
"Crypto Mom" เฮสเตอร์ เพียร์ซ เตรียมลาออกจาก SEC 2 ต.ค. เหลือกรรมการ 2 คน
เฮสเตอร์ เพียร์ซ (Hester Peirce) กรรมการของ ก.ล.ต. สหรัฐฯ (SEC) ผู้ได้ฉายา "Crypto Mom" จากบทบาทสนับสนุนกฎระเบียบคริปโตที่ชัดเจน ประกาศลาออกโดยมีผลวันที่ 2 ตุลาคม 2569 ผ่านจดหมายลาออกที่โพสต์บน X เมื่อวันศุกร์ที่ 25 กันยายน ตามรายงานของ Cointelegraph และ CoinDesk เธอจะไปเป็นรองศาสตราจารย์ที่คณะนิติศาสตร์ Regent University ในรัฐเวอร์จิเนีย เริ่มเดือนพฤศจิกายน
การลาออกทำให้ SEC เหลือกรรมการ 2 คน คือประธานพอล แอตกินส์ (Paul Atkins) และมาร์ก อุเยดะ (Mark Uyeda) ซึ่งเป็นสมาชิกพรรครีพับลิกันทั้งคู่ ตามรายงาน ยังไม่มีการประกาศผู้มาทดแทน
จดหมายลาออกว่าอย่างไร
เพียร์ซขอบคุณประธานาธิบดีที่ให้ "เกียรติสูงสุดตลอดชีวิตการทำงาน" ในการเป็นกรรมการ และระบุว่าเธอลาออกภายใต้ "การนำที่ยอดเยี่ยม" ของแอตกินส์และอุเยดะ ตามที่ Cointelegraph รายงาน จดหมายไม่ได้ระบุความไม่พอใจใดๆ ต่อ SEC เหตุผลที่ระบุคือการเปลี่ยนไปทำงานวิชาการ
"เกียรติสูงสุดตลอดชีวิตการทำงานของฉัน"
— เฮสเตอร์ เพียร์ซ (Hester Peirce) กรรมการ SEC ในจดหมายลาออก อ้างโดย Cointelegraph และ TFTC
CoinDesk และ TFTC อ้างถ้อยคำอีกส่วนของจดหมายที่พูดถึงการ "เพิ่มอิสระให้ผู้คนเลือกสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับตนเองและครอบครัว ภายใต้กรอบกำกับดูแลที่สมเหตุสมผล" ซึ่งเป็นข้อความที่รายงานทั้งสองยกมาเพียงบางส่วน
บทบาทด้านคริปโต
เพียร์ซเป็นผู้อำนวยการ Crypto Task Force (คณะทำงานด้านคริปโตของ SEC) ตั้งแต่วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2568 ตามรายงาน CoinDesk ทีมงานของเธอผลักดันกรอบการจัดประเภทโทเคน ข้อเสนอกฎ Regulation Crypto Assets สำหรับการเสนอขายคริปโต และ "ข้อยกเว้นเพื่อนวัตกรรม" (Innovation Exemption) ซึ่งเป็นแนวทางให้หลักทรัพย์แบบโทเคนดำเนินการได้แบบจำกัด 5 ปี รวมถึงแนวปฏิบัติเรื่องการขุด การ Staking และมีมคอยน์ CoinDesk ระบุว่าเธอทำงานผ่านประธาน SEC 3 ยุค คือ เจย์ เคลย์ตัน (Jay Clayton) แกรี เจนสเลอร์ (Gary Gensler) และพอล แอตกินส์
ตามรายงานของ Cointelegraph เธอเป็นกรรมการมาราว 8 ปี วาระที่สองหมดอายุเมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2568 แต่ทำหน้าที่ต่อภายใต้ช่วงต่ออายุ 18 เดือน ตามที่ TFTC รายงาน และเคยระบุเมื่อเดือนมีนาคม 2568 ว่าจะไม่ขอวาระเพิ่ม
SEC เหลือ 2 คน หมายความว่าอย่างไร
CoinDesk ระบุว่ากฎของหน่วยงานอนุญาตให้องค์ประชุมมีกรรมการ 2 คนได้ TFTC ยกกฎ 17 C.F.R. § 200.41 ว่าด้วยกรณีนี้ และระบุว่า SEC ที่เหลือ 2 กรรมการสามารถเดินหน้าคดีบังคับใช้และการออกกฎได้โดยไม่ต้องมีเสียงที่ 3 หรือเสียงแย้งบันทึกไว้ Cointelegraph รายงานว่ากรรมการพรรคเดโมแครตคนก่อน แคโรไลน์ เครนชอว์ (Caroline Crenshaw) ออกจากตำแหน่งเมื่อเดือนมกราคม 2569 และยังไม่มีการเสนอชื่อผู้มาแทน
Cointelegraph ระบุว่า SEC ยังเดินหน้าจากแนวทาง "กำกับผ่านการฟ้องร้อง" ไปสู่การออกกฎที่ชัดเจนขึ้นภายใต้ผู้นำปัจจุบัน ทีมข่าวไม่พบข้อมูลว่าการลาออกของเพียร์ซจะเปลี่ยนแผนงานด้านคริปโตที่ค้างอยู่หรือไม่ ทั้งประกาศไม่ได้ระบุว่าใครจะเป็นผู้อำนวยการ Crypto Task Force คนต่อไป
📎 ข่าวที่เกี่ยวข้องจาก Bitcoinaddict.com:
เรื่องนี้สืบเนื่องจากบทบาทของเพียร์ซและทิศทางกฎคริปโตของ SEC ที่เรารายงานไว้
👉 SEC ยุคใหม่ตั้ง ‘คริปโตมัม’ เฮสเตอร์ เพียร์ซ นำทีมพิเศษ จ่อปฏิรูปกฎคุมคริปโต
👉 ประธาน SEC หนุน CLARITY Act เต็มที่ ลั่นพร้อมลุยกฎคริปโตเองแม้ไม่ผ่านสภา
🔗 อ้างอิงต้นฉบับ: Cointelegraph, CoinDesk, TFTC
💬 ความเห็นบรรณาธิการ Bitcoinaddict
ข่าวนี้มีสองด้านที่ควรแยกกัน ด้านแรกคือตัวบุคคล เพียร์ซเป็นเสียงหลักของฝั่งที่ต้องการกฎคริปโตที่ชัดเจนใน SEC มาหลายปี ด้านที่สองคือโครงสร้าง SEC ที่เหลือกรรมการ 2 คนจากพรรคเดียวกัน ซึ่งทำงานได้ตามกฎแต่ไม่มีกรรมการฝ่ายตรงข้ามคอยตรวจสอบในคณะ และหลังจาก CLARITY Act ตกในวุฒิสภาเมื่อวันที่ 15 กันยายน ที่ SEC กับ CFTC ประกาศว่าจะออกกฎเองภายใต้อำนาจเดิม กฎที่ออกโดยหน่วยงานมักมั่นคงน้อยกว่ากฎหมายจากสภา ตามที่ JPMorgan เตือน ทีมข่าวไม่คาดการณ์ว่าใครจะมารับตำแหน่ง
สำหรับผู้ใช้และผู้ประกอบการไทย ท่าทีของ SEC สหรัฐฯ กระทบมาตรฐานที่ตลาดโลกใช้อ้างอิง แต่การกำกับดูแลในไทยยังเป็นของ ก.ล.ต. ไทย เนื้อหานี้เป็นข้อมูลข่าว ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน
— รายงานโดยทีมข่าว Bitcoinaddict.com