Facebook Google Twitter แบนโฆษณาคริปโตปี 2018 เกิดอะไรขึ้น และทำไมวันนี้ธุรกิจคริปโตไทยต้องมีใบอนุญาต ก.ล.ต. ก่อนลงโฆษณา
27 September 2026•บทความ•โดย พีรพัฒน์ หาญคงแก้ว

Facebook Google Twitter แบนโฆษณาคริปโตปี 2018 เกิดอะไรขึ้น และทำไมวันนี้ธุรกิจคริปโตไทยต้องมีใบอนุญาต ก.ล.ต. ก่อนลงโฆษณา

30 ม.ค. 2018 Facebook แบนโฆษณาคริปโตและ ICO ตามด้วย Google และ Twitter ย้อนดูเหตุผล โฆษณาหลอกลวงที่ยังหลุดรอด การผ่อนคลายทีละขั้น และเงื่อนไขโฆษณาคริปโตในไทยวันนี้

วันที่ 30 มกราคม 2018 Facebook ประกาศนโยบายโฆษณาใหม่ที่ห้ามโฆษณาคริปโต ICO และไบนารีออปชัน ภายในเวลาไม่ถึงสองเดือน Google, Twitter, Snapchat, Mailchimp และ Bing ก็ประกาศมาตรการคล้ายกัน สื่ออย่าง Recode ประเมินในตอนนั้นว่าธุรกิจคริปโตถูกตัดออกจากตลาดโฆษณาดิจิทัลราว 70% ของทั้งโลก เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นหลังฟองสบู่ ICO ปี 2017 และในช่วงที่ราคา Bitcoin ร่วงจากจุดสูงสุด บทความนี้ย้อนดูว่าแพลตฟอร์มใหญ่แบนอะไร เพราะอะไร ค่อยๆ ผ่อนคลายอย่างไร และทุกวันนี้ธุรกิจคริปโตในไทยต้องมีอะไรถึงจะลงโฆษณาได้

ฉากหลัง: ICO บูมและโฆษณาหลอกลวง

ปี 2017 เป็นปีที่โปรเจกต์คริปโตหลายร้อยโครงการระดมทุนผ่านการขายเหรียญ (ICO) โดยแทบไม่มีการกำกับดูแล ผลคือความเสียหายตามมาอย่างรวดเร็ว Fortune รายงานเมื่อ 25 กุมภาพันธ์ 2018 ว่าจาก ICO 902 โครงการที่ TokenData ติดตาม 142 โครงการล้มก่อนระดมทุนได้ และอีก 276 โครงการล้มหลังระดมทุน คิดเป็นอัตราล้มเหลว 46% ถ้ารวมโครงการที่ Bitcoin.com จัดว่า "กึ่งล้มเหลว" อีก 113 โครงการ ตัวเลขจะขึ้นเป็น 59%

ขณะเดียวกันโฆษณาหลอกลวงก็แพร่กระจายบนโซเชียลมีเดีย รูปแบบที่พบบ่อยคือโฆษณาชวนลงทุนที่แอบอ้างชื่อและรูปคนดัง พาไปยังหน้าข่าวปลอมที่สัญญาผลตอบแทนสูงจาก Bitcoin แพลตฟอร์มที่เก็บรายได้จากโฆษณาจึงถูกกดดันให้รับผิดชอบกับสิ่งที่ปรากฏบนหน้าฟีดของผู้ใช้

โฆษณาคริปโตหลอกลวงยุค 2017 แอบอ้างคนดังและสัญญาผลตอบแทนสูงบนหน้าฟีดโซเชียล

ราคา Bitcoin ในช่วงนั้นก็อยู่ในขาลงอยู่แล้ว ข้อมูลราคาบน Binance ระบุว่า Bitcoin แตะจุดสูงสุดระหว่างวันที่ราว 19,799 ดอลลาร์เมื่อ 17 ธันวาคม 2017 และในวันก่อนที่ Facebook ประกาศ ราคาปิดลดลงมาแล้วกว่า 40%

ราคาปิดรายวัน Bitcoin บน Binance ในวันสำคัญของการแบนโฆษณา (ดอลลาร์)
17 ธ.ค. 60
$18,860
30 ม.ค. 61
Facebook แบน
$10,238
14 มี.ค. 61
Google ประกาศ
$8,170
15 ธ.ค. 61
$3,212
17 ธ.ค. 6030 ม.ค. 6114 มี.ค. 6126 มิ.ย. 6115 ธ.ค. 61
ที่มา: Binance คู่ BTCUSDT ราคาปิดรายวัน (UTC) ดึง 27 ก.ย. 2569

กราฟด้านบนเป็นราคาปิดรายวันบน Binance ในวันสำคัญของเรื่องนี้ วันที่ Facebook ประกาศ ราคาปิดต่ำกว่าราคาเปิดราว 9% และวันที่ Google ประกาศลดลงราว 10.7% แต่ในวันก่อนหน้าการประกาศของ Facebook ราคาก็ลดลงไปแล้วราว 5.3% ตลาดทั้งหมดอยู่ในช่วงขาลงที่ยาวไปจนถึงเดือนธันวาคม 2018 จึงสรุปไม่ได้ว่าการแบนโฆษณาเป็นต้นเหตุให้ราคาร่วง ข้อมูลบอกได้เพียงว่าการแบนเกิดขึ้นท่ามกลางตลาดหมีที่รุนแรง

30 มกราคม 2018: Facebook เปิดฉาก

Rob Leathern ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารผลิตภัณฑ์ของ Facebook โพสต์ในหน้า Facebook Business ชื่อ "New Ads Policy: Improving Integrity and Security of Financial Product and Services Ads" ประกาศนโยบายใหม่ที่ห้ามโฆษณาผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงินที่มักเกี่ยวข้องกับการโปรโมตแบบชี้นำหรือหลอกลวง โดยยกตัวอย่างชัดเจน 3 อย่าง คือไบนารีออปชัน ICO และคริปโต นโยบายนี้ใช้กับ Facebook, Instagram และ Audience Network

โพสต์ Facebook Business 30 มกราคม 2018 New Ads Policy ห้ามโฆษณาไบนารีออปชัน ICO และคริปโต

ที่มา: Facebook Business ผ่าน Internet Archive Wayback Machine (2 ก.พ. 2561)

"นโยบายนี้ตั้งใจให้กว้าง ระหว่างที่เราพัฒนาวิธีตรวจจับการโฆษณาที่หลอกลวงและชี้นำให้ดีขึ้น"

Rob Leathern ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารผลิตภัณฑ์ Facebook โพสต์ใน Facebook Business 30 มกราคม 2018 ต้นฉบับ "This policy is intentionally broad while we work to better detect deceptive and misleading advertising practices."

ประโยคนี้สำคัญ เพราะ Facebook ยอมรับตั้งแต่แรกว่าการแบนแบบเหมารวมไม่ได้แยกธุรกิจที่ดีออกจากธุรกิจหลอกลวง โพสต์เดียวกันยอมรับว่ามีบริษัทที่โฆษณาไบนารีออปชัน ICO และคริปโตจำนวนมากที่ไม่ได้ทำธุรกิจอย่างสุจริต และบอกว่าจะทบทวนนโยบายเมื่อระบบตรวจจับดีขึ้น

Google และ Twitter ตามมาในเดือนมีนาคม

Google ประกาศในเดือนมีนาคม 2018 ว่าจะปรับนโยบายบริการทางการเงินในเดือนมิถุนายน 2018 โดยโฆษณาคริปโตและเนื้อหาที่เกี่ยวข้องจะไม่ถูกแสดงอีก ครอบคลุมถึง ICO เว็บเทรดคริปโต กระเป๋าเงินคริปโต และคำแนะนำการเทรดคริปโต และใช้กับทุกบัญชีทั่วโลก ขอบเขตนี้กว้างกว่าของ Facebook เพราะรวมถึงเว็บเทรดและ Wallet ที่ถูกกฎหมายด้วย

หน้านโยบาย Google Financial Services New restricted financial products policy (June 2018)

ที่มา: support.google.com/adspolicy

CNBC ลงข่าวเมื่อ 14 มีนาคม 2018 พาดหัวว่า Google จะแบนโฆษณาที่เกี่ยวข้องกับคริปโตทั้งหมด ในข่าวเดียวกัน Google เปิดเผยว่าในปี 2017 บริษัทลบโฆษณาที่ละเมิดนโยบายไปมากกว่า 3,200 ล้านชิ้น เกือบสองเท่าของปีก่อนหน้า

ข่าว CNBC 14 มีนาคม 2018 Google จะแบนโฆษณาที่เกี่ยวข้องกับคริปโตทั้งหมด

ที่มา: CNBC (14 มี.ค. 2561)

"เราไม่มีลูกแก้ววิเศษที่จะรู้ว่าอนาคตของคริปโตจะไปทางไหน แต่เราเห็นความเสียหายต่อผู้บริโภค หรือโอกาสที่จะเกิดความเสียหายต่อผู้บริโภค มากพอที่จะต้องเข้าหาเรื่องนี้ด้วยความระมัดระวังอย่างยิ่ง"

Scott Spencer ผู้อำนวยการฝ่าย Sustainable Ads ของ Google ให้สัมภาษณ์ CNBC 14 มีนาคม 2018 ต้นฉบับ "We don't have a crystal ball to know where the future is going to go with cryptocurrencies, but we've seen enough consumer harm or potential for consumer harm that it's an area that we want to approach with extreme caution."

วันที่ 26 มีนาคม 2018 Twitter ยืนยันกับ CNBC ผ่านโฆษกว่าเพิ่มนโยบายโฆษณาใหม่เกี่ยวกับคริปโต ห้ามโฆษณา ICO และการขายโทเคนทั่วโลก ส่วนเว็บเทรดและกระเป๋าเงิน TechCrunch รายงานว่าจะอนุญาตเฉพาะบริษัทมหาชนที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ใหญ่บางแห่งเท่านั้น และในบางประเทศอาจมีเงื่อนไขเพิ่ม เช่นต้องอยู่ภายใต้การกำกับของหน่วยงานการเงิน

ข่าว CNBC 26 มีนาคม 2018 Twitter แบนโฆษณาคริปโตตาม Google และ Facebook

ที่มา: CNBC (26 มี.ค. 2561)

แพลตฟอร์มอื่นที่แบนตาม

  • Snapchat เริ่มห้ามโฆษณา ICO แบบเงียบๆ ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2018 และยืนยันกับ CoinDesk ในเดือนมีนาคม แต่ยังอนุญาตโฆษณาเกี่ยวกับคริปโตทั่วไป
  • Mailchimp บริการส่งอีเมลการตลาด ประกาศเมื่อปลายมีนาคม 2018 ว่าจะไม่ให้ธุรกิจที่เกี่ยวกับการซื้อขาย แลกเปลี่ยน เก็บรักษา หรือทำการตลาดคริปโตและ ICO ใช้บริการ มีผลตั้งแต่ 30 เมษายน 2018 โดยให้เหตุผลว่าธุรกิจเหล่านี้เกี่ยวข้องกับการหลอกลวง การฉ้อโกง และฟิชชิงบ่อยเกินไป
  • Microsoft Bing ประกาศในเดือนพฤษภาคม 2018 ว่าจะเริ่มแบนโฆษณาคริปโตในเดือนมิถุนายน และบังคับใช้เต็มที่ภายในต้นกรกฎาคม ด้วยเหตุผลว่าผลิตภัณฑ์เหล่านี้ยังไม่ถูกกำกับดูแล
  • LinkedIn Recode รายงานว่านโยบายของ LinkedIn ห้ามโฆษณาการขายสกุลเงินเสมือนอยู่แล้ว

การแบนไม่ได้หยุดโฆษณาปลอม

การแบนแบบเหมารวมไม่ได้ทำให้โฆษณาหลอกลวงหายไป เมื่อ 23 เมษายน 2018 Martin Lewis ผู้ก่อตั้งเว็บ MoneySavingExpert ของอังกฤษ ยื่นฟ้อง Facebook ฐานหมิ่นประมาท เพราะมีโฆษณาปลอมที่ใช้ชื่อและรูปของเขาหลายสิบชิ้นในปีก่อนหน้า โฆษณาที่พบมากที่สุดคือแผนรวยเร็วที่ใช้ชื่อ "Bitcoin Code" ซึ่ง TechCrunch ระบุว่าผู้หลอกลวงเลี่ยงนโยบายแบนคริปโตของ Facebook ได้อย่างง่ายดาย

"ผมรู้สึกไม่สบายทุกครั้งที่ได้ยินว่ามีผู้เสียหายอีกคนถูกหลอก เพราะเขาเข้าใจผิดคิดว่ากำลังไว้ใจผม ผู้หญิงคนหนึ่งถูกเอาเงินไปกว่า 100,000 ปอนด์"

Martin Lewis ผู้ก่อตั้ง MoneySavingExpert (TechCrunch 23 เมษายน 2018) ต้นฉบับ "I feel sick each time I hear of another victim being conned because of trust they wrongly thought they were placing in me. One lady had over £100,000 taken from her."

คดีนี้จบด้วยการยอมความในเดือนมกราคม 2019 Facebook ตกลงสร้างเครื่องมือรายงานโฆษณาหลอกลวงโดยเฉพาะ บริจาค 3 ล้านปอนด์ให้โครงการใหม่ของ Citizens Advice และจ่ายค่าใช้จ่ายทางกฎหมายของ Lewis ข่าวของ MoneySavingExpert ระบุว่าในปีก่อนฟ้อง มีโฆษณาหลอกลวงที่แอบอ้างชื่อหรือรูปของเขามากกว่า 1,000 ชิ้น ตัวเลขนี้ต่างจากที่ Lewis พูดตอนยื่นฟ้องเพราะนับคนละช่วงเวลา เรื่องนี้เป็นบทเรียนว่าการแบนโฆษณาคริปโตที่ถูกต้องตามกฎหมายไม่ได้หยุดมิจฉาชีพที่ไม่สนใจกฎตั้งแต่แรก อ่านวิธีสังเกตโฆษณาหลอกลวงได้ที่ รู้ทันกลโกงคริปโต

การแบนโฆษณาคริปโตถูกกฎหมายไม่ได้หยุดมิจฉาชีพที่หลบเลี่ยงระบบตรวจสอบ

การผ่อนคลายทีละขั้น

หลังจากนั้นไม่นาน แพลตฟอร์มก็เริ่มผ่อนคลายโดยเปลี่ยนจากการแบนทั้งหมด มาเป็นการอนุญาตเฉพาะผู้ที่ได้รับการตรวจสอบหรือมีใบอนุญาต

  • 26 มิถุนายน 2018 Facebook เริ่มอนุญาตโฆษณาคริปโตจากผู้ลงโฆษณาที่ผ่านการอนุมัติล่วงหน้า โดยต้องยื่นใบสมัครพร้อมข้อมูลใบอนุญาต สถานะการจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ และข้อมูลธุรกิจ แต่ยังห้ามโฆษณาไบนารีออปชันและ ICO ต่อไป Rob Leathern เขียนว่าด้วยข้อจำกัดเหล่านี้ ไม่ใช่ทุกคนที่อยากโฆษณาจะทำได้
  • ตุลาคม 2018 Google เปิดให้เว็บเทรดคริปโตที่ถูกกำกับดูแลลงโฆษณาในสหรัฐฯ และญี่ปุ่นได้ โดยต้องขอรับรองกับ Google สำหรับประเทศที่โฆษณา

หน้านโยบาย Google Update to Financial products and services policy (October 2018) เปิดให้เว็บเทรดในสหรัฐฯ และญี่ปุ่น

ที่มา: support.google.com/adspolicy

  • 3 สิงหาคม 2021 Google ปรับเงื่อนไขในสหรัฐฯ ให้เว็บเทรดและกระเป๋าเงินคริปโตลงโฆษณาได้ ถ้าจดทะเบียนกับ FinCEN เป็นธุรกิจบริการทางการเงิน และเป็นผู้โอนเงินในอย่างน้อยหนึ่งรัฐ หรือเป็นธนาคารที่จดทะเบียนระดับรัฐบาลกลางหรือระดับรัฐ ใบรับรองเดิมทั้งหมดถูกยกเลิกในวันเดียวกัน ส่วนโฆษณา ICO และโปรโตคอลเทรด DeFi ยังห้ามต่อ

หน้านโยบาย Google Update to Financial products and services policy (June 2021) เงื่อนไขจดทะเบียน FinCEN

ที่มา: support.google.com/adspolicy

  • 1 ธันวาคม 2021 Meta ขยายจำนวนใบอนุญาตที่รับจาก 3 เป็น 27 รายการ และเปิดเผยรายชื่อใบอนุญาตที่รับไว้ในหน้านโยบาย พร้อมเปลี่ยนจากการใช้สัญญาณหลายอย่างมาเป็นการกำหนดให้ต้องมีใบอนุญาตในรายการเท่านั้น Meta ให้เหตุผลว่าตลาดคริปโตเติบโตและมั่นคงขึ้น และมีกฎระเบียบของรัฐที่ชัดเจนขึ้น

ประกาศ Meta 1 ธันวาคม 2021 Expanding Eligibility to Run Ads About Cryptocurrency ขยายใบอนุญาตเป็น 27 รายการ

ที่มา: Meta for Business (1 ธ.ค. 2564)

  • 29 มกราคม 2024 Google เปิดให้ผลิตภัณฑ์ Cryptocurrency Coin Trust ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์การเงินที่ให้นักลงทุนซื้อขายหุ้นของทรัสต์ที่ถือคริปโตจำนวนมาก ลงโฆษณาในสหรัฐฯ ได้ ช่วงเวลานี้ตรงกับหลังจากที่ ก.ล.ต. สหรัฐฯ อนุมัติ Spot Bitcoin ETF ในเดือนมกราคม 2024 แม้หน้านโยบายของ Google จะไม่ได้ใช้คำว่า ETF

หน้านโยบาย Google Updates to Cryptocurrencies and related products policy (December 2023) Cryptocurrency Coin Trust

ที่มา: support.google.com/adspolicy

ข่าวที่ Bitcoin Addict รายงานในช่วง Google ผ่อนคลายรอบแรกอ่านย้อนหลังได้ที่ Google ยกเลิกการแบนโฆษณาเว็บเทรด Crypto และ Wallet

ธุรกิจคริปโตในไทยลงโฆษณาได้ไหมในวันนี้

ปัจจุบันทั้ง Meta และ Google ระบุประเทศไทยไว้ในนโยบายโฆษณาคริปโตอย่างชัดเจน โดยผูกเงื่อนไขกับใบอนุญาตของสำนักงาน ก.ล.ต.

  • Meta หน้านโยบายใน Transparency Center ระบุใบอนุญาตที่รับสำหรับไทยคือใบอนุญาตประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลที่ออกโดย ก.ล.ต. และโฆษณาแพลตฟอร์มเทรดหรือบริการที่เกี่ยวกับการซื้อขาย แลกเปลี่ยน หรือ Staking คริปโตต้องได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรก่อน ส่วนเนื้อหาข่าว การศึกษา หรือกิจกรรมเกี่ยวกับคริปโตที่ไม่ได้ขายผลิตภัณฑ์ ไม่ต้องขออนุญาต
  • Google หน้านโยบายระบุว่าโฆษณาเว็บเทรดคริปโตที่มุ่งเป้าประเทศไทยทำได้แบบมีข้อจำกัด ถ้าผู้ลงโฆษณาได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลจาก ก.ล.ต. ปฏิบัติตามกฎหมายท้องถิ่นอื่น และได้รับการรับรองจาก Google

หน้านโยบายโฆษณาคริปโตของ Meta ระบุใบอนุญาตที่รับสำหรับไทยคือ Digital Asset Business license จาก ก.ล.ต.

ที่มา: transparency.meta.com (27 ก.ย. 2569)

สิ่งที่ยังห้ามในทุกประเทศตามนโยบายของ Google คือโฆษณา ICO โปรโตคอลเทรด DeFi และโฆษณาที่ชวนซื้อขายคริปโตโดยตรง ข้อสังเกตคือเงื่อนไขเรื่องใบอนุญาตทำให้การลงโฆษณาถูกกฎหมายเป็นสิทธิ์ของผู้ประกอบการที่ได้รับอนุญาตเท่านั้น ถ้าคนไทยเห็นโฆษณาชวนเทรดคริปโตจากแพลตฟอร์มที่ไม่ได้รับอนุญาตจาก ก.ล.ต. นั่นคือสัญญาณเตือนตั้งแต่แรก อ่านเรื่องกฎหมายคริปโตไทยเพิ่มได้ที่ กฎหมายคริปโตไทย และวิธีเลือกเว็บเทรดที่ได้รับอนุญาตที่ วิธีเปิดบัญชีเว็บเทรดคริปโตไทย

บทเรียนจากการแบนปี 2018

เหตุการณ์นี้แสดงรูปแบบที่เกิดซ้ำกับคริปโตหลายครั้ง เมื่อเทคโนโลยีใหม่เติบโตเร็วกว่ากฎระเบียบ แพลตฟอร์มเอกชนเลือกปิดประตูทั้งหมดไว้ก่อน เพราะแยกไม่ออกว่าใครสุจริตใครไม่สุจริต เมื่อรัฐออกกฎหมายและใบอนุญาตที่ชัดเจน แพลตฟอร์มก็ใช้ใบอนุญาตนั้นเป็นเกณฑ์เปิดประตูกลับ การแบนโฆษณาปี 2018 จึงไม่ใช่การตัดสินว่าคริปโตผิด แต่เป็นการรอให้มีคนกลางที่ชี้ได้ว่าใครเชื่อถือได้ ซึ่งในไทยคนกลางนั้นคือ ก.ล.ต.

อีกบทเรียนหนึ่งคือการแบนไม่ได้ปกป้องผู้ใช้ได้ทั้งหมด คดีของ Martin Lewis แสดงว่ามิจฉาชีพยังหาทางลงโฆษณาปลอมได้ต่อไป การป้องกันที่ได้ผลที่สุดจึงยังเป็นความรู้ของผู้ใช้เอง อ่านภาพรวมความเสี่ยงของการลงทุนได้ที่ ความเสี่ยงของการลงทุนคริปโต

คำถามที่พบบ่อย

Facebook แบนโฆษณาคริปโตเมื่อไร

Facebook ประกาศนโยบายห้ามโฆษณาไบนารีออปชัน ICO และคริปโตเมื่อ 30 มกราคม 2018 ครอบคลุม Facebook, Instagram และ Audience Network

Google แบนโฆษณาคริปโตเมื่อไร

Google ประกาศในเดือนมีนาคม 2018 และมีผลในเดือนมิถุนายน 2018 ครอบคลุมทั้ง ICO เว็บเทรด กระเป๋าเงิน และคำแนะนำการเทรดคริปโต

การแบนโฆษณาทำให้ราคา Bitcoin ร่วงไหม

สรุปไม่ได้ ราคา Bitcoin อยู่ในขาลงตั้งแต่กลางเดือนธันวาคม 2017 และลดลงต่อเนื่องไปจนถึงเดือนธันวาคม 2018 วันที่มีการประกาศแบนราคาลดลงก็จริง แต่วันก่อนหน้าก็ลดลงเช่นกัน

ทุกวันนี้ยังห้ามโฆษณาคริปโตอยู่ไหม

ไม่ได้ห้ามทั้งหมดแล้ว Meta และ Google เปิดให้ผู้ประกอบการที่มีใบอนุญาตตามที่กำหนดลงโฆษณาได้ ในไทยต้องมีใบอนุญาตประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลจาก ก.ล.ต. ส่วนโฆษณา ICO ยังถูกห้าม

เห็นโฆษณาคริปโตบน Facebook แปลว่าเชื่อถือได้ไหม

ไม่ได้แปลอย่างนั้น โฆษณาหลอกลวงยังหลุดรอดระบบตรวจสอบได้ ควรตรวจว่าบริษัทได้รับอนุญาตจาก ก.ล.ต. หรือไม่ และระวังโฆษณาที่อ้างชื่อคนดังหรือสัญญาผลตอบแทนสูง

สรุป

วันที่ 30 มกราคม 2018 Facebook เปิดฉากแบนโฆษณาคริปโต ตามด้วย Google, Twitter และแพลตฟอร์มอื่นภายในไม่กี่เดือน ท่ามกลางความล้มเหลวของ ICO จำนวนมากและโฆษณาหลอกลวงที่แพร่กระจาย การแบนแบบเหมารวมตั้งใจให้กว้างตั้งแต่แรก และค่อยๆ ผ่อนคลายเป็นการอนุญาตเฉพาะผู้ที่มีใบอนุญาตตั้งแต่กลางปี 2018 จนถึงปี 2024 ปัจจุบันธุรกิจคริปโตในไทยลงโฆษณาบน Meta และ Google ได้เมื่อมีใบอนุญาตจาก ก.ล.ต. เรื่องนี้สะท้อนว่าความเชื่อมั่นของแพลตฟอร์มใหญ่ต่อคริปโตเดินตามความชัดเจนของกฎหมาย และเตือนว่าการแบนไม่ได้แทนที่ความรู้เท่าทันของผู้ใช้

บทความทั้งหมด