
Do Kwon คือใคร ประวัติผู้ก่อตั้ง Terraform Labs จาก UST และ LUNA สู่โทษจำคุก 15 ปี
ประวัติ Do Kwon ผู้ร่วมก่อตั้ง Terraform Labs ผู้สร้าง Stablecoin UST และเหรียญ LUNA ที่ล่มในเดือนพฤษภาคม 2022 จนนักลงทุนเสียหายกว่า 40 พันล้านดอลลาร์ ตั้งแต่ Stanford การถูกออก Red Notice การจับกุมที่มอนเตเนโกร คดี SEC จนถึงโทษจำคุก 15 ปีในสหรัฐ
Do Kwon คือผู้ร่วมก่อตั้งและอดีตประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) ของ Terraform Labs บริษัทผู้สร้างบล็อกเชน Terra, Stablecoin ชื่อ TerraUSD (UST) และเหรียญ LUNA ระบบที่ในช่วงพีคฤดูใบไม้ผลิปี 2022 มีมูลค่ารวมเกิน 50 พันล้านดอลลาร์ ก่อนจะพังลงภายในเวลาประมาณหนึ่งสัปดาห์ในเดือนพฤษภาคม 2022 จนนักลงทุนทั่วโลกเสียหายรวมกว่า 40 พันล้านดอลลาร์ ตามตัวเลขของกระทรวงยุติธรรมสหรัฐ (DOJ)
เรื่องของ Do Kwon ไม่ใช่แค่เรื่องเหรียญที่ราคาตก แต่เป็นหนึ่งในคดีฉ้อโกงที่ใหญ่ที่สุดของวงการคริปโต เขาเคยเป็นวิศวกรจบใหม่จาก Stanford ที่กลายเป็นผู้บริหารที่โดดเด่นที่สุดคนหนึ่งของวงการคริปโตตามคำของ DOJ เป็นนักธุรกิจที่มั่นใจในตัวเองจนเย้ยหยันนักวิจารณ์ต่อหน้าสาธารณะ และสุดท้ายกลายเป็นผู้ต้องหาที่ถูกจับที่สนามบินในมอนเตเนโกรขณะถือหนังสือเดินทางปลอม ก่อนจะรับสารภาพต่อศาลสหรัฐและถูกตัดสินจำคุก 15 ปีในเดือนธันวาคม 2025 บทความนี้ไล่ประวัติของเขาตั้งแต่วัยเรียนจนถึงปี 2026 โดยอ้างอิงเอกสารของ DOJ คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์สหรัฐ (SEC) เอกสารในคดี และสื่อหลัก ข้อเท็จจริงที่ศาลตัดสินแล้วจะเขียนเป็นผลคดี ส่วนเรื่องที่ยังเป็นข้อกล่าวหาจะระบุไว้ชัดเจน

Do Kwon ผู้ร่วมก่อตั้งและอดีต CEO ของ Terraform Labs ภาพ: FAQX™ We mining it. (CC BY 3.0) ผ่าน Wikimedia Commons
Do Kwon คือใคร
Do Kwon คือนักธุรกิจและวิศวกรซอฟต์แวร์ชาวเกาหลีใต้ ผู้ร่วมก่อตั้ง Terraform Labs ในปี 2018 และสร้าง UST กับ LUNA ซึ่งล่มในเดือนพฤษภาคม 2022 ต่อมาเขารับสารภาพต่อศาลสหรัฐว่ามีความผิดฐานฉ้อโกง และถูกตัดสินจำคุก 15 ปีเมื่อวันที่ 11 ธันวาคม 2025
ในวงการคริปโต ชื่อของเขาผูกอยู่กับคำว่า Algorithmic Stablecoin หรือ Stablecoin ที่ไม่ได้ใช้เงินสดสำรองหนุนหลังแบบหนึ่งต่อหนึ่ง แต่อาศัยกลไกของโปรแกรมและแรงจูงใจทางเศรษฐกิจให้ราคาอยู่ใกล้ 1 ดอลลาร์ ความสำเร็จช่วงแรกของ UST ทำให้หลายคนเชื่อว่าเขาไขโจทย์ที่ยากที่สุดของคริปโตได้แล้ว แต่เอกสารของ DOJ และคำรับสารภาพของเขาเองแสดงว่าส่วนสำคัญของความเชื่อนั้นตั้งอยู่บนข้อมูลที่ไม่จริง
ข้อมูลส่วนตัวโดยย่อของ Do Kwon มีดังนี้
- ชื่อ: Kwon Do-hyung (권도형) ในเอกสารคดีของสหรัฐใช้ชื่อ Do Hyeong Kwon
- เกิด: 6 กันยายน 1991 ที่กรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้
- การศึกษา: Daewon Foreign Language High School และปริญญาตรีวิทยาการคอมพิวเตอร์ Stanford University ปี 2015
- บริษัทที่ก่อตั้ง: Anyfi (2016) และ Terraform Labs (2018) ร่วมกับ Daniel Shin
- ผลงานที่คนจำได้: บล็อกเชน Terra, Stablecoin UST, เหรียญ LUNA, Anchor Protocol, Mirror Protocol และ Luna Foundation Guard
- สถานะทางคดี: รับสารภาพ 2 ข้อหาเมื่อ 12 สิงหาคม 2025 และถูกตัดสินจำคุก 15 ปีเมื่อ 11 ธันวาคม 2025 ในศาลแขวงสหรัฐ เขตใต้ของนิวยอร์ก
วัยเรียน Stanford และงานแรกในซิลิคอนแวลลีย์
Do Kwon เกิดที่กรุงโซลเมื่อวันที่ 6 กันยายน 1991 เรียนมัธยมปลายที่ Daewon Foreign Language High School ในกรุงโซล จากนั้นไปเรียนที่ Stanford University ในสหรัฐ ตามข้อมูลบน LinkedIn ที่ Fortune อ้างถึง เขาเริ่มเรียนในปี 2010 และจบปริญญาตรีสาขาวิทยาการคอมพิวเตอร์ในปี 2015
ข้อมูลเรื่องชีวิตช่วงแรกของเขามีไม่มากนัก Fortune เขียนไว้ในปี 2022 ว่าแทบไม่มีใครรู้เรื่องวัยเด็กและช่วงมหาวิทยาลัยของเขา หลังเรียนจบ เขาทำงานเป็นวิศวกรซอฟต์แวร์ในบริษัทเทคโนโลยีใหญ่ช่วงสั้นๆ แหล่งข้อมูลส่วนใหญ่ระบุว่าเป็น Microsoft และ Apple ขณะที่ Fortune อ้างเว็บไซต์ส่วนตัวของ Kwon ว่าเขาทำงานกับบริษัทคู่ค้าของ Microsoft และที่ Apple ไม่ว่าจะแบบไหน ช่วงเวลานั้นสั้นมาก เพราะไม่นานเขาก็กลับเกาหลีเพื่อทำธุรกิจของตัวเอง
ในเดือนมกราคม 2016 Kwon กลับเกาหลีใต้และก่อตั้งสตาร์ทอัพชื่อ Anyfi นี่คือบริษัทแรกที่เขาเป็นผู้บริหาร ก่อนที่สองปีต่อมาเขาจะหันมาทำโปรเจกต์บล็อกเชนเต็มตัวในปี 2018
นอกจาก Terra แล้ว Kwon ยังเคยมีส่วนในโปรเจกต์ Stablecoin อีกตัว Fortune อ้างรายงานของ CoinDesk ว่าในปี 2020 เขาใช้นามแฝง "Rick Sanchez" ซึ่งเป็นชื่อตัวละครในการ์ตูน Rick and Morty ร่วมสร้าง Basis Cash ซึ่งเป็น Algorithmic Stablecoin ที่พยายามผูกราคากับดอลลาร์ด้วยโค้ดแทนเงินสำรอง แต่ Basis Cash ไม่เคยรักษาราคาที่ 1 ดอลลาร์ได้ และผู้พัฒนาก็ทิ้งโปรเจกต์ไป เรื่องนี้กลายเป็นหลักฐานที่คนหยิบมาพูดภายหลังว่าแนวคิดแบบเดียวกันเคยล้มเหลวมาก่อนแล้ว

ประวัติช่วงวัยเรียนและงานแรกของ Do Kwon ตั้งแต่ Stanford จนถึงการตั้ง Anyfi และ Terraform Labs ภาพ: Wikipedia
ก่อตั้ง Terraform Labs กับ Daniel Shin
ในเดือนมกราคม 2018 Do Kwon ร่วมก่อตั้ง Terraform Labs กับ Daniel Shin หรือ Shin Hyun-seong นักธุรกิจชาวเกาหลี บริษัทจดทะเบียนในสิงคโปร์ในชื่อ Terraform Labs PTE, Ltd.
เป้าหมายที่ทั้งสองประกาศคือการสร้างเงินดิจิทัลที่ราคานิ่งพอจะใช้จ่ายในชีวิตประจำวันได้จริง ไม่ใช่แค่สินทรัพย์เก็งกำไร เอกสารแนวคิดฉบับแรกของ Terra ลงวันที่ 19 มีนาคม 2018 ใช้ชื่อว่า Terra: A price-stable and democratic money-as-protocol บทคัดย่อเขียนว่า Bitcoin กลายเป็นสินค้าโภคภัณฑ์คล้ายทองคำมากกว่าเงินที่ใช้แลกเปลี่ยน และเสนอ Terra เป็นทางเลือกที่ขยายและหดปริมาณเงินเพื่อรักษาราคาต่อหน่วย เอกสารนี้ภายหลังถูกนำขึ้นศาลเป็นพยานเอกสารในคดีที่ SEC ฟ้อง Terraform

เอกสารแนวคิด Terra: A price-stable and democratic money-as-protocol ฉบับ 19 มีนาคม 2018 พยานเอกสาร D4 ในคดี SEC ต่อ Terraform ภาพ: SEC
เงินทุนไหลเข้ามาเร็ว ในเดือนสิงหาคม 2018 Terraform ประกาศระดมทุน 32 ล้านดอลลาร์ โดยมีฝ่ายลงทุนของกระดานเทรดใหญ่ร่วมสนับสนุนหลายราย Fortune รายงานว่าบริษัทได้เงินจากกองทุนอย่าง Arrington Capital, Pantera Capital และ Galaxy Digital ส่วน The New York Times อ้างข้อมูล PitchBook ว่าระหว่างปี 2018 ถึง 2021 มีเงินลงทุนกว่า 200 ล้านดอลลาร์ไหลเข้าโปรเจกต์ที่สร้างบนเทคโนโลยีของ Terra ตัวเลขรวมต่างกันตามแหล่งและวิธีนับ แต่ภาพรวมคือ Terraform ได้รับความเชื่อมั่นจากนักลงทุนสถาบันตั้งแต่ปีแรก
นักลงทุนช่วงแรกบางรายได้กำไรมหาศาลก่อนระบบจะล่ม ตามที่ Fortune รายงาน ผู้ก่อตั้ง Binance เล่าว่าเงินลงทุน 3 ล้านดอลลาร์ใน LUNA ปี 2018 เคยมีมูลค่าขึ้นไปราว 1.6 พันล้านดอลลาร์ตอนราคาสูงสุด แต่เหลือไม่ถึง 3,000 ดอลลาร์หลังการล่ม ขณะที่ Pantera Capital บอกว่าทำกำไรได้ราว 170 ล้านดอลลาร์จากเงินลงทุนตั้งต้น 1.7 ล้านดอลลาร์ เพราะทยอยขาย LUNA ไปราว 80% ในช่วงปีก่อนหน้า ความต่างนี้สะท้อนว่าใครเข้าและออกเมื่อไรคือตัวกำหนดผลลัพธ์ และคนที่ติดอยู่จนวันสุดท้ายส่วนใหญ่คือรายย่อย
ในปี 2019 Forbes ยกให้ Kwon เป็นหนึ่งใน 30 Under 30 Asia สาขาการเงินและการลงทุน ช่วงเดียวกันนั้นเชน Terra เริ่มทำงาน และ Daniel Shin ผลักดันแอปชำระเงิน Chai ในเกาหลี ซึ่งบริษัทโฆษณาว่าเป็นตัวอย่างการใช้บล็อกเชนในโลกจริง เรื่อง Chai นี้ภายหลังกลายเป็นหนึ่งในข้อเท็จจริงสำคัญของคดี
UST และ LUNA ทำงานอย่างไร
หัวใจของระบบคือเหรียญสองตัวที่ผูกกันไว้ ตัวแรกคือ UST หรือ TerraUSD ซึ่ง Terraform ประกาศเปิดตัวราวเดือนกันยายน 2020 เป็น Stablecoin ที่ตั้งใจให้มีค่า 1 ดอลลาร์ ตัวที่สองคือ LUNA เหรียญประจำเครือข่าย Terra ที่ราคาขึ้นลงตามตลาด
ตามเอกสารของ DOJ สื่อประชาสัมพันธ์ของ Terraform อ้างว่าภายใต้สิ่งที่บริษัทเรียกว่า Terra Protocol ผู้ใช้สามารถนำ 1 UST ไปแลกเป็น LUNA มูลค่า 1 ดอลลาร์ได้เสมอ และนำ LUNA มูลค่า 1 ดอลลาร์มาแลกเป็น 1 UST ได้เสมอเช่นกัน การแลกนี้ไม่ได้ใช้เงินสดสำรอง แต่ใช้การสร้างเหรียญใหม่ (Mint) และเผาเหรียญเดิมทิ้ง (Burn)
ตรรกะที่ Terraform อธิบายคือ ถ้าราคา UST ในตลาดต่ำกว่า 1 ดอลลาร์ นักเก็งกำไรจะซื้อ UST ราคาถูก แล้วเผามันเพื่อแลกเป็น LUNA มูลค่าเต็ม 1 ดอลลาร์ ได้กำไรส่วนต่าง ระหว่างนั้น UST ในตลาดจะลดลงและราคาจะถูกดันกลับขึ้นไป ในทางกลับกัน ถ้า UST แพงกว่า 1 ดอลลาร์ คนจะเผา LUNA เพื่อสร้าง UST ใหม่ออกมาขาย ทำให้ราคา UST ลดลงมาที่เดิม ในทางทฤษฎีจึงไม่ต้องมีใครถือเงินดอลลาร์สำรองเลย

กลไกที่ Terraform โฆษณา เมื่อ UST ต่ำกว่าหมุด ผู้ใช้เผา UST เพื่อรับ LUNA ใหม่ เมื่อ UST สูงกว่าหมุด ผู้ใช้เผา LUNA เพื่อรับ UST ใหม่ ภาพ: Bitcoin Addict
จุดอ่อนของกลไกนี้ถูกพูดถึงตั้งแต่ก่อนระบบล่ม กลไกจะทำงานได้ก็ต่อเมื่อ LUNA ยังมีมูลค่าและตลาดยังเชื่อมั่นในตัวมัน ถ้าคนแห่ขาย UST พร้อมกันจำนวนมาก ระบบต้องสร้าง LUNA ใหม่ออกมาจำนวนมหาศาล ราคา LUNA จะยิ่งตก และเมื่อ LUNA ตก การแลก UST เป็น LUNA ก็ยิ่งไม่ช่วยอะไร นักเศรษฐศาสตร์หลายคนเตือนเรื่องนี้ซ้ำๆ แต่ระบบยังเติบโตต่อได้หลายปี ส่วนหนึ่งเพราะสิ่งที่เกิดขึ้นในเดือนพฤษภาคม 2021 ซึ่งสาธารณะไม่รู้ความจริงจนกระทั่งมีการสอบสวน
อ่านพื้นฐานเรื่องนี้เพิ่มเติมได้ที่ Stablecoin คืออะไร และบทวิเคราะห์ ทำไม Algorithmic Stablecoin ถึงพังง่าย
Chai, Mirror และ Genesis Stablecoins: เรื่องที่ DOJ ระบุว่าเป็นการหลอกลวง
นอกจาก UST และ LUNA แล้ว Terraform ยังสร้างแอปพลิเคชันจำนวนมากบนเครือข่าย Terra เพื่อเพิ่มผู้ใช้และธุรกรรม เอกสารของ DOJ ระบุผลิตภัณฑ์หลักไว้ดังนี้
- Chai: แอปชำระเงินของเกาหลี ซึ่งบริษัทอ้างว่าเริ่มใช้บล็อกเชน Terra ประมวลผลธุรกรรมราวเดือนมิถุนายน 2019
- Mirror Protocol: แพลตฟอร์มที่เปิดราวเดือนธันวาคม 2020 ให้สร้างและซื้อขายสินทรัพย์สังเคราะห์ที่อิงราคาหุ้นในตลาดสหรัฐ
- Anchor Protocol: แพลตฟอร์มฝากและกู้ UST ที่เปิดราวเดือนมีนาคม 2021 ให้ผลตอบแทนราว 20% ต่อปีสำหรับ UST ที่ฝาก
- Luna Foundation Guard (LFG): องค์กรที่ตั้งขึ้นราวเดือนมกราคม 2022 ถือทุนสำรองเป็นคริปโต เช่น Bitcoin เพื่ออ้างว่าช่วยปกป้องหมุดของ UST
ในเอกสารแถลงวันพิพากษา DOJ ระบุว่าการบิดเบือนข้อเท็จจริงของ Kwon มีหลายด้าน ด้านที่ถูกพูดถึงมากที่สุดคือ Chai Kwon อ้างต่อสาธารณะว่าบล็อกเชน Terra ถูกใช้ประมวลผลธุรกรรมทางการเงินมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ให้ Chai และใช้เรื่องนี้เป็นหลักฐานว่า Terra มีการใช้งานจริงต่างจากคริปโตอื่น แต่ตามเอกสารของ DOJ Chai ประมวลผลธุรกรรมผ่านเครือข่ายการเงินแบบดั้งเดิม ไม่ใช่บล็อกเชน Terra และ Kwon กับผู้ร่วมกระทำผิดใช้กระบวนการอัตโนมัติคัดลอกธุรกรรมลงบนบล็อกเชนเพื่อสร้างภาพว่ามีการใช้งานจริง

ตามเอกสารของ DOJ ธุรกรรมของแอป Chai วิ่งผ่านระบบการเงินดั้งเดิม แล้วถูกคัดลอกลงบล็อกเชน Terra ให้ดูเหมือนมีการใช้งานจริง ภาพ: Bitcoin Addict
เรื่อง Mirror ก็คล้ายกัน Kwon อ้างว่า Mirror ทำงานแบบกระจายศูนย์และเขากับ Terraform ไม่มีบทบาทในการบริหาร แต่ DOJ ระบุว่าทั้งคู่คุม Mirror อยู่ลับๆ ใช้บอทเทรดอัตโนมัติปั่นราคาสินทรัพย์สังเคราะห์ และทำให้ตัวเลขผู้ใช้สูงเกินจริงเพื่อหลอกนักลงทุน
ด้านที่สามคือ Genesis Stablecoins เมื่อเชน Terra เริ่มทำงานราวปี 2019 Kwon จัดให้มี Stablecoin ของ Terra ราว 1 พันล้านเหรียญถูกสร้างไว้ตั้งแต่บล็อกแรก ซึ่งบริษัทบอกนักลงทุนว่าเก็บไว้ใช้ตามวัตถุประสงค์ที่กำหนด แต่ DOJ ระบุว่า Kwon นำ Genesis Stablecoins มูลค่าอย่างน้อย 145 ล้านดอลลาร์ไปใช้ในทางฉ้อโกง รวมถึงจ่ายค่าธุรกรรม Chai ปลอมและป้อนเงินให้บอทปั่นราคาบน Mirror
ในเดือนเมษายน 2023 อัยการเขตโซลใต้ของเกาหลียื่นฟ้อง Daniel Shin และผู้เกี่ยวข้องอีกเจ็ดคนในข้อหาฉ้อโกง และอีกสองคนในข้อหาที่รวมถึงการให้สินบน โดยกล่าวหาว่า Chai ทำให้การชำระเงินด้วยเงินปกติดูเหมือนใช้คริปโต Terra ฝ่ายทนายของ Shin ปฏิเสธข้อกล่าวหา และยืนยันว่าเขาลาออกจาก Terra และ LUNA ตั้งแต่สองปีก่อนการล่ม คดีของ Shin เป็นคดีแยกในเกาหลี และยังไม่ใช่ผลคดีที่ศาลตัดสินในบทความนี้
Anchor Protocol กับดอกเบี้ยราว 20%: เครื่องยนต์ที่ดึงเงินเข้า UST
ถ้าจะเข้าใจว่าทำไม UST โตเร็วขนาดนั้น ต้องดูที่ Anchor Protocol ซึ่งเปิดราวเดือนมีนาคม 2021 Anchor ให้ผู้ใช้ฝาก UST และรับผลตอบแทนราว 20% ต่อปี SEC ระบุในคำฟ้องว่า Terraform และ Kwon โฆษณา UST ว่าเป็น Stablecoin ที่ให้ผลตอบแทน (Yield-bearing) และจ่ายดอกเบี้ยได้สูงถึง 20% ผ่าน Anchor ในช่วงที่ดอกเบี้ยเงินฝากทั่วไปยังต่ำมาก
สำหรับคนทั่วไป ข้อเสนอนี้ฟังดูดีเกินจริง แต่ดูเหมือนปลอดภัย เพราะสิ่งที่ฝากคือ Stablecoin ที่อ้างว่ามีค่า 1 ดอลลาร์ ไม่ต้องรับความเสี่ยงเรื่องราคาขึ้นลงเหมือนเหรียญทั่วไป คนจำนวนมากจึงซื้อ UST เพื่อนำไปฝาก Anchor ความต้องการ UST ส่วนใหญ่จึงไม่ได้มาจากการใช้จ่ายจริง แต่มาจากดอกเบี้ย ผลที่ตามมาคือระบบผูกตัวเองไว้กับ Anchor อย่างแน่นหนา ถ้าผลตอบแทนลดลงหรือคนเริ่มกังวล เงินก็พร้อมไหลออกพร้อมกัน

Anchor Protocol ดึงคนให้ซื้อและฝาก UST ด้วยดอกเบี้ยสูงกว่าตลาดมาก ความต้องการ UST ส่วนใหญ่จึงผูกกับ Anchor ภาพ: Bitcoin Addict
นักวิจารณ์หลายคนตั้งคำถามว่าดอกเบี้ยระดับนี้มาจากไหน Wikipedia สรุปจากรายงานข่าวว่าผลตอบแทนของ Anchor จ่ายจากทุนสำรองของ Terra และมีนักวิจารณ์บางคนเปรียบโมเดลนี้ว่าอาจทำงานคล้ายแชร์ลูกโซ่ขนาดยักษ์ ขณะที่ Kwon ปฏิเสธมาตลอดว่า Terra ไม่ใช่แชร์ลูกโซ่ ไม่ว่าจะมองแบบไหน ตัวเลขปริมาณ UST สะท้อนชัดว่าเงินไหลเข้าเร็วแค่ไหน ข้อมูลจาก DefiLlama แสดงว่า UST ที่หมุนเวียนในตลาดเพิ่มจากราว 0.18 พันล้านเหรียญ ณ ต้นปี 2021 เป็นราว 18.56 พันล้านเหรียญ ณ วันที่ 1 พฤษภาคม 2022 หรือราวร้อยเท่าภายในเวลาประมาณ 16 เดือน

พฤษภาคม 2021: ครั้งแรกที่ UST หลุดหมุด และความลับที่ถูกเปิดเผยภายหลัง
ก่อนการล่มครั้งใหญ่ UST เคยหลุดหมุดมาแล้วหนึ่งครั้ง ในเดือนพฤษภาคม 2021 ช่วงที่ตลาดคริปโตทั้งตลาดร่วงแรง ราคา UST ลดลงต่ำกว่า 92 เซนต์ หลังจากนั้นไม่นานราคาก็กลับขึ้นมาที่ 1 ดอลลาร์ Kwon และคนในทีมอ้างต่อสาธารณะว่านี่คือหลักฐานว่า Terra Protocol แก้ปัญหาได้ด้วยตัวเอง เหตุการณ์นี้ทำให้ความเชื่อมั่นใน UST เพิ่มขึ้นมาก
แต่ DOJ เขียนไว้ในแถลงการณ์วันพิพากษาอย่างตรงไปตรงมาว่าคำอ้างนั้น "เป็นเรื่องโกหก" ความจริงคือหลังจาก Terra Protocol ไม่สามารถดึง UST กลับสู่ 1 ดอลลาร์ได้เอง Kwon ตกลงกับผู้บริหารของบริษัทเทรดความถี่สูงรายหนึ่งให้เข้ามาซื้อ UST จำนวนมาก เพื่อพยุงราคาให้กลับไปที่หมุด หมุดของ UST กลับมาได้ก็เพราะบริษัทนี้ทยอยซื้อ UST มูลค่าหลายล้านดอลลาร์อย่างมีกลยุทธ์ ไม่ใช่เพราะโค้ด
SEC เปิดเผยรายละเอียดอีกด้านในเดือนธันวาคม 2024 โดยสั่งให้ Tai Mo Shan Limited บริษัทลูกที่ Jump Crypto Holdings ถือหุ้นทั้งหมด จ่ายเงินรวม 123 ล้านดอลลาร์ SEC ระบุว่าเมื่อ UST หลุดหมุดในเดือนพฤษภาคม 2021 Tai Mo Shan กับ Terraform ทำข้อตกลงที่จูงใจให้ Tai Mo Shan ซื้อ UST โดยแลกกับการที่ Terraform ปลดล็อกสิทธิซื้อ LUNA ในราคาต่ำกว่าตลาด และ Tai Mo Shan ซื้อ UST กว่า 20 ล้านดอลลาร์เพื่อดันราคากลับไปที่ 1 ดอลลาร์ SEC มองว่าการเทรดแบบนี้ทำให้ตลาดเข้าใจผิดว่ากลไกอัลกอริทึมกำลังทำงาน Tai Mo Shan ยอมจ่ายโดยไม่ยอมรับและไม่ปฏิเสธข้อกล่าวหา

SEC สั่ง Tai Mo Shan บริษัทในเครือ Jump Crypto จ่าย 123 ล้านดอลลาร์ กรณีซื้อ UST พยุงหมุดเมื่อพฤษภาคม 2021 ข่าวแจกวันที่ 20 ธันวาคม 2024 ภาพ: SEC
ผลของความลับนี้ใหญ่มาก DOJ ระบุว่าการเติบโตจำนวนมากของ Terra หลังจากนั้นเกิดตามหลังคำอ้างที่ไม่จริงของ Kwon รวมถึงการปั่นตลาด UST แบบลับๆ ในเดือนพฤษภาคม 2021 พอถึงเดือนพฤษภาคม 2022 ตลาด UST ใหญ่กว่าปีก่อนราวเก้าเท่าในแง่มูลค่าตลาด และมีวอลุ่มซื้อขายรายวันมากกว่าแปดเท่า Kwon ปกปิดจุดอ่อนของระบบได้ในปี 2021 แต่ในปี 2022 ตลาดใหญ่เกินกว่าที่ใครจะพยุงไหว
ยุครุ่งเรือง: เงินหลายหมื่นล้านดอลลาร์ ทุนสำรอง Bitcoin และกลุ่ม Lunatics
ปี 2021 ถึงต้นปี 2022 คือยุครุ่งเรืองที่สุดของ Terra ราคา LUNA ที่ซื้อขายราว 1 ดอลลาร์มาหลายปี เริ่มพุ่งขึ้นตั้งแต่ต้นปี 2021 Fortune รายงานโดยอ้าง CoinMarketCap ว่าปลายเดือนธันวาคม 2021 LUNA ขึ้นไปถึง 99 ดอลลาร์ และทำจุดสูงสุดราว 119 ดอลลาร์ในเดือนเมษายน 2022 ผู้สนับสนุนกลุ่มใหญ่ที่เรียกตัวเองว่า Lunatics ตามชื่อเหรียญ กลายเป็นชุมชนที่เสียงดังที่สุดกลุ่มหนึ่งในวงการ
เงินที่ฝากอยู่ในแอปพลิเคชันบนเครือข่าย Terra หรือ Total Value Locked (TVL) โตตามไปด้วย ข้อมูลของ DefiLlama แสดงว่า TVL ของ Terra ณ วันที่ 1 มกราคม 2021 มีเพียงราว 0.05 พันล้านดอลลาร์ แต่ ณ วันที่ 1 พฤษภาคม 2022 ขึ้นไปถึงราว 19.27 พันล้านดอลลาร์ และทำจุดสูงสุดรายวันราว 20.38 พันล้านดอลลาร์เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2022 เพียงไม่กี่วันก่อนทุกอย่างจะพัง ตามข้อมูลของ DefiLlama ในวันนั้น TVL ของ Terra สูงกว่า BSC, Avalanche, Tron และ Solana และเป็นรองเพียง Ethereum เมื่อเทียบในกลุ่มเครือข่ายใหญ่เหล่านี้

เมื่อ UST ใหญ่ขึ้น คำถามเรื่องความมั่นคงก็ดังขึ้นตาม Kwon ตอบด้วยการตั้ง Luna Foundation Guard (LFG) ราวเดือนมกราคม 2022 และประกาศว่าจะสะสม Bitcoin เป็นทุนสำรองเพื่อปกป้องหมุดของ UST Fortune รายงานว่าเขาเคยประกาศแผนซื้อ Bitcoin มูลค่าถึง 10 พันล้านดอลลาร์ ในเดือนพฤษภาคม 2022 LFG ถือ Bitcoin 80,394 BTC มูลค่าราว 2.4 พันล้านดอลลาร์ ทำให้ LFG กลายเป็นผู้ถือ Bitcoin ที่เปิดเผยตัวรายใหญ่อันดับสองของโลกในตอนนั้น รองจาก MicroStrategy
ภายหลัง DOJ ระบุว่า LFG ไม่ได้เป็นอิสระอย่างที่ Kwon อ้าง Kwon คุมทั้ง LFG และ Terraform ตลอดเวลา ตัดสินใจเรื่องการเงินสำคัญของ LFG โดยไม่ผ่านคณะกรรมการ ใช้เงินของ LFG ปนกับเงินของ Terraform ตามที่สะดวก และยักยอกทรัพย์สินของ LFG ไปหลายร้อยล้านดอลลาร์ จากนั้นยังพยายามฟอกเงินที่ยักยอกผ่านธุรกรรมหลายรูปแบบเพื่อปิดบังที่มาและผู้ควบคุมเงิน
ช่วงรุ่งเรือง Terra ยังทำการตลาดในวงกว้าง ตัวอย่างที่คนจำได้คือข้อตกลงสปอนเซอร์ทีมเบสบอล Washington Nationals ในเดือนกุมภาพันธ์ 2022 ซึ่งรวมการเปลี่ยนชื่อเลานจ์ในสนามเป็น Terra Club ภาพของ Terra ในสายตาคนทั่วไปตอนนั้นจึงไม่ใช่โปรเจกต์เล็กๆ แต่เป็นแบรนด์ที่ใหญ่พอจะไปอยู่ในสนามกีฬาอาชีพของอเมริกา
บุคลิกบนทวิตเตอร์: ความมั่นใจที่กลายเป็นความเย่อหยิ่ง
นอกจากตัวเลข สิ่งที่ทำให้ Do Kwon เป็นที่รู้จักคือบุคลิกบนทวิตเตอร์ในชื่อบัญชี @stablekwon เขามักตอบโต้นักวิจารณ์ด้วยถ้อยคำเย้ยหยัน และเรียกคนที่ไม่เชื่อในโปรเจกต์ว่า "คนจน" ซ้ำหลายครั้ง ตัวอย่างที่ถูกยกมาพูดถึงมากที่สุดคือการตอบ Frances Coppola นักเศรษฐศาสตร์ชาวอังกฤษที่วิจารณ์แนวคิด DeFi ในเดือนกรกฎาคม 2021
"ผมไม่โต้เถียงกับคนจนบนทวิตเตอร์ และขอโทษด้วย ตอนนี้ผมไม่มีเศษเหรียญติดตัวจะให้เธอ"
Do Kwon ตอบ Frances Coppola บนทวิตเตอร์ กรกฎาคม 2021 (รายงานโดย Fortune) ต้นฉบับ "I don’t debate the poor on Twitter, and sorry I don’t have any change on me for her at the moment."
Fortune ยังรายงานว่าราวหนึ่งสัปดาห์ก่อน UST หลุดหมุด Kwon พูดถึงโปรเจกต์คริปโตที่ล้มหายตายจากว่ามี "ความบันเทิงในการดูบริษัทตาย" ด้วย ถ้อยคำแบบนี้ทำให้เขามีแฟนคลับที่ชื่นชอบความกล้า และมีศัตรูจำนวนไม่น้อย เมื่อระบบล่ม ทวีตเหล่านี้ถูกหยิบกลับมาเผยแพร่ซ้ำในฐานะสัญลักษณ์ของความหยิ่งผยอง
หลังการล่ม Kwon พูดถึงพฤติกรรมนี้ในรายการพอดแคสต์ Unchained ตามที่ Decrypt รายงาน เขาบอกว่าตัวตนบนทวิตเตอร์ที่ก้าวร้าวพัฒนาขึ้นมาเรื่อยๆ และส่วนใหญ่ทำ "เพื่อความบันเทิง" เขายอมรับว่าถ้าย้อนกลับไปได้จะใช้เวลากับโซเชียลมีเดียน้อยลง

Do Kwon ยอมรับในรายการ Unchained ว่าตัวตนบนทวิตเตอร์ส่วนใหญ่ทำเพื่อความบันเทิง และควรตั้งมาตรฐานให้ตัวเองสูงกว่านี้ ภาพ: Decrypt
"มองย้อนกลับไป ผมควรตั้งมาตรฐานให้ตัวเองเข้มงวดกว่านี้"
Do Kwon ในรายการ Unchained Podcast หลังการล่มของ Terra (รายงานโดย Decrypt) ต้นฉบับ "In retrospect, I should have held myself to a more stringent standard."
7 ถึง 13 พฤษภาคม 2022: สัปดาห์ที่ Terra ล่ม
วันที่ 7 พฤษภาคม 2022 มีการถอนและขาย UST ก้อนใหญ่ออกจากตลาด Wikipedia ระบุโดยอ้างรายงานข่าวว่านักลงทุนรายใหญ่หลายรายขาย UST มูลค่ากว่า 285 ล้านดอลลาร์บน Binance ในวันนั้น ขณะเดียวกันเงินก็เริ่มไหลออกจาก Anchor ราคา UST เริ่มขยับต่ำกว่า 1 ดอลลาร์เล็กน้อย วันที่ 8 พฤษภาคม LFG ประกาศนำเงินสำรองราว 1.5 พันล้านดอลลาร์ออกมาปล่อยกู้เพื่อปกป้องหมุด และเริ่มนำ Bitcoin สำรองออกมาใช้
วันที่ 9 พฤษภาคม 2022 UST หลุดหมุดอย่างชัดเจน ข้อมูลราคาที่ DefiLlama บันทึกไว้ใกล้เวลา 00:00 UTC แสดงว่า UST อยู่ที่ราว 0.998 ดอลลาร์ในวันที่ 9 พฤษภาคม ลงไปราว 0.80 ดอลลาร์ในวันที่ 10 พฤษภาคม และราว 0.37 ดอลลาร์ในวันที่ 13 พฤษภาคม ก่อนจะลงไปต่ำกว่า 10 เซนต์ภายในวันที่ 17 พฤษภาคม ราคาระหว่างวันจริงผันผวนกว่านี้มาก

ในวันที่ราคากำลังดิ่ง Kwon ยังทวีตแบบเดิม Decrypt บันทึกทวีตวันที่ 9 พฤษภาคมที่เขาบอกคนที่ห่วงเรื่อง UST หลุดหมุดว่าให้เลิกฟังอินฟลูเอนเซอร์ เพราะพวกนั้น "จนกันหมดแล้ว" แล้วไปวิ่งออกกำลังกายแทน วันที่ 11 พฤษภาคม เขาทวีตว่าการกลับมาของ Terra จะเป็นภาพที่น่าดู ตามที่ Fortune รายงาน
"การกลับมาสู่ฟอร์มเดิมของ Terra จะเป็นภาพที่น่าจับตามอง"
Do Kwon ทวีตวันที่ 11 พ.ค. 2022 (รายงานโดย Fortune) ต้นฉบับ "Terra’s return to form will be a sight to behold."
แต่ราคา LUNA บอกเรื่องตรงกันข้าม เมื่อคนแห่นำ UST ไปแลกเป็น LUNA ตามกลไก ระบบต้องสร้าง LUNA ใหม่ออกมาจำนวนมหาศาล ราคาจึงร่วงเร็ว ข้อมูลของ DefiLlama แสดงว่า LUNA อยู่ที่ราว 86 ดอลลาร์ในวันที่ 5 พฤษภาคม ลงเหลือราว 33 ดอลลาร์ในวันที่ 10 พฤษภาคม ราว 17 ดอลลาร์ในวันที่ 11 พฤษภาคม และราว 1 ดอลลาร์ในวันที่ 12 พฤษภาคม จากนั้นในวันที่ 13 พฤษภาคม ราคาเหลือเพียงราว 0.0012 ดอลลาร์ และต่ำกว่า 0.001 ดอลลาร์ในวันต่อมา

นี่คือสิ่งที่คนในวงการเรียกว่า Death Spiral หรือวงจรมรณะ ทุกครั้งที่ราคา UST ตก คนก็ยิ่งอยากออก ทุกครั้งที่มีคนออก LUNA ก็ยิ่งถูกพิมพ์เพิ่ม ทุกครั้งที่ LUNA ถูกพิมพ์เพิ่ม ราคา LUNA ก็ยิ่งตก และทำให้ UST ยิ่งดูไม่มีอะไรหนุนหลัง วงจรนี้เร่งตัวเองจนไม่มีใครหยุดได้ งานวิจัยของ National Bureau of Economic Research (NBER) ที่ตีพิมพ์ในปี 2023 สรุปว่าการแห่ถอนครั้งนี้ไม่น่าจะเกิดจากการปั่นของผู้เล่นภายนอกรายเดียว แต่เกิดจากความกังวลต่อความยั่งยืนของระบบเอง

วงจรที่ทำให้ระบบพัง คนขาย UST แลกเป็น LUNA ใหม่ ปริมาณ LUNA พุ่ง ราคา LUNA ร่วง ความเชื่อมั่นใน UST ยิ่งหาย ภาพ: Bitcoin Addict
ทุนสำรอง Bitcoin ของ LFG ช่วยอะไรไม่ได้ วันที่ 16 พฤษภาคม 2022 LFG เปิดเผยผ่านทวิตเตอร์ว่าจาก Bitcoin 80,394 BTC ที่ถือ ณ วันที่ 7 พฤษภาคม เหลืออยู่เพียง 313 BTC ส่วนที่เหลือถูกใช้ไประหว่างวันที่ 8 ถึง 10 พฤษภาคม ช่วงที่ราคา Bitcoin อยู่ราว 31,000 ถึง 35,000 ดอลลาร์ ตามที่ Fortune รายงาน

Bitcoin สำรองของ Luna Foundation Guard ถูกใช้ไปเกือบหมดในความพยายามรักษาหมุด UST พฤษภาคม 2022 ภาพ: Cointelegraph
ระหว่างวันที่ 12 ถึง 13 พฤษภาคม 2022 Terraform หยุดการทำงานของบล็อกเชน Terra ชั่วคราว Finnomena รายงานว่าเครือข่ายหยุดเมื่อเวลาเกือบเที่ยงคืนของวันที่ 12 พฤษภาคมตามเวลาไทย และกลับมาทำงานราวตีหนึ่งของวันที่ 13 พฤษภาคม ภายในเวลาประมาณหนึ่งสัปดาห์ มูลค่าตลาดของ UST และ LUNA หายไปเกือบ 45 พันล้านดอลลาร์ ตามการประเมินของ Bloomberg ที่ Wikipedia อ้างถึง ส่วน DOJ ระบุตัวเลขความเสียหายของนักลงทุนไว้ที่กว่า 40 พันล้านดอลลาร์
ความเสียหายลามออกไปไกลกว่าคนที่ถือเหรียญโดยตรง CNBC รายงานว่าผู้ที่ลงทุนใน UST และ LUNA รวมถึงกองทุนเฮดจ์ฟันด์ Three Arrows Capital ได้รับผลกระทบหนัก ส่วน Reuters และ The Block บรรยายว่าการล่มของ Terra จุดชนวนให้เกิดการล้มละลายเป็นระลอกในวงการคริปโต โดยเฉพาะธุรกิจปล่อยกู้คริปโตในปี 2022
มุมไทย: LUNA จาก 3,000 บาทเหลือไม่ถึงหนึ่งสตางค์
LUNA เป็นเหรียญที่ซื้อขายได้บนกระดานเทรดในไทยด้วย ช่วงที่ระบบล่ม ข่าวในไทยรายงานภาพเดียวกับที่เกิดทั่วโลก Finnomena รายงานในช่วงวันที่ 13 พฤษภาคม 2022 ว่า LUNA เหลือราคาเพียง 0.0009 บาท จากราว 3,000 บาทเมื่อสิบวันก่อนหน้า และระบุว่าทั้ง Binance และ Bitkub ประกาศหยุดการซื้อขายเหรียญ LUNA แล้ว
บทเรียนสำหรับนักลงทุนไทยคือคำว่า Stablecoin ไม่ได้แปลว่าไม่มีความเสี่ยง ความเสี่ยงของ Stablecoin แต่ละตัวขึ้นอยู่กับว่ามีอะไรหนุนหลังจริง ใครเป็นผู้ออก ตรวจสอบได้แค่ไหน และผลตอบแทนที่ได้มาจากไหน ผลตอบแทนราว 20% ต่อปีจากเงินที่อ้างว่าไม่ผันผวน เป็นสัญญาณที่ควรถามต่อเสมอว่าเงินก้อนนั้นมาจากใคร

ข่าวในไทยช่วงที่ LUNA ร่วงจนเกือบไร้ค่าและกระดานเทรดหยุดการซื้อขาย พฤษภาคม 2022 ภาพ: Finnomena
Terra 2.0 และคำขอโทษบนทวิตเตอร์
หลังเงียบไปไม่กี่วัน Kwon กลับมาทวีตอีกครั้งในช่วงกลางเดือนพฤษภาคม 2022 ด้วยน้ำเสียงต่างจากเดิม เขาบอกว่าใช้เวลาส่วนใหญ่คุยโทรศัพท์กับคนที่ได้รับผลกระทบ และยืนยันว่าตัวเขาและองค์กรที่เกี่ยวข้องไม่ได้ทำกำไรจากเหตุการณ์นี้ และไม่ได้ขาย LUNA หรือ UST ระหว่างวิกฤต คำยืนยันนี้เป็นคำพูดของ Kwon ในตอนนั้น ซึ่งต่างจากสิ่งที่ DOJ ระบุภายหลังเรื่องการยักยอกเงินของ LFG
"ผมเสียใจอย่างสุดหัวใจกับความเจ็บปวดที่สิ่งที่ผมสร้างขึ้นมาได้ก่อให้กับทุกคน"
Do Kwon ทวีตกลางเดือน พ.ค. 2022 (รายงานโดย Decrypt และ Fortune) ต้นฉบับ "I am heartbroken about the pain my invention has brought on all of you"
พร้อมกันนั้น เขาเสนอแผนฟื้นฟูระบบนิเวศ Terra ตามที่ Fortune รายงาน แผนนี้คือการแยกเชน Terra ออกเป็นเชนใหม่ที่ไม่มี Algorithmic Stablecoin ใช้ชื่อ Terra และเหรียญ LUNA ส่วนเชนเดิมเปลี่ยนชื่อเป็น Terra Classic และเหรียญเดิมกลายเป็น LUNA Classic หรือ LUNC โดยแจกเหรียญ LUNA ใหม่ให้ผู้ถือ LUNC ผู้ถือ UST ที่เหลือ และนักพัฒนา เท่ากับว่า Terraform เลิกพยายามกอบกู้ UST แล้ว

Do Kwon กลับมาโพสต์ว่าเสียใจต่อความเสียหาย พร้อมเสนอแผนฟื้นฟูระบบนิเวศ Terra พฤษภาคม 2022 ภาพ: Decrypt
วันที่ 25 พฤษภาคม 2022 ข้อเสนอนี้ผ่านการลงคะแนน เชนใหม่ที่คนในตลาดเรียกว่า Terra 2.0 เริ่มซื้อขายในช่วงปลายเดือนพฤษภาคม และราคาร่วงหนักตั้งแต่วันแรกๆ ส่วน UST เดิมเปลี่ยนชื่อเป็น TerraClassicUSD หรือ USTC ตามที่ Wikipedia สรุปจากรายงานข่าว การออก LUNA ใหม่นี้ถูกต่อต้านจากทั้งนักลงทุนและนักวิจารณ์
การสอบสวนหลายประเทศ หมายจับ และ Red Notice
ทางการหลายประเทศเริ่มเคลื่อนไหวทันทีหลังการล่ม เกาหลีใต้ซึ่งมีผู้เสียหายจำนวนมากเป็นประเทศแรกที่เดินหน้าหนัก Wikipedia ระบุว่ามีนักลงทุนเกาหลีได้รับความเสียหายราว 200,000 คน ส่วน Decrypt อ้าง Korea Times ว่าทางการเกาหลีประเมินความเสียหายของผู้เสียหายในประเทศราว 300 พันล้านวอน ข้อมูลที่ Wikipedia รวบรวมจากสื่อเกาหลียังระบุว่า Kwon ยื่นยุบนิติบุคคลของ Terraform ในเกาหลีตั้งแต่วันที่ 30 เมษายน 2022 ไม่กี่วันก่อนการล่ม
ในสหรัฐ SEC สอบสวน Terraform มาตั้งแต่ก่อนการล่ม ในปี 2021 SEC ยื่นขอให้ศาลบังคับตามหมายเรียกเอกสารเรื่อง Mirror Protocol และ Kwon ตอบโต้ด้วยการฟ้อง SEC กลับ ภายหลัง SEC ระบุว่า Terraform และ Kwon สู้เรื่องหมายเรียกนี้ไปจนถึงศาลฎีกา
วันที่ 14 กันยายน 2022 ศาลเกาหลีใต้ออกหมายจับ Kwon และอีกห้าคนในข้อหาละเมิดกฎหมายตลาดทุน อัยการเขตโซลใต้ขอให้ Interpol ออก Red Notice ซึ่งเป็นคำขอให้หน่วยงานบังคับใช้กฎหมายทั่วโลกช่วยหาตัวและจับกุมเพื่อรอการส่งตัว และวันที่ 26 กันยายน 2022 อัยการยืนยันว่า Interpol ออก Red Notice แล้ว ช่วงเดียวกัน ตำรวจสิงคโปร์แถลงว่า Kwon ไม่ได้อยู่ในสิงคโปร์
Kwon ยืนยันผ่านทวิตเตอร์ว่าเขาไม่ได้หลบหนี และบอกว่าไม่ได้พยายามซ่อนตัวเลย ยังออกไปเดินเล่นและไปห้างตามปกติ ตามที่ Kitco และ CNBC รายงาน
"ผมไม่ได้ 'หลบหนี' หรืออะไรทำนองนั้น หน่วยงานรัฐใดที่สนใจจะติดต่อ เราให้ความร่วมมือเต็มที่ และไม่มีอะไรต้องปิดบัง"
Do Kwon ทวีตเดือน ก.ย. 2022 (รายงานโดย Kitco) ต้นฉบับ "I am not 'on the run' or anything similar - for any government agency that has shown interest to communicate, we are in full cooperation and we don’t have anything to hide"

อัยการเกาหลีใต้ยืนยันว่า Interpol ออก Red Notice ตามตัว Do Kwon ขณะที่เขายืนยันว่าไม่ได้หลบหนี กันยายน 2022 ภาพ: CNBC
สิ่งที่ Kwon พูดกับสาธารณะต่างจากสิ่งที่เขาพูดเป็นการส่วนตัว ในแถลงการณ์วันพิพากษา DOJ อ้างบทสนทนาที่ถูกบันทึกเสียงไว้ราวเดือนสิงหาคม 2022 ระหว่าง Kwon กับคนใกล้ชิด ซึ่ง Kwon บอกว่ากลยุทธ์ของเขาต่อเจ้าหน้าที่ที่สอบสวนการล่มคือการไล่พวกเขาไปด้วยคำหยาบ และบอกว่ากำลังหาทาง "คุ้มครองทางการเมือง" จากหลายประเทศ และค่อนข้างมั่นใจว่าจะไม่ถูกส่งตัวไปรับข้อหาอาญา ต่อมาในเดือนธันวาคม 2022 ทางการเกาหลีให้ข้อมูลว่าเชื่อว่า Kwon อยู่ในเซอร์เบีย
ถูกจับที่มอนเตเนโกรด้วยหนังสือเดินทางปลอม
วันที่ 23 มีนาคม 2023 Do Kwon ถูกจับที่สนามบิน Podgorica เมืองหลวงของมอนเตเนโกร ขณะพยายามเดินทางไปดูไบด้วยหนังสือเดินทางคอสตาริกาปลอม เขาเดินทางพร้อม Han Chang-joon อดีตผู้บริหารฝ่ายการเงินของ Terraform และเจ้าหน้าที่ยังพบเอกสารเดินทางเบลเยียมปลอมของทั้งคู่ด้วย ตามที่ Fortune รายงาน วันเดียวกันนั้นอัยการสหรัฐเขตใต้ของนิวยอร์กยื่นฟ้อง Kwon ในคดีอาญาเป็นครั้งแรก และสหรัฐยื่นคำขอจับกุมและส่งตัวอย่างเป็นทางการในวันที่ 25 มีนาคม 2023
ในศาลมอนเตเนโกร Kwon ปฏิเสธว่าไม่รู้ว่าหนังสือเดินทางเป็นของปลอม เขาอ้างว่าได้หนังสือเดินทางคอสตาริกามาจากเอเจนซีในสิงคโปร์ที่เพื่อนแนะนำ และบอกว่าเดินทางไปทั่วโลกด้วยหนังสือเดินทางเล่มนี้ แต่วันที่ 19 มิถุนายน 2023 ศาล Basic Court of Podgorica ตัดสินจำคุก Kwon และ Han คนละสี่เดือนในคดีใช้เอกสารปลอม Kwon อุทธรณ์ และแพ้ในศาลสูงสุดของมอนเตเนโกร

สนามบิน Podgorica มอนเตเนโกร สถานที่ที่ Do Kwon ถูกจับเมื่อ 23 มีนาคม 2023 (ภาพถ่ายปี 2008 ไม่ใช่ภาพวันเกิดเหตุ) ภาพ: Bjoertvedt (CC BY-SA 3.0) ผ่าน Wikimedia Commons
หลังรับโทษคดีหนังสือเดินทาง การต่อสู้เรื่องส่งตัวกินเวลาเกือบสองปี ทั้งเกาหลีใต้และสหรัฐต่างยื่นขอตัว Kwon ศาลมอนเตเนโกรหลายชั้นมีคำสั่งกลับไปกลับมาหลายรอบ ตามที่ Wikipedia สรุปจากรายงานข่าว ศาลสูงอนุมัติการส่งตัวในเดือนพฤศจิกายน 2023 ศาลอุทธรณ์กลับคำสั่งในเดือนมีนาคม 2024 ศาลฎีกาเลื่อนการส่งตัวไปเกาหลีในเดือนสิงหาคม 2024 และศาลรัฐธรรมนูญสั่งระงับชั่วคราวในเดือนตุลาคม 2024 ก่อนที่ศาลฎีกาจะให้อำนาจตัดสินใจสุดท้ายกับรัฐมนตรียุติธรรมในเดือนธันวาคม 2024
รัฐมนตรียุติธรรมมอนเตเนโกร Bojan Božović เลือกส่ง Kwon ไปสหรัฐ Kwon ถูกส่งตัวถึงสหรัฐเมื่อวันที่ 31 ธันวาคม 2024 และขึ้นศาลครั้งแรกที่แมนฮัตตันต่อหน้าผู้พิพากษา Robert W. Lehrburger ตามข่าวแจกของ DOJ ที่ออกเมื่อวันที่ 2 มกราคม 2025

เส้นทางของ Do Kwon จากเกาหลีใต้ สิงคโปร์ที่ตั้งของ Terraform เซอร์เบียที่ทางการเกาหลีเชื่อว่าเขาอยู่ ถูกจับที่มอนเตเนโกร และถูกส่งตัวไปสหรัฐ ภาพ: Bitcoin Addict
ข่าวแจกฉบับนั้นระบุว่าคำฟ้องฉบับแก้ไขตั้งข้อหา Kwon รวมเก้าข้อหา ได้แก่ ฉ้อโกงสินค้าโภคภัณฑ์ 2 ข้อหา ฉ้อโกงหลักทรัพย์ 2 ข้อหา ฉ้อโกงผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ (Wire Fraud) 2 ข้อหา สมคบกันฉ้อโกง 2 ข้อหา และสมคบกันฟอกเงิน 1 ข้อหา ถ้าถูกตัดสินว่าผิดทุกข้อหา โทษสูงสุดรวมคือจำคุก 130 ปี DOJ ยังกล่าวหาว่าหลังการล่ม Kwon แจกจ่ายรายงาน "การตรวจสอบโดยบุคคลที่สาม" ที่ทำให้เข้าใจผิด เพื่อปกปิดความผิด และพยายามฟอกเงินผ่านหลายบล็อกเชน กระดานเทรดคริปโต และบัญชีธนาคารในสวิตเซอร์แลนด์
"Do Hyeong Kwon จะต้องรับผิดชอบในศาลของอเมริกา สำหรับแผนการซับซ้อนที่เกี่ยวกับคริปโตของ Terraform ตามที่ระบุในเอกสารของศาล ซึ่งทำให้นักลงทุนเสียหายกว่า 40 พันล้านดอลลาร์"
Merrick B. Garland อัยการสูงสุดสหรัฐ ข่าวแจก DOJ วันที่ 2 ม.ค. 2025 ต้นฉบับ "Do Hyeong Kwon will now be held accountable in an American courtroom for, as alleged in court documents, his elaborate schemes involving Terraform’s cryptocurrencies, which resulted in over $40 billion in investor losses,"

กระทรวงยุติธรรมสหรัฐแถลงการส่งตัว Do Kwon จากมอนเตเนโกรมาขึ้นศาลที่แมนฮัตตัน ภาพ: U.S. Department of Justice
คดี SEC: ฟ้อง ลูกขุนตัดสิน และยอมจ่ายกว่า 4.5 พันล้านดอลลาร์
ก่อนคดีอาญาจะเดินหน้า คดีแพ่งที่ SEC ฟ้องจบไปก่อนแล้ว วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2023 SEC ฟ้อง Terraform Labs และ Do Kwon ต่อศาลแขวงสหรัฐ เขตใต้ของนิวยอร์ก ฐานจัดฉากการฉ้อโกงหลักทรัพย์ที่เป็นสินทรัพย์คริปโตมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ SEC กล่าวหาว่าตั้งแต่เดือนเมษายน 2018 จนถึงการล่มในเดือนพฤษภาคม 2022 ทั้งสองระดมเงินหลายพันล้านดอลลาร์ด้วยการเสนอขายสินทรัพย์คริปโตที่เป็นหลักทรัพย์ ซึ่งหลายรายการไม่ได้จดทะเบียน รวมถึง UST, LUNA, เหรียญ MIR และ mAssets ที่อิงราคาหุ้นสหรัฐ
"ระบบนิเวศของ Terraform ไม่ได้กระจายศูนย์ และไม่ใช่การเงินด้วย มันเป็นแค่การฉ้อโกงที่ถูกค้ำไว้ด้วยสิ่งที่เรียกว่า Stablecoin แบบอัลกอริทึม ซึ่งราคาถูกควบคุมโดยจำเลย ไม่ใช่โดยโค้ด"
Gurbir S. Grewal ผู้อำนวยการฝ่ายบังคับใช้กฎหมายของ SEC ข่าวแจก SEC วันที่ 16 ก.พ. 2023 ต้นฉบับ "the Terraform ecosystem was neither decentralized, nor finance. It was simply a fraud propped up by a so-called algorithmic “stablecoin” - the price of which was controlled by the defendants, not any code."

คำฟ้องของ SEC ต่อ Terraform Labs และ Do Hyeong Kwon ยื่นต่อศาลแขวงสหรัฐ เขตใต้ของนิวยอร์ก 16 กุมภาพันธ์ 2023 ภาพ: SEC
คดีเดินหน้าเร็ว วันที่ 28 ธันวาคม 2023 ศาลชี้ว่า Terraform และ Kwon มีความรับผิดฐานเสนอขายหลักทรัพย์ที่เป็นสินทรัพย์คริปโตโดยไม่จดทะเบียน วันที่ 21 มกราคม 2024 Terraform ยื่นขอฟื้นฟูกิจการตาม Chapter 11 ต่อศาลล้มละลายรัฐ Delaware จากนั้นการพิจารณาคดีโดยลูกขุนใช้เวลาเก้าวันในเดือนเมษายน และวันที่ 5 เมษายน 2024 ลูกขุนลงมติเป็นเอกฉันท์ว่า Terraform และ Kwon มีความรับผิดฐานฉ้อโกงหลักทรัพย์ หลังปรึกษากันไม่ถึงสองชั่วโมง ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นขณะที่ Kwon ยังถูกควบคุมตัวอยู่ในมอนเตเนโกร
วันที่ 13 มิถุนายน 2024 SEC ประกาศว่า Terraform และ Kwon ตกลงจ่ายเงินรวมกว่า 4.5 พันล้านดอลลาร์ รายละเอียดตามข่าวแจกของ SEC มีดังนี้
- Terraform: คืนกำไรที่ได้จากการกระทำผิด (Disgorgement) 3,586,875,883 ดอลลาร์ ดอกเบี้ยก่อนคำพิพากษา 466,952,423 ดอลลาร์ และค่าปรับทางแพ่ง 420,000,000 ดอลลาร์ รวม 4,473,828,306 ดอลลาร์
- Do Kwon: คืนกำไร 110,000,000 ดอลลาร์ และดอกเบี้ย 14,320,196 ดอลลาร์ โดยรับผิดร่วมกับ Terraform และค่าปรับทางแพ่งอีก 80,000,000 ดอลลาร์
- เงื่อนไขอื่น: Terraform ต้องหยุดขายสินทรัพย์คริปโตที่เป็นหลักทรัพย์ ปิดกิจการ เปลี่ยนกรรมการสองคน และนำทรัพย์สินที่เหลือไปแจกจ่ายให้ผู้เสียหายและเจ้าหนี้ผ่านแผนชำระบัญชี
ตามหน้าข้อมูลสำหรับผู้เสียหายของ SEC คำพิพากษาตามยอมกำหนดให้ Kwon โอนเงินอย่างน้อย 204,320,196 ดอลลาร์เข้ากองทรัพย์สินในคดีล้มละลาย รวมถึงเงินสด 7 ล้านดอลลาร์ สินทรัพย์คริปโตทั้งหมดของ LFG และเหรียญ PYTH ของ Kwon ขณะที่ SEC จะไม่ได้รับเงินจนกว่าผู้เสียหายและเจ้าหนี้จะได้รับชำระครบ ตัวเลข 4.5 พันล้านดอลลาร์จึงเป็นยอดตามคำพิพากษา ไม่ใช่เงินที่จะไปถึงมือผู้เสียหายจริงทั้งหมด
"Do Kwon และ Terra จัดฉากการฉ้อโกงหลักทรัพย์ครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์สหรัฐ ด้วยการอ้างอย่างเท็จว่าพวกเขาค้นพบจอกศักดิ์สิทธิ์ของคริปโต คือการใช้งานที่ไม่ผิดกฎหมาย และดังที่ลูกขุนตัดสิน นั่นคือเรื่องโกหก"
Gurbir S. Grewal ข่าวแจก SEC วันที่ 13 มิ.ย. 2024 ต้นฉบับ "Do Kwon and Terra orchestrated one of the largest securities frauds in U.S. history by, among other things, falsely claiming that they had achieved the Holy Grail of crypto: a non-illicit use case. As the jury found, that was a lie"

ข่าวแจก SEC วันที่ 13 มิถุนายน 2024 ระบุยอดที่ Terraform และ Kwon ต้องจ่ายหลังแพ้คดีลูกขุน ภาพ: SEC
รับสารภาพในเดือนสิงหาคม 2025
หลังถูกส่งตัวมาสหรัฐ Kwon ให้การปฏิเสธข้อกล่าวหาในตอนแรก ตามที่ Reuters รายงาน แต่วันที่ 12 สิงหาคม 2025 เขาเปลี่ยนคำให้การและรับสารภาพต่อหน้าผู้พิพากษา Paul A. Engelmayer แห่งศาลแขวงสหรัฐ เขตใต้ของนิวยอร์ก ใน 2 ข้อหา ได้แก่ ข้อหาแรก สมคบกันกระทำการฉ้อโกงสินค้าโภคภัณฑ์ หลักทรัพย์ และฉ้อโกงผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ 1 กระทง และข้อหาที่สอง ฉ้อโกงผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ 1 กระทง ซึ่งรวมกันมีโทษจำคุกสูงสุด 25 ปี เขายังตกลงยอมให้ริบทรัพย์กว่า 19 ล้านดอลลาร์ที่ได้จากการกระทำผิด รวมถึงส่วนได้เสียใน Terraform และเหรียญของบริษัท
ในศาลวันนั้น Kwon ยอมรับเรื่องที่เป็นจุดเริ่มต้นของทุกอย่าง คือเหตุการณ์ UST หลุดหมุดในปี 2021 ตามที่ NBC News รายงาน
"ผมให้ข้อมูลเท็จและชวนให้เข้าใจผิดว่าทำไมมันกลับมาอยู่ที่หมุดได้ โดยไม่เปิดเผยบทบาทของบริษัทเทรดรายหนึ่งในการดึงหมุดกลับมา"
Do Kwon ต่อศาลแขวงสหรัฐ เขตใต้ของนิวยอร์ก วันรับสารภาพ ส.ค. 2025 (รายงานโดย NBC News) ต้นฉบับ "I made false and misleading statements about why it regained its peg by failing to disclose a trading firm’s role in restoring that peg"
NBC News รายงานด้วยว่าในวันเดียวกัน Kwon กล่าวต่อศาลว่าสิ่งที่เขาทำนั้นผิด และขอโทษสำหรับการกระทำของตัวเอง
Jay Clayton อัยการสหรัฐประจำเขตใต้ของนิวยอร์ก แถลงในวันเดียวกันว่า Kwon ใช้ความหวังด้านเทคโนโลยีและความคลั่งไคล้การลงทุนในคริปโตก่อการฉ้อโกงครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ และดึงเงินหลายหมื่นล้านดอลลาร์เข้าระบบของ Terraform ด้วยคำสัญญาเรื่อง Stablecoin ที่รักษาเสถียรภาพได้เอง กว่าตลาดจะรู้ว่าระบบไม่มั่นคงก็สายเกินไปแล้ว
"Do Kwon ใช้ความหวังด้านเทคโนโลยีและความคลั่งไคล้การลงทุนที่ห้อมล้อมคริปโต ก่อการฉ้อโกงครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์"
Jay Clayton อัยการสหรัฐ เขตใต้ของนิวยอร์ก ข่าวแจก DOJ วันที่ 12 ส.ค. 2025 ต้นฉบับ "Do Kwon used the technological promise and investment euphoria around cryptocurrency to commit one of the largest frauds in history,"

ข่าวแจกสำนักงานอัยการสหรัฐ เขตใต้ของนิวยอร์ก วันที่ 12 สิงหาคม 2025 เรื่อง Do Kwon รับสารภาพ 2 ข้อหา ภาพ: U.S. Department of Justice
ตามรายงานของ NBC News ข้อตกลงรับสารภาพมีเงื่อนไขว่าอัยการจะไม่คัดค้านหาก Kwon ยื่นขอโอนตัวไปรับโทษในต่างประเทศหลังรับโทษในสหรัฐครบครึ่งหนึ่ง Decrypt ระบุว่าช่องทางนี้คือ International Prisoner Transfer Program ซึ่งอาจทำให้เขาถูกส่งกลับไปเกาหลีใต้ในอนาคต
11 ธันวาคม 2025: โทษจำคุก 15 ปี
วันที่ 11 ธันวาคม 2025 ผู้พิพากษา Engelmayer ตัดสินจำคุก Do Kwon 15 ปี และสั่งริบทรัพย์กว่า 19 ล้านดอลลาร์ รวมถึงส่วนได้เสียใน Terraform และเหรียญของบริษัท ขณะนั้น Kwon อายุ 34 ปี ตามรายงานของ NBC News อัยการขอโทษจำคุก 12 ปี ส่วนทนายของ Kwon ขอไม่เกินห้าปี เพื่อให้เขากลับไปรับการพิจารณาคดีในเกาหลีใต้ได้ ศาลจึงลงโทษหนักกว่าที่อัยการขอ
ก่อนพิพากษา ศาลได้รับจดหมายจากผู้เสียหายจำนวนมาก Decrypt รายงานโดยอ้าง Inner City Press ว่าผู้พิพากษาอ่านจดหมายผู้เสียหายครบทั้ง 315 ฉบับ ซึ่งเล่าถึงการล้มละลาย ปัญหาสุขภาพ และการฆ่าตัวตายที่เชื่อมโยงกับการล่มของ Terra ผู้พิพากษากล่าวกับ Kwon ในห้องพิจารณาคดีอย่างแรง
"นี่คือการฉ้อโกงในระดับมหากาพย์ ระดับที่กระทบคนทั้งรุ่น ในประวัติศาสตร์การฟ้องร้องของรัฐบาลกลาง มีการฉ้อโกงเพียงไม่กี่คดีที่สร้างความเสียหายได้มากเท่าที่คุณทำ คุณ Kwon"
Paul A. Engelmayer ผู้พิพากษาศาลแขวงสหรัฐ ในการพิจารณาวันพิพากษา 11 ธ.ค. 2025 (รายงานโดย NBC News) ต้นฉบับ "This was a fraud on an epic, generational scale. In the history of federal prosecutions, there are few frauds that have caused as much harm as you have, Mr. Kwon,"

อาคาร Daniel Patrick Moynihan U.S. Courthouse หนึ่งในอาคารของศาลแขวงสหรัฐ เขตใต้ของนิวยอร์ก ที่ Foley Square แมนฮัตตัน ภาพ: Ken Lund (CC BY-SA 2.0) ผ่าน Wikimedia Commons
Kwon ซึ่งอยู่ในชุดนักโทษสีเหลือง กล่าวต่อศาลและขอโทษผู้เสียหาย รวมถึงคนหลายร้อยคนที่เขียนจดหมายถึงศาล ตามที่ NBC News รายงาน
"เรื่องราวของพวกเขาทุกคนน่าสะเทือนใจ และย้ำเตือนผมอีกครั้งถึงความสูญเสียมหาศาลที่ผมก่อขึ้น ผมอยากบอกผู้เสียหายเหล่านี้ว่าผมขอโทษ"
Do Kwon ต่อศาลในวันพิพากษา 11 ธ.ค. 2025 (รายงานโดย NBC News) ต้นฉบับ "All of their stories were harrowing and reminded me again of the great losses that I’ve caused. I want to tell these victims that I am sorry,"
ในแถลงการณ์หลังพิพากษา Jay Clayton ระบุว่าเมื่อความผิดตามทันตัว Kwon เขาเดินเกมประชาสัมพันธ์เพื่อปกปิดการฉ้อโกง ฟอกเงินที่ได้จากการกระทำผิด และพยายามซื้อการคุ้มครองทางการเมืองในต่างประเทศเพื่อหนีการดำเนินคดี Clayton ย้ำว่าการฉ้อโกงก็คือการฉ้อโกง ไม่ว่าจะเกิดบนท้องถนน ในตลาดหลักทรัพย์ หรือในระบบนิเวศสินทรัพย์ดิจิทัล
"การฉ้อโกงก็คือการฉ้อโกง ไม่ว่าจะเกิดบนท้องถนน ในตลาดหลักทรัพย์ หรือในระบบนิเวศสินทรัพย์ดิจิทัลที่กำลังเติบโตและมีความสำคัญของเรา"
Jay Clayton อัยการสหรัฐ เขตใต้ของนิวยอร์ก ข่าวแจก DOJ วันที่ 11 ธ.ค. 2025 ต้นฉบับ "fraud is fraud whether it takes place on our streets, in our securities markets, or in our emerging and important digital asset ecosystem"

ข่าวแจกสำนักงานอัยการสหรัฐ เขตใต้ของนิวยอร์ก วันที่ 11 ธันวาคม 2025 เรื่องโทษจำคุก 15 ปีของ Do Kwon ภาพ: U.S. Department of Justice
คดีของ Kwon ยังไม่จบในมุมของเกาหลีใต้ Decrypt อ้างอัยการอาวุโสของเกาหลีที่ให้สัมภาษณ์ Korea Times ว่าถ้า Kwon ถูกพิจารณาคดีในเกาหลีภายใต้กฎหมายตลาดทุน และศาลตัดสินว่าผิด อาจได้รับโทษมากกว่า 30 ปี ณ เดือนตุลาคม 2026 ยังไม่พบรายงานข่าวที่ยืนยันว่า Kwon ได้ยื่นขอโอนตัวหรือถูกส่งกลับเกาหลีแล้ว
หลังคำพิพากษา: ล้มละลาย การเคลมเงินคืน และคดีที่ยังไม่จบ
บริษัท Terraform เองเข้าสู่กระบวนการชำระบัญชี ในเดือนกันยายน 2024 ศาลล้มละลายรัฐ Delaware อนุมัติแผนชำระบัญชีของ Terraform ซึ่งตั้งทรัสต์ขึ้นมาขายทรัพย์สินที่เหลือและฟ้องร้องเรียกเงินแทนเจ้าหนี้และผู้เสียหาย Reuters ผ่าน Korea Times รายงานว่าผู้พิพากษา Brendan Shannon เรียกแผนนี้ว่าเป็น "ทางเลือกที่น่ายินดี" แทนการฟ้องร้องกันต่อ และบริษัทประเมินว่าจะจ่ายคืนผู้ซื้อคริปโตและผู้มีส่วนได้เสียอื่นได้ราว 184.5 ถึง 442.2 ล้านดอลลาร์ ซึ่งน้อยมากเมื่อเทียบกับความเสียหายหลายหมื่นล้านดอลลาร์
ผู้ดูแลการชำระบัญชีคือ Todd Snyder ตามข้อมูลของ SEC ระบบรับเคลมความเสียหายจากคริปโตเปิดที่เว็บไซต์ claims.terra.money ราววันที่ 31 มีนาคม 2025 และขยายเส้นตายการยื่นถึงวันที่ 16 พฤษภาคม 2025 SEC ยังออกคำเตือนเรื่องอีเมลหลอกลวงที่แอบอ้างเป็น Kroll ผู้ดูแลการรับเคลม เพื่อขอข้อมูล Wallet ของผู้เสียหาย ซึ่งเป็นตัวอย่างที่ดีว่าผู้เสียหายจากเหตุการณ์ใหญ่มักตกเป็นเป้าของมิจฉาชีพซ้ำอีก

หน้าข้อมูลของ SEC สำหรับผู้เสียหายจาก Terraform ระบุว่าการเคลมเงินคืนทำผ่านคดีล้มละลายเท่านั้น และเตือนอีเมลหลอกลวง ภาพ: SEC
ผู้ชำระบัญชียังฟ้องบริษัทเทรดที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ด้วย The Block รายงานว่าในเดือนธันวาคม 2025 Snyder ฟ้อง Jump Trading และผู้บริหาร เรียกค่าเสียหาย 4 พันล้านดอลลาร์ และในเดือนกุมภาพันธ์ 2026 เขาฟ้อง Jane Street ผู้ร่วมก่อตั้ง และพนักงานสองคน โดยกล่าวหาว่า Jane Street ใช้ข้อมูลภายในที่ได้จากคนใน Terraform เทรดล่วงหน้าช่วงที่ UST หลุดหมุด ตัวอย่างในคำฟ้องคือวันที่ 7 พฤษภาคม 2022 ที่ Terraform ถอน UST 150 ล้านเหรียญออกจาก Curve 3pool โดยไม่ประกาศ แล้วภายใน 10 นาทีมีกระเป๋าที่ถูกกล่าวหาว่าเชื่อมโยงกับ Jane Street ถอน UST อีก 85 ล้านเหรียญจากพูลเดียวกัน
Jane Street ปฏิเสธข้อกล่าวหา และตอบโต้ว่าการล่มของ Terra เป็นผลจากการฉ้อโกงมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ของผู้บริหาร Terraform เอง พร้อมประกาศว่าจะต่อสู้กับข้อกล่าวหาที่เรียกว่า "ฉวยโอกาส" อย่างเต็มที่ คดีเหล่านี้ยังเป็นข้อกล่าวหาที่ศาลยังไม่ได้ตัดสิน ณ เวลาที่เขียนบทความนี้

ผู้ชำระบัญชีของ Terraform ฟ้อง Jane Street กล่าวหาว่าใช้ข้อมูลภายในช่วง UST หลุดหมุด Jane Street ปฏิเสธ กุมภาพันธ์ 2026 ภาพ: The Block
บทเรียนจากเส้นทางของ Do Kwon
เรื่องของ Do Kwon ถูกใช้เป็นกรณีศึกษาในวงการการเงินและคริปโตหลายด้าน บทเรียนที่ชัดที่สุดมีดังนี้
- Stablecoin ไม่ได้ปลอดภัยเพราะชื่อ: ความปลอดภัยขึ้นอยู่กับทรัพย์สินที่หนุนหลัง ความโปร่งใส และผู้ที่ตรวจสอบได้ UST ไม่มีเงินสดสำรองหนึ่งต่อหนึ่ง และเมื่อความเชื่อมั่นหาย กลไกที่ออกแบบมาก็เร่งให้พังเร็วขึ้น
- ผลตอบแทนสูงต้องมีที่มา: ดอกเบี้ยราว 20% จาก Anchor เป็นแรงดึงดูดหลักของ UST ถ้าตอบไม่ได้ว่าใครจ่ายดอกเบี้ยนั้น ก็ควรถือว่าเป็นความเสี่ยง
- คำว่ากระจายศูนย์ต้องพิสูจน์ได้: DOJ และ SEC ชี้ว่า Mirror, LFG และราคา UST ถูกคุมโดยคนกลุ่มเดียว ทั้งที่ประกาศว่าเป็นระบบกระจายศูนย์
- การกู้หมุดที่ไม่มีใครเห็นอาจเป็นสัญญาณอันตราย: เหตุการณ์ปี 2021 ที่ดูเหมือนระบบทำงานได้ดี ภายหลังกลับเป็นหลักฐานสำคัญที่สุดของการหลอกลวง
- ความมั่นใจของผู้ก่อตั้งไม่ใช่หลักประกัน: บุคลิกที่เด็ดขาดและการเย้ยหยันนักวิจารณ์ทำให้หลายคนเชื่อมากขึ้น แต่ไม่ได้ทำให้ระบบปลอดภัยขึ้น

Stablecoin มีหลายแบบ ความเสี่ยงขึ้นอยู่กับสิ่งที่หนุนหลัง แบบหนุนด้วยเงินสดและพันธบัตร แบบหนุนด้วยคริปโตเกินมูลค่า และแบบอัลกอริทึมอย่าง UST ภาพ: Bitcoin Addict
สำหรับนักลงทุนทั่วไป บทเรียนเชิงปฏิบัติคือการกระจายความเสี่ยง ไม่ฝากเงินก้อนใหญ่ไว้กับโปรโตคอลเดียว และเลือกใช้บริการที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแล รวมถึงเก็บรักษาเหรียญด้วยวิธีที่ควบคุมได้เอง อ่านเพิ่มเติมเรื่องการเก็บรักษาเหรียญได้ที่ Hot Wallet และ Cold Wallet และทำความรู้จัก Stablecoin อีกแบบที่ใช้หลักประกันเป็นคริปโตได้ที่ MakerDAO และ DAI คืออะไร
ไทม์ไลน์ชีวิต Do Kwon ตั้งแต่เกิดจนถึงปี 2026
สรุปเหตุการณ์สำคัญในชีวิตของ Do Kwon และเส้นทางของ Terra เรียงตามลำดับเวลา ช่วงแรกคือการสร้างตัวและการเติบโตของ Terra
- 6 กันยายน 1991: เกิดที่กรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้
- ปี 2015: จบปริญญาตรีวิทยาการคอมพิวเตอร์จาก Stanford University และทำงานเป็นวิศวกรซอฟต์แวร์ช่วงสั้น
- มกราคม 2016: กลับเกาหลีและก่อตั้ง Anyfi
- มกราคม 2018: ร่วมก่อตั้ง Terraform Labs กับ Daniel Shin
- 19 มีนาคม 2018: เอกสารแนวคิด Terra ฉบับแรกที่ภายหลังถูกนำขึ้นศาล
- สิงหาคม 2018: ประกาศระดมทุน 32 ล้านดอลลาร์
- ปี 2019: เชน Terra เริ่มทำงาน และ Forbes ยกให้เป็น 30 Under 30 Asia
- กันยายน 2020: เปิดตัว UST
- มีนาคม 2021: เปิด Anchor Protocol ผลตอบแทนราว 20% ต่อปี
- พฤษภาคม 2021: UST หลุดหมุดต่ำกว่า 92 เซนต์ และกลับมาได้เพราะบริษัทเทรดเข้าซื้อพยุง
- มกราคม 2022: ตั้ง Luna Foundation Guard
- เมษายน 2022: LUNA ขึ้นไปสูงสุดราว 119 ดอลลาร์

ข่าวแจก SEC เรื่องฟ้อง Terraform และ Do Kwon ฐานฉ้อโกงนักลงทุน 16 กุมภาพันธ์ 2023 ภาพ: SEC
ช่วงที่สองคือการล่มและผลทางกฎหมายที่ตามมา
- 7 ถึง 13 พฤษภาคม 2022: UST หลุดหมุด LUNA ร่วงเกือบเป็นศูนย์ LFG ใช้ Bitcoin สำรองเกือบหมด และเครือข่ายหยุดชั่วคราว
- 25 พฤษภาคม 2022: ข้อเสนอแยกเชน Terra 2.0 ผ่านการลงคะแนน
- 14 กันยายน 2022: ศาลเกาหลีใต้ออกหมายจับ
- 26 กันยายน 2022: อัยการเกาหลียืนยันว่า Interpol ออก Red Notice
- 16 กุมภาพันธ์ 2023: SEC ฟ้อง Terraform และ Kwon
- 23 มีนาคม 2023: ถูกจับที่สนามบิน Podgorica และถูกฟ้องคดีอาญาในนิวยอร์ก
- 19 มิถุนายน 2023: ศาลมอนเตเนโกรตัดสินจำคุกสี่เดือนคดีหนังสือเดินทางปลอม
- 21 มกราคม 2024: Terraform ยื่น Chapter 11
- 5 เมษายน 2024: ลูกขุนตัดสินว่า Terraform และ Kwon มีความรับผิดฐานฉ้อโกงในคดีแพ่ง
- 13 มิถุนายน 2024: ยอมความกับ SEC รวมกว่า 4.5 พันล้านดอลลาร์
- 31 ธันวาคม 2024: ถูกส่งตัวจากมอนเตเนโกรถึงสหรัฐ
- 12 สิงหาคม 2025: รับสารภาพสองข้อหา
- 11 ธันวาคม 2025: ถูกตัดสินจำคุก 15 ปี
- กุมภาพันธ์ 2026: ผู้ชำระบัญชี Terraform ฟ้อง Jane Street ซึ่ง Jane Street ปฏิเสธข้อกล่าวหา
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Do Kwon
Do Kwon คือใคร
Do Kwon คือผู้ร่วมก่อตั้งและอดีต CEO ของ Terraform Labs ผู้สร้างบล็อกเชน Terra, Stablecoin UST และเหรียญ LUNA ซึ่งล่มในเดือนพฤษภาคม 2022 เขารับสารภาพว่ามีความผิดฐานฉ้อโกงในศาลสหรัฐ และถูกตัดสินจำคุก 15 ปีในเดือนธันวาคม 2025
Do Kwon ถูกตัดสินจำคุกกี่ปี
15 ปี ผู้พิพากษา Paul A. Engelmayer แห่งศาลแขวงสหรัฐ เขตใต้ของนิวยอร์ก ตัดสินเมื่อวันที่ 11 ธันวาคม 2025 พร้อมสั่งริบทรัพย์กว่า 19 ล้านดอลลาร์ ตามข้อตกลงรับสารภาพ อัยการจะไม่คัดค้านหากเขาขอโอนตัวไปรับโทษต่างประเทศหลังรับโทษครบครึ่งหนึ่ง
UST และ LUNA ต่างกันอย่างไร
UST คือ Stablecoin ที่ตั้งใจให้มีค่า 1 ดอลลาร์ ส่วน LUNA คือเหรียญประจำเครือข่ายที่ราคาขึ้นลงตามตลาด ระบบอ้างว่ารักษาราคา UST ด้วยการให้แลก UST กับ LUNA มูลค่า 1 ดอลลาร์ได้เสมอ เมื่อคนแห่ขาย UST ระบบต้องสร้าง LUNA ใหม่จำนวนมหาศาล ทั้งสองเหรียญจึงพังไปพร้อมกัน
LUNC คืออะไร เกี่ยวกับ LUNA อย่างไร
LUNC หรือ LUNA Classic คือเหรียญ LUNA เดิมบนเชน Terra Classic หลังการแยกเชนในเดือนพฤษภาคม 2022 ส่วนชื่อ LUNA ปัจจุบันใช้กับเหรียญบนเชนใหม่ที่ไม่มี UST และ UST เดิมเปลี่ยนชื่อเป็น USTC
ผู้เสียหายจาก Terra ได้เงินคืนไหม
การเคลมเงินคืนทำผ่านคดีล้มละลายของ Terraform เท่านั้น ระบบรับเคลมเปิดในปี 2025 และปิดรับเมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม 2025 บริษัทประเมินว่าจะมีเงินจ่ายคืนได้ราว 184.5 ถึง 442.2 ล้านดอลลาร์ ซึ่งต่ำกว่าความเสียหายมาก และ SEC เตือนว่ามีอีเมลหลอกลวงที่แอบอ้างเป็นผู้ดูแลการรับเคลม

ศาลล้มละลายสหรัฐอนุมัติแผนชำระบัญชีของ Terraform Labs กันยายน 2024 (คำบรรยายภาพในหน้าข่าวระบุวันจับ 24 มี.ค. ส่วน DOJ ระบุ 23 มี.ค. 2023 ตามเวลาท้องถิ่น) ภาพ: The Korea Times (ข่าว Reuters)
Daniel Shin เกี่ยวข้องอย่างไร
Daniel Shin หรือ Shin Hyun-seong คือผู้ร่วมก่อตั้ง Terraform Labs และผู้ก่อตั้งแอป Chai อัยการเกาหลีใต้ฟ้องเขาในเดือนเมษายน 2023 ฝ่าย Shin ปฏิเสธข้อกล่าวหาและยืนยันว่าลาออกจาก Terra ตั้งแต่สองปีก่อนการล่ม คดีนี้เป็นคดีแยกในเกาหลี

อัยการเกาหลีใต้ฟ้อง Daniel Shin ผู้ร่วมก่อตั้ง Terraform Labs ขณะที่ฝ่าย Shin ปฏิเสธข้อกล่าวหา เมษายน 2023 ภาพ: Forkast
สรุป: Do Kwon กับบทเรียนราคาแพงที่สุดบทหนึ่งของคริปโต
Do Kwon คือคนที่พา Terra จากเอกสารแนวคิดในปี 2018 ไปสู่ระบบที่มีมูลค่ารวมเกิน 50 พันล้านดอลลาร์ในปี 2022 ด้วยคำสัญญาว่า Stablecoin แบบอัลกอริทึมรักษาราคาได้ด้วยตัวเอง แต่คำรับสารภาพของเขาต่อศาลสหรัฐยืนยันว่าเขาปกปิดบทบาทของบริษัทเทรดที่เข้าพยุงหมุด UST ในปี 2021 ขณะที่ DOJ ระบุในเอกสารคดีว่ายังมีการบิดเบือนข้อเท็จจริงเรื่อง Chai, LFG และ Mirror ด้วย เมื่อตลาดใหญ่เกินกว่าจะพยุงได้ในเดือนพฤษภาคม 2022 ทุกอย่างจึงพังลงภายในเวลาประมาณหนึ่งสัปดาห์
เรื่องของเขาจบด้วยโทษจำคุก 15 ปีในสหรัฐ ค่าปรับและเงินคืนตามคำพิพากษาหลายพันล้านดอลลาร์ และผู้เสียหายทั่วโลกที่ได้เงินคืนเพียงเศษเสี้ยว ส่วนคดีในเกาหลีใต้ คดีของผู้ร่วมก่อตั้ง และคดีที่ผู้ชำระบัญชีฟ้องบริษัทเทรดยังเดินต่อ บทความนี้ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน ผู้ที่สนใจลงทุนในคริปโตหรือ Stablecoin ควรศึกษาความเสี่ยงและเลือกใช้ผู้ให้บริการที่ได้รับอนุญาตจากสำนักงาน ก.ล.ต.
อ่านประวัติบุคคลสำคัญคนอื่นในโลกคริปโตต่อได้ที่ แฟ้มบุคคลในโลกคริปโต และประวัติผู้สร้าง Bitcoin ที่ Satoshi Nakamoto คือใคร
ภาพบุคคลและสถานที่: Do Kwon โดย FAQX™ We mining it. (CC BY 3.0) สนามบิน Podgorica โดย Bjoertvedt (CC BY-SA 3.0) และอาคารศาล Daniel Patrick Moynihan U.S. Courthouse โดย Ken Lund (CC BY-SA 2.0) ผ่าน Wikimedia Commons
ภาพปก: Do Kwon โดย FAQX™ We mining it. (CC BY 3.0) ผ่าน Wikimedia Commons ดัดแปลงโดย Bitcoin Addict