get to know usdt from tether
19 May 2023บทความโดย Rawiwarn Owattasanee

USDT คืออะไร? มาทำความรู้จักเจ้าพ่อ Stablecoin กันดีกว่า

มาทำความรู้จัก USDT หรือ Tether สกุลเงิน Stablecoin ที่ได้รับความนิยมสูงสุด พร้อมเรียนรู้จุดกำเนิดและกลไกการค้ำมูลค่าด้วยดอลลาร์สหรัฐฯ

จุดกำเนิด Tether USD

ในปี 1945 ธนาคารกลางสหรัฐฯ ได้ผูกค่าดอลลาร์สหรัฐฯ ด้วยทองคำ และในทำนองเดียวกันบริษัท Tether ก็พยายามคัดลอกแนวคิดนี้ ด้วยการประกาศว่าเหรียญ USDT ทั้งหมดในระบบจะถูกค้ำด้วยเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ในสัดส่วน 1 ต่อ 1

Tether (USDT) เป็น Cryptocurrency ประเภทที่เรียกว่า Stablecoin เนื่องจากมูลค่าของเหรียญถูกออกแบบให้เทียบเท่าสกุลเงินตามกฎหมายแบบ 1:1 โดยอิงจากสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ (U.S. Dollar) เดิมทีเหรียญ USDT ถูกนำมาใช้เป็นโทเคนบนบล็อกเชนของระบบ Omni (Omni protocol) แพลตฟอร์มที่ใช้สร้างและซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลที่สร้างขึ้นบนเครือข่าย Bitcoin ธุรกรรมต่าง ๆ ในยุคแรกจึงถูกรันบน Bitcoin Blockchain

ต่อมามีการพัฒนาเพื่อให้ USDT ใช้งานได้ในหลายบล็อกเชนมากขึ้นเรื่อย ๆ ปัจจุบัน Tether รองรับหลายเครือข่าย ไม่ว่าจะเป็น Tron, Ethereum, Solana ไปจนถึง Bitcoin ผ่าน Omni Layer โดย Tron และ Ethereum เป็นสองเครือข่ายที่มีปริมาณการทำธุรกรรมด้วย USDT สูงที่สุดในปัจจุบัน และถูกนำมาใช้แทนเงินดอลลาร์เป็นคู่เทรดหลักบนแทบทุก Exchange ทั่วโลก รวมถึงกระดานเทรดของไทยด้วย

การทำงานของ Tether USD

ตัวเหรียญ Tether อยู่ในหมวดหมู่ Stablecoin ที่มีสินทรัพย์หนุนหลัง (Collateralized Stablecoin) หน่วย USDT แต่ละหน่วยที่ออกมาหมุนเวียนในตลาด ได้รับการหนุนหลังด้วยสินทรัพย์ที่ถืออยู่ในทุนสำรองของบริษัท Tether Holdings ผู้ใช้งานสามารถทำธุรกรรมและถือ USDT ในกระเป๋าเงินดิจิทัลได้เช่นเดียวกับ Bitcoin หรือ Cryptocurrency อื่น ๆ

Tether มีจุดมุ่งหมายเพื่อสร้างเสถียรภาพด้านราคาโดยอิงกับสกุลเงินหลัก ทำให้ราคามีความเสถียรกว่า Crypto ตัวอื่นอย่าง Bitcoin หรือ Ethereum ซึ่งช่วยให้เป็นสื่อกลางที่มีความปลอดภัยและความเสถียรของราคาเมื่อต้องการเทรด นักเทรดจำนวนมากใช้ USDT เป็นที่พักเงินชั่วคราวระหว่างรอจังหวะเข้าซื้อเหรียญอื่น หรือใช้เป็นหน่วยคำนวณกำไรขาดทุนแทนการแปลงกลับเป็นเงินบาททุกครั้ง

แก้ไขข้อมูลเก่า: ทุนสำรอง 3.87% ไม่ใช่ข้อเท็จจริงปัจจุบันอีกต่อไป

บทความนี้ในเวอร์ชันก่อนหน้าอ้างอิงข้อมูลจากคดีความระหว่าง Tether กับ New York State Attorney General (NYAG) ที่จบลงในเดือนกุมภาพันธ์ 2021 ซึ่งเป็นการฟ้องร้องเรื่องความโปร่งใสของทุนสำรอง โดยเอกสารที่เกี่ยวข้องกับคดีตอนนั้นถูกตีความ (และถูกนำไปพูดต่อในวงกว้างแบบผิด ๆ) ว่า Tether มีเงินสดค้ำประกันจริงเพียง 3.87% ของ USDT ที่หมุนเวียนอยู่ ซึ่งเป็นตัวเลขจากสถานการณ์ปี 2021 ไม่ใช่ข้อเท็จจริงของปัจจุบันอีกต่อไป การยังคงเสนอตัวเลขนี้เป็นข้อมูลปัจจุบันถือเป็นความผิดพลาดที่ต้องแก้ไข เพราะ USDT เป็น Stablecoin ที่คนไทยใช้เทรดและ DCA มากที่สุดตัวหนึ่ง ข้อมูลผิดเรื่องทุนสำรองกระทบความน่าเชื่อถือโดยตรง

หลังจากคดีความปี 2021 เป็นต้นมา Tether เปลี่ยนแนวทางมาเผยแพร่รายงานรับรองสินทรัพย์ (Attestation Report) จากบริษัทตรวจสอบบัญชีอิสระเป็นประจำทุกไตรมาส ไม่ใช่การแถลงลอย ๆ อีกต่อไป จากรายงาน Attestation ล่าสุดที่ตรวจสอบโดย BDO Italia สำหรับไตรมาส 1 ปี 2026 พบว่า Tether มีสินทรัพย์รวมประมาณ 149,000 ล้านดอลลาร์ เทียบกับหนี้สิน (มูลค่า USDT ที่หมุนเวียนอยู่จริง) ประมาณ 183,500 ล้านดอลลาร์ ส่วนต่างที่เป็นส่วนของผู้ถือหุ้น (Excess Reserves) อยู่ที่ประมาณ 8,200 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อนหน้าเกือบ 30%

องค์ประกอบของทุนสำรองส่วนใหญ่ ณ ไตรมาสดังกล่าวเป็นพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ระยะสั้น (US Treasuries) ราว 80% ของทั้งหมด ที่เหลือกระจายอยู่ในธุรกรรม Repo ข้ามคืน เงินสด ทองคำประมาณ 8,000 ล้านดอลลาร์ Bitcoin ประมาณ 7,000 ล้านดอลลาร์ และเงินกู้ค้ำประกันบางส่วน พูดง่าย ๆ คือทุนสำรองส่วนใหญ่เป็นสินทรัพย์สภาพคล่องสูงและค่อนข้างปลอดภัย ต่างจากภาพจำเก่าที่คนกลัวกันว่า Tether เอาเงินไปเก็งกำไรความเสี่ยงสูงทั้งหมด

ต้องพูดตรง ๆ ว่านี่ไม่ได้แปลว่า Tether ไม่มีความเสี่ยงเลย บริษัทยังไม่เคยผ่านการตรวจสอบบัญชีแบบเต็มรูปแบบ (Full Audit) จากบริษัทบัญชีระดับ Big Four เหมือนบริษัทมหาชนทั่วไป มีแค่ Attestation ซึ่งเป็นการยืนยันข้อมูล ณ วันที่ตรวจ ไม่ใช่การตรวจสอบกระบวนการทั้งปีแบบ Audit เต็มรูปแบบ ประเด็นเรื่องความโปร่งใสยังเป็นสิ่งที่นักวิเคราะห์และหน่วยงานกำกับดูแลทั่วโลกจับตาดูต่อเนื่อง โดยเฉพาะในบริบทที่หลายประเทศ (รวมถึงสหรัฐฯ ผ่านกฎหมาย GENIUS Act ที่ผ่านในปี 2025) เริ่มออกกฎเกณฑ์กำกับดูแล Stablecoin อย่างจริงจังมากขึ้น ซึ่งกดดันให้ผู้ออก Stablecoin ทุกเจ้ารวมถึง Tether ต้องโปร่งใสมากขึ้นเรื่อย ๆ ไม่ใช่เพราะใจดีอยากทำเอง แต่เพราะกฎหมายบังคับ

[IMAGE: แผนภาพโครงสร้างทุนสำรองของ USDT แสดงสัดส่วนสินทรัพย์ที่หนุนหลังอยู่ เช่น พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ประมาณ 80% เงินสดและ Repo ทองคำ Bitcoin และเงินกู้ค้ำประกันส่วนที่เหลือ พร้อมป้ายกำกับว่าอ้างอิงจาก Attestation รายไตรมาส ไม่ใช่ Full Audit]

ข้อพิจารณา

แม้ตัวเลขทุนสำรองปัจจุบันจะดูมั่นคงกว่าเมื่อก่อนมาก แต่การพึ่งพา Attestation แทน Audit เต็มรูปแบบยังเป็นจุดที่ต้องติดตามต่อไป คนที่ถือ USDT จำนวนมากควรเข้าใจว่านี่คือความเสี่ยงเชิงโครงสร้างที่มีมาตั้งแต่ต้น ไม่ใช่เรื่องที่หายไปแล้วเพราะบริษัทออกรายงานสวยงามทุกไตรมาส การกระจายความเสี่ยงไปยัง Stablecoin หลายเจ้า หรือไม่ถือเงินก้อนใหญ่ไว้ใน Stablecoin ตัวเดียวนานเกินไป ยังเป็นหลักการบริหารความเสี่ยงที่ควรทำอยู่เสมอ

เหตุการณ์ที่ยืนยันจุดนี้ได้ดีคือช่วงเดือนมีนาคม 2023 ตอนที่ธนาคาร Silicon Valley Bank (SVB) ล้ม แล้ว USDC ของคู่แข่งอย่าง Circle หลุดออกจากราคา 1 ดอลลาร์ไปชั่วคราว (De-peg) เพราะมีเงินสำรองส่วนหนึ่งฝากอยู่ใน SVB โดยตรง ส่วน USDT แม้จะสั่นไหวตามความตื่นตระหนกของตลาดโดยรวมบ้าง แต่ไม่ได้มีเงินฝากอยู่ใน SVB จึงหลุดราคาน้อยกว่าและกลับมายืนที่ 1 ดอลลาร์ได้เร็วกว่า เหตุการณ์นี้ทำให้เห็นภาพชัดว่าความเสี่ยงของ Stablecoin ไม่ได้อยู่ที่ "หนุนหลังด้วยอะไร" อย่างเดียว แต่อยู่ที่ "ฝากเงินสำรองไว้ที่ไหน กระจายความเสี่ยงดีแค่ไหน" ด้วยเช่นกัน

มูลค่าตลาดของ USDT ในช่วงต้นเดือนสิงหาคม 2026 อยู่ที่ประมาณ 183,700 ล้านดอลลาร์ ยังคงอันดับที่ 3 ของตลาดคริปโตทั้งหมดรองจาก Bitcoin และ Ethereum โดยมี Supply หมุนเวียนอยู่ที่ประมาณ 180,000 ล้านเหรียญ เป็น Stablecoin ที่มีมูลค่าตลาดใหญ่ที่สุดในโลก ทิ้งห่างคู่แข่งอย่าง USDC ค่อนข้างมาก

ขอขอบคุณเพจ BitToon สำหรับกราฟฟิก และเพจ Lady Crypto สำหรับเนื้อหาครับ

📖 อยากรู้ศัพท์คริปโตคำอื่น? ดูรวมศัพท์คริปโต A-Z ครบทุกคำ

📌 อ่านเพิ่มเติม: USDT vs USDC ต่างกันยังไง

บทความทั้งหมด