดล็อก SOL กว่า 3 ล้านเหรียญ แต่เสี่ยงกระทบดีมานด์ถือครอง
06 September 2026ข่าวโดย Rawiwarn Owattasanee

Solana ลดเงินมัดจำเปิดบัญชี 90% ปลดล็อก SOL กว่า 3 ล้านเหรียญ แต่เสี่ยงกระทบดีมานด์ถือครอง

Solana เดินหน้าแผนลดเงินมัดจำที่ต้องวางไว้เพื่อเปิดบัญชีบนเครือข่าย (Rent หรือเงินสำรองขั้นต่ำ) ลงถึง 90% ผ่านข้อเสนอปรับปรุง SIMD-0437 โดยขั้นตอนแรกเริ่มใช้งานจริงบน Mainnet ไปแล้วเมื่อวันที่ 3 กันยายนที่ผ่านมา ลดค่าพารามิเตอร์เงินสำรองจาก 6,960 เหลือ 6,333 แลมพอร์ตต่อไบต์ (ประมาณ 9% ของเป้าหมายทั้งหมด) ซึ่งแม้จะช่วยลดต้นทุนการเปิดบัญชีให้ผู้ใช้และผู้พัฒนา แต่นักวิเคราะห์ก็เริ่มตั้งคำถามว่าอาจไปลดเหตุผลหนึ่งที่คนถือ SOL ไว้ในระยะยาวด้วยเช่นกัน

"เงินมัดจำบัญชี" คืออะไร ทำไมเครือข่ายต้องเก็บไว้

บน Solana ทุกบัญชีต้องมี SOL ขั้นต่ำจำนวนหนึ่งค้างไว้เป็นเงินมัดจำ (Rent-Exempt Reserve) แปรผันตามขนาดข้อมูลที่บัญชีนั้นใช้เก็บ (หน่วยเป็นไบต์) ต่างจากค่าเช่าทั่วไปตรงที่เงินก้อนนี้สามารถถอนคืนได้เมื่อปิดบัญชี กลไกนี้มีไว้เพื่อป้องกันไม่ให้เครือข่ายบวมด้วยบัญชีขยะที่ไม่มีใครใช้งาน แต่ก็เป็นต้นทุนที่ผู้ให้บริการเช่นแอปพลิเคชันจ่ายเงินหรือกระเป๋าเงินต้องแบกรับทุกครั้งที่เปิดบัญชีใหม่ให้ผู้ใช้รายใหม่

เมื่อครบทั้ง 5 ขั้นตอนตามแผน SIMD-0437 ค่าพารามิเตอร์เงินสำรองจะลดลงเหลือ 696 แลมพอร์ตต่อไบต์ หรือคิดเป็นการลดลงประมาณ 90% จากระดับเดิม ตัวอย่างเช่น บัญชีโทเคนมาตรฐาน (ขนาด 293 ไบต์) 1 ล้านบัญชี จากเดิมต้องใช้เงินมัดจำรวม 2,039.28 SOL จะลดเหลือเพียง 203.928 SOL เมื่อครบทุกขั้นตอน หรือปลดล็อกเงินคืนได้ราว 1,835 SOL จากตัวอย่างชุดนี้เพียงชุดเดียว

ปลดล็อกได้เท่าไหร่ทั้งเครือข่าย และทำไมไม่ใช่ "แจกฟรี"

เมื่อคิดในภาพรวมทั้งเครือข่าย มีการประเมินว่าเงินมัดจำที่อาจถูกปลดล็อกออกมาได้ทั้งหมดอยู่ที่ราว 3.08 ล้าน SOL คิดเป็นมูลค่าประมาณ 307-319 ล้านดอลลาร์ ณ ช่วงเวลาที่มีการรายงาน จนบางฝ่ายอย่าง Solana Floor เคยเรียกเงินก้อนนี้ว่าเป็น "Airdrop" มูลค่ากว่า 319 ล้านดอลลาร์ แต่คำเรียกนี้ยังเป็นที่ถกเถียง เพราะการลดเงินมัดจำครั้งนี้ไม่ได้แจกคืนเงินให้อัตโนมัติ ผู้ถือบัญชีหรือโปรแกรมที่เกี่ยวข้องต้องกดคำสั่ง "WithdrawExcessLamports" เพื่อถอนส่วนเกินออกมาเอง ทำให้ลักษณะใกล้เคียงกับการ "ดึงทุนคืน" มากกว่าการแจกเหรียญฟรีตามความหมายทั่วไป

ประเด็นที่ซับซ้อนกว่านั้นคือ สิทธิ์ในการถอนเงินส่วนเกินขึ้นอยู่กับว่าใครเป็นเจ้าของบัญชี ผู้ให้บริการที่เคยจ่ายเงินมัดจำเปิดบัญชีแทนลูกค้าไม่สามารถถือสิทธิ์ดึงเงินส่วนเกินคืนได้เองเสมอไป หากบัญชีนั้นเป็นกรรมสิทธิ์ของลูกค้า ทำให้ยังไม่แน่ชัดว่าเงินที่ปลดล็อกออกมาสุดท้ายจะถูกนำไป Stake ต่อ นำไปเปิดบัญชีใหม่ หรือถูกเทขายในตลาด

จังหวะที่ชนกับแผนลด Emission อาจสร้าง "แรงตึงด้านซัพพลาย"

สิ่งที่ทำให้เรื่องนี้ซับซ้อนขึ้นไปอีก คือจังหวะที่แผนลดเงินมัดจำนี้เกิดขึ้นใกล้เคียงกับที่ผู้ตรวจสอบเครือข่าย (Validator) เพิ่งลงมติผ่านข้อเสนอ SIMD-0550 ที่จะลดอัตราการปล่อยเหรียญใหม่ (Emission) ในอนาคตลงถึง 18.9 ล้าน SOL ซึ่งเราเคยรายงานไว้ก่อนหน้านี้ การที่เครือข่ายบีบซัพพลายใหม่ในอนาคตให้น้อยลง ในขณะเดียวกันก็ปลดล็อกเงินเก่าที่เคยถูกล็อกไว้ในบัญชีให้ไหลออกมาได้ง่ายขึ้น สร้างสิ่งที่นักวิเคราะห์เรียกว่า "แรงตึงด้านซัพพลายที่ผิดปกติ" เพราะเป็นการดึงและดันซัพพลายไปคนละทิศทางพร้อมกัน

นอกจากนี้ งานวิจัยที่อ้างอิงในบทวิเคราะห์ต้นฉบับยังชี้ว่า 75.5% ของเหตุการณ์การเปิดบัญชีที่ศึกษา ถูกปิดภายในธุรกรรมเดียวกันทันที ทำให้ตัวเลขจำนวนบัญชีใหม่เพียงอย่างเดียวไม่สามารถบอกได้ว่าเครือข่ายดูดซับอัตราเงินมัดจำที่ต่ำลงได้ดีแค่ไหนจริงๆ

ไทม์ไลน์ที่เหลือ และจุดที่ยังไม่ฟันธง

ขั้นตอนที่ 2 ของแผนกำลังทดสอบอยู่บน Testnet และคาดว่าจะขึ้น Mainnet ช่วงกลางเดือนกันยายนนี้ ก่อนที่ 3 ขั้นตอนสุดท้ายจะตามมาพร้อมการอัปเดต Agave 4.4 ในเดือนพฤศจิกายน ทั้งนี้ ทุกขั้นตอนหลังจากขั้นแรกจะต้องผ่านการตรวจสอบอัตราการเติบโตของสถานะเครือข่าย (State Growth) ก่อนเดินหน้าต่อ และมีกลไกสำรองที่สามารถดึงค่าพารามิเตอร์กลับไปเป็นระดับเดิมได้หากจำเป็น

 

📎 ข่าวที่เกี่ยวข้องจาก Bitcoinaddict.com:อ่านเพิ่มเติมเรื่องแผนลด Emission ที่กำลังเกิดขึ้นพร้อมกัน และความเสี่ยงที่โทเคนหลักอาจเสียดีมานด์จากผู้ใช้โดยตรง
👉 Solana เดินหน้ามติลด Emission ครั้งใหญ่ SIMD-0550 หวังตัดซัพพลายอนาคต 18.9 ล้าน SOL
👉 Ethereum และ Solana รองรับธุรกรรมระดับล้านล้านดอลลาร์ แต่โทเคนหลักเสี่ยงเสียดีมานด์จากผู้ใช้โดยตรง

🔗 อ้างอิงต้นฉบับ: CryptoSlate, AmbCrypto, Solana Compass

 

💬 ความเห็นบรรณาธิการ Bitcoinaddict: การลดเงินมัดจำครั้งนี้เป็นข่าวดีต่อผู้ใช้งานและผู้พัฒนาที่ต้องการต้นทุนถูกลงในการเปิดบัญชีจำนวนมาก แต่ก็เป็นตัวอย่างชัดเจนของ Trade-off ในการออกแบบโทเคนอโนมิกส์ เมื่อกลไกที่เคยบังคับให้คนต้องถือ SOL จำนวนหนึ่งไว้เฉยๆ (แม้จะถอนคืนได้) ถูกลดทอนลง ก็อาจทำให้ดีมานด์ระยะยาวต่อ SOL ในมุมนี้จางลงไปด้วย ทั้งนี้ผลกระทบที่แท้จริงยังต้องรอดูว่าเงินที่ปลดล็อกออกมาจะถูกนำไป Stake ต่อหรือถูกเทขาย ซึ่งยังไม่มีข้อสรุปชัดเจน ณ ตอนนี้ บทความนี้เป็นการรายงานข้อมูล ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน

 

— รายงานโดยทีมข่าว Bitcoinaddict.com