
[รีวิว] Bitget 2026 กระดานสาย Copy Trading ค่าธรรมเนียมและข้อควรรู้
รีวิว Bitget เจาะระบบ Copy Trading ค่าธรรมเนียม 0.1% พร้อมความเสี่ยงของการตามเทรดที่ต้องเข้าใจก่อนเริ่ม
Bitget สร้างชื่อจากระบบ Copy Trading ที่ให้ผู้ใช้ตามกลยุทธ์ของเทรดเดอร์คนอื่นแบบอัตโนมัติ ซึ่งเป็นฟีเจอร์ที่ขายฝันได้ง่ายมากว่าไม่ต้องเก่งก็ทำกำไรได้ รีวิวนี้จะพูดทั้งกลไกที่ทำงานจริงและความเสี่ยงที่คนขายฝันมักไม่พูดถึง
Bitcoinaddict.com มีลิงก์ Referral (ลิงก์แนะนำที่ทำให้เราได้รับค่าตอบแทนเมื่อท่านสมัครและเทรด) อยู่ในบทความนี้ นโยบายของเราคือรีวิวตามความเป็นจริง ไม่ปิดบังข้อจำกัด และไม่แนะนำให้ซื้อขายสินทรัพย์ใดๆ ค่าตอบแทนที่ได้รับไม่มีผลต่อเนื้อหาที่เขียน
กระดานนี้ไม่มีใบอนุญาตประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลจาก ก.ล.ต. ไทย หากเกิดปัญหาจะไม่ได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายไทย และตั้งแต่ปี 2025 ก.ล.ต. มีการสั่งปิดกั้นการเข้าถึงแพลตฟอร์มที่ไม่มีใบอนุญาตเป็นระยะ โปรดศึกษาความเสี่ยงก่อนใช้งาน
Bitget คือใคร
ประวัติโดยย่อ
Bitget เปิดตัวในปี 2018 และเติบโตขึ้นมาโดยวางจุดขายที่ Copy Trading และตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเป็นหลัก ปัจจุบันมีผู้ใช้กระจายอยู่หลายสิบประเทศทั่วโลก และมีโทเคนประจำแพลตฟอร์มที่ใช้ลดค่าธรรมเนียมได้
สเปกหลัก
| หัวข้อ | รายละเอียด |
|---|---|
| ใบอนุญาตในไทย | ไม่มี |
| ค่าธรรมเนียม Spot | ราว 0.1% ลดเพิ่มได้เมื่อถือหรือจ่ายด้วยโทเคนประจำแพลตฟอร์ม |
| เหรียญ | หลายร้อยสกุล คู่เทรดหลักเป็น USDT |
| จุดต่าง | Copy Trading แบบกดปุ่มเดียวตามเทรดเดอร์ |
| เงินบาท | ฝากตรงไม่ได้ ต้องใช้ P2P หรือโอนคริปโตเข้า |
ค่าธรรมเนียมคิดเป็นเงินจริง
| รายการ | วิธีคิด | เสียเท่าไหร่ |
|---|---|---|
| ซื้อ 10,000 บาท | 10,000 x 0.1% | 10 บาท |
| ขายคืนที่ราคาเดิม | 10,000 x 0.1% | 10 บาท |
| รวมไป-กลับ 1 รอบ | 20 บาท (0.20%) |
ตัวเลขนี้เฉพาะฝั่ง Spot ส่วนการเทรดสัญญาล่วงหน้าคิดคนละอัตราและมีต้นทุนอื่นเพิ่มเช่นค่าธรรมเนียมการถือสถานะข้ามรอบ ซึ่งสะสมได้เยอะกว่าที่คิดถ้าถือสถานะยาว
กองทุนคุ้มครองผู้ใช้ (Protection Fund)
Bitget ตั้งกองทุนสำรองชื่อ Protection Fund ไว้ตั้งแต่ปี 2022 ด้วยมูลค่าเริ่มต้น 300 ล้านดอลลาร์ เพื่อรองรับกรณีฉุกเฉินอย่างการถูกแฮกหรือเหตุขัดข้องทางเทคนิคที่กระทบเงินผู้ใช้ กองทุนนี้ถือครองส่วนใหญ่เป็น Bitcoin ทำให้มูลค่าผันผวนตามราคา BTC ไปด้วย ช่วงตลาดขาขึ้นปี 2025 ทำให้กองทุนโตขึ้นมาก เดือนมิถุนายน 2025 มูลค่าขึ้นไปแตะ 716 ล้านดอลลาร์ และทำสถิติสูงสุดที่ 779.7 ล้านดอลลาร์ในเดือนกรกฎาคม 2025 ก่อนจะทรงตัวเฉลี่ยราว 735 ล้านดอลลาร์ในเดือนกันยายน 2025 คิดเป็นการเติบโตกว่า 140% จากจุดตั้งต้น
กระดานเทรดใหญ่หลายเจ้ามีกองทุนลักษณะนี้เพื่อสร้างความอุ่นใจให้ผู้ใช้ เช่น Binance ก็มีกองทุนสำรองชื่อ SAFU ในรูปแบบใกล้เคียงกัน จุดที่ต้องเข้าใจให้ถูกคือกองทุนนี้ไม่ได้แปลว่าเงินผู้ใช้ปลอดภัย 100% มันเป็นแค่มาตรการรับมือความเสียหายกรณีร้ายแรง ไม่ใช่ประกันที่คุ้มครองทุกสถานการณ์ และไม่มีหน่วยงานรัฐมากำกับหรือยืนยันความน่าเชื่อถือของกองทุนนี้เหมือนกองทุนคุ้มครองเงินฝากในระบบธนาคาร
Copy Trading ทำงานยังไง และเสี่ยงตรงไหน
กลไกโดยย่อ
ระบบให้ผู้ใช้เลือกเทรดเดอร์จากรายชื่อที่แสดงสถิติผลงานย้อนหลัง เช่น อัตราชนะ ผลตอบแทนสะสม จำนวนผู้ติดตาม เมื่อกดตามแล้ว ทุกครั้งที่เทรดเดอร์คนนั้นเปิดหรือปิดสถานะ ระบบจะทำตามในบัญชีของผู้ตามโดยอัตโนมัติตามสัดส่วนเงินที่กำหนดไว้
เพื่อให้เห็นภาพชัดขึ้น กลไกนี้คือการที่บัญชีของผู้นำเทรด (lead trader) ทำหน้าที่เป็นต้นทาง ทุกคำสั่งซื้อขายที่เกิดขึ้นในบัญชีนั้น จะถูกส่งสัญญาณไปยังระบบของ Bitget แบบเรียลไทม์ แล้วระบบจะคำนวณสัดส่วนเงินทุนของผู้ตาม (follower) แต่ละคน เพื่อเปิดคำสั่งซื้อขาย แบบเดียวกันในบัญชีของผู้ตามโดยอัตโนมัติ ทั้งขาเปิดและขาปิดสถานะ โดยผู้ตามไม่ต้องกดคำสั่งเองแม้แต่ครั้งเดียว
ความเสี่ยงที่คนขายฝันไม่ค่อยพูด
- สถิติย้อนหลังไม่ได้บอกอนาคต เทรดเดอร์ที่ชนะติดต่อกันหลายเดือนอาจกำลังใช้กลยุทธ์ที่เสี่ยงสูงซึ่งได้ผลในสภาพตลาดแบบหนึ่งเท่านั้น พอตลาดเปลี่ยนโหมดก็พังได้ในไม้เดียว
- ขาดทุนของเขาคือขาดทุนของเรา ระบบทำตามทั้งขาขึ้นและขาลง ไม่ได้กรองเฉพาะไม้ที่กำไร
- เทรดเดอร์มีแรงจูงใจจากค่าธรรมเนียมผู้ตาม บางคนได้ส่วนแบ่งจากจำนวนคนตามหรือกำไร ซึ่งอาจทำให้กล้าเสี่ยงมากกว่าที่จะเสี่ยงด้วยเงินตัวเองล้วนๆ
- คนที่ขาดทุนหนักมักหายไปจากรายชื่อ ทำให้รายชื่อที่เห็นดูดีเกินจริง เพราะเหลือแต่คนที่รอดมาได้
ควรเริ่มยังไงถ้าจะลองจริง
ถ้าตัดสินใจจะลอง Copy Trading จริง หลักการที่ลดความเสียหายได้มากที่สุดคือเริ่มด้วยเงินที่พร้อมเสียได้ทั้งหมด ไม่ใช่เงินก้อนที่ตั้งใจเก็บ เพราะช่วงแรกคือช่วงเรียนรู้ว่าเทรดเดอร์ที่เลือกมีสไตล์ยังไงจริงๆ ซึ่งดูจากสถิติอย่างเดียวไม่พอ
อีกเรื่องที่มักถูกมองข้ามคือการกระจายไปหลายเทรดเดอร์แทนที่จะทุ่มไปคนเดียว เพราะต่อให้เลือกมาดีแค่ไหน คนเดียวก็ยังมีโอกาสเจอไม้ที่พลาดหนักได้ และควรตั้งเพดานขาดทุนที่ยอมรับได้ไว้ล่วงหน้าแล้วหยุดตามเมื่อถึงจุดนั้นจริง ไม่ใช่รอลุ้นให้กลับมา
ประวัติเหตุการณ์ด้านความปลอดภัย
เหตุการณ์ที่ชัดเจนที่สุดเกิดขึ้นวันที่ 20 เมษายน 2025 เมื่อระบบบอตทำตลาด (market maker bot) ของ Bitget เกิดข้อผิดพลาด ในตลาดฟิวเจอร์ส VOXEL/USDT ทำให้เกิดคำสั่งซื้อขายผิดปกติจำนวนมากภายในเวลาไม่ถึง 2 ชั่วโมง สร้างความผันผวนของราคาที่คาดเดาได้ นักเทรดกลุ่มหนึ่งราว 8 บัญชี จับจังหวะสลับสถานะซื้อขายทุกไม่กี่วินาที เปลี่ยนเงินทุนหลักร้อยดอลลาร์ให้กลายเป็นกำไรหลักแสนดอลลาร์ได้ ภายในไม่กี่นาที ก่อนความเสียหายรวมจะพุ่งไปถึงราว 100 ล้านดอลลาร์ ซึ่งขณะนั้นถือเป็นเหตุการณ์ช่องโหว่ที่มูลค่าเสียหายมากเป็นอันดับสองของปี 2025
Bitget ตอบสนองด้วยการอายัดบัญชีที่เกี่ยวข้องและย้อนกลับธุรกรรมที่เกิดจากช่องโหว่ทั้งหมด พร้อมประกาศดำเนินคดีตามกฎหมายกับผู้ที่เกี่ยวข้อง และทบทวนระบบบอตทำตลาดภายในใหม่ทั้งหมด ประเด็นสำคัญที่ต้องเข้าใจคือเหตุการณ์นี้ไม่ได้เกิดจากผู้ใช้ทำอะไรผิดพลาด แต่เกิดจากช่องโหว่ในระบบภายในของกระดานเอง ซึ่งเป็นความเสี่ยงที่ผู้ใช้ทั่วไปควบคุมไม่ได้เลยไม่ว่าจะระมัดระวังแค่ไหน
เหตุการณ์แบบนี้เป็นตัวอย่างของความเสี่ยงที่ผู้ใช้ควบคุมไม่ได้เลย เพราะไม่ได้เกิดจากความประมาทของผู้ใช้ แต่เกิดจากระบบภายในของกระดานเอง เป็นเหตุผลที่การกระจายเงินไว้หลายที่ยังคงเป็นหลักการพื้นฐานที่ควรทำ
ข้อดีและข้อจำกัด
ข้อดี
- ระบบ Copy Trading ขนาดใหญ่ มีสถิติเทรดเดอร์ให้ดูก่อนตัดสินใจตาม
- ค่าธรรมเนียม Spot ราว 0.1% พร้อมส่วนลดผ่านโทเคนแพลตฟอร์ม
- เหรียญหลากหลาย ลิสต์เหรียญใหม่เร็ว
ข้อจำกัด
- ไม่มีใบอนุญาตในไทย ไม่มีความคุ้มครองตามกฎหมายไทย
- Copy Trading มีความเสี่ยงที่คนใหม่มักประเมินต่ำเกินไป
- มีประวัติเหตุการณ์ความเสียหายจากช่องโหว่ระบบภายใน
- เมนูและประกาศหลักเป็นภาษาอังกฤษเป็นส่วนใหญ่
คำถามที่พบบ่อย
Copy Trading ทำกำไรได้จริงไหม
ได้และเสียได้พอกัน ระบบทำตามเทรดเดอร์ทั้งไม้ที่กำไรและขาดทุน ผลงานย้อนหลังไม่ได้รับประกันอนาคต และควรเริ่มด้วยเงินจำนวนน้อยเพื่อทดสอบก่อน
เลือกเทรดเดอร์ยังไงให้ปลอดภัยขึ้น
ดูระยะเวลาที่มีผลงานย้อนหลังว่ายาวพอผ่านหลายสภาพตลาดไหม ดูขนาดการขาดทุนสูงสุดที่เคยเกิด ไม่ใช่ดูแค่ผลตอบแทนรวม และระวังคนที่ผลตอบแทนสูงผิดปกติในเวลาสั้น
Bitget ปลอดภัยไหม
ไม่มีใบอนุญาตในไทยจึงไม่มีความคุ้มครองตามกฎหมายไทย และเคยมีเหตุการณ์ความเสียหายจากช่องโหว่ระบบภายในในปี 2025 ควรกระจายความเสี่ยงไม่ฝากเงินก้อนใหญ่ไว้ที่เดียว
ต่างจาก BingX ยังไง
จุดขายใกล้เคียงกันคือ Copy Trading ต่างกันที่ขนาดฐานผู้ใช้และรายละเอียดค่าธรรมเนียม ควรเทียบทั้งสองก่อนตัดสินใจ
สรุป เหมาะกับใคร
Bitget เหมาะกับคนที่สนใจ Copy Trading และเข้าใจว่าความเสี่ยงทั้งหมดยังเป็นของตัวเอง ไม่ใช่ของเทรดเดอร์ที่ไปตาม แต่สำหรับผู้ใช้ในไทยต้องชั่งน้ำหนักเรื่องการไม่มีใบอนุญาตและไม่มีความคุ้มครองตามกฎหมายไทยให้ดี ดูตัวเลือกที่มีใบอนุญาตที่หน้ารวมเว็บเทรดคริปโต และเทียบกับBingXที่จุดขายใกล้เคียงกัน
บทความนี้ให้ความรู้ ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน สินทรัพย์ดิจิทัลมีความเสี่ยงสูง ข้อมูลค่าธรรมเนียมและเงื่อนไข ณ กรกฎาคม 2026 อาจเปลี่ยนแปลงได้ โปรดตรวจสอบกับผู้ให้บริการโดยตรงก่อนตัดสินใจ