
ช็อค! สาวเผยเงินเก็บสามีเกือบ 17 ล้านบาทหายจาก Bitget Wallet ในพริบตา ทั้งที่มือถือยังอยู่กับตัว
ผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งซึ่งใช้ชื่อเล่นว่า "ตู" ออกมาเล่าผ่านคลิปวิดีโอที่แชร์ต่อโดยเพจ "ข้าวตูดูแลประกันคนไทย" ว่าเงินเก็บของสามีมูลค่าเกือบ 17 ล้านบาทหายไปจากกระเป๋าคริปโตทั้งหมดในพริบตาเดียว โดยเหตุการณ์นี้ยังเป็นเพียงคำบอกเล่าส่วนบุคคลที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ ยังไม่มีข้อสรุปอย่างเป็นทางการว่าสาเหตุเกิดจากอะไร
⏰ เหตุการณ์เกิดขึ้นอย่างไร
ตูเล่าว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2569 เวลา 17:21 น. โดยมีการแจ้งเตือนจากแอป Bitget Wallet (กระเป๋าเงินดิจิทัลบนมือถือของเว็บเทรด Bitget) ว่ามีการโอนเงินออกจากกระเป๋า และไม่ใช่การโอนออกเพียงบางส่วน แต่เป็นการโอนออกทั้งหมดเกือบ 17 ล้านบาทในคราวเดียว จุดที่เธอบอกว่าน่ากลัวที่สุดคือ ขณะที่เงินถูกโอนออก โทรศัพท์มือถือยังอยู่ติดตัวตลอดเวลา และจนถึงตอนนี้ยังไม่มีใครทราบแน่ชัดว่าผู้ก่อเหตุเข้าถึงกระเป๋าเงินได้อย่างไร
ตูระบุว่าเธอเดินทางกลับจากต่างจังหวัดถึงบ้านดึกในคืนนั้น และสามีเพิ่งมาบอกว่าเงินหายไปตั้งแต่เที่ยงคืน เธอลองย้อนดูภาพจากกล้องวงจรปิดว่ามีใครเข้าออกห้องบ้าง พบเพียงแม่บ้านประจำที่เข้ามาทำความสะอาดตามปกติเท่านั้น แต่เธอย้ำชัดเจนว่ายังไม่ได้กล่าวหาว่าเป็นฝีมือใคร เพราะยังไม่ทราบว่าต้นเหตุมาจากคน อุปกรณ์ หรือช่องทางใด
🚓 ขั้นตอนการแจ้งความที่ล่าช้า
ตามคำบอกเล่าของตู เธอรีบไปแจ้งความที่สถานีตำรวจใกล้บ้านทันที แต่ในตอนแรกได้เพียงการลงบันทึกประจำวันไว้ พร้อมได้รับคำแนะนำให้ไปติดต่อตำรวจไซเบอร์แทน ระหว่างนั้นเธอพยายามติดตามธุรกรรมบนบล็อกเชนด้วยตัวเองและเห็นว่าเงินถูกกระจายออกไปยังหลายบัญชีแล้ว จึงตัดสินใจไปแจ้งความกับตำรวจไซเบอร์ในวันถัดมา และสอบถามว่าสามารถตรวจสอบโทรศัพท์ได้หรือไม่ว่าถูกแฮกหรือเปล่า ซึ่งเจ้าหน้าที่แจ้งว่าการตรวจสอบเชิงลึกอาจใช้เวลานานถึง 1 ปี
เธอเล่าว่าได้ขอความช่วยเหลือจากบริษัทที่เกี่ยวข้องไปก่อนหน้านี้แล้ว แต่บางขั้นตอนต้องประสานผ่านเจ้าหน้าที่ตำรวจเท่านั้น สุดท้ายจึงติดต่อผู้ใหญ่ที่พอช่วยเร่งการประสานงานให้ได้ หลังเร่งดำเนินการประมาณ 1 ชั่วโมง ข้อมูลเบื้องต้นเริ่มทำให้สงสัยว่าอุปกรณ์อาจถูกแฮก แต่ยังไม่มีข้อสรุปว่าถูกเข้าถึงผ่านช่องทางใด
ตูยังเล่าเพิ่มเติมว่าโทรศัพท์เครื่องดังกล่าวเคยติดตั้งแอปพลิเคชันเกี่ยวกับการชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า (EV) และตั้งข้อสงสัยว่าอาจมีความเกี่ยวข้องกันหรือไม่ แต่ย้ำว่ายังไม่มีการยืนยันหรือฟันธงใดๆ ต้องรอผลการตรวจสอบอย่างเป็นทางการก่อน
💡 บทเรียนเรื่องการกระจายความเสี่ยง
ตูกล่าวว่าเงินก้อนนี้เป็นเงินที่สามีทำงานและเก็บสะสมมาหลายปีเพื่อสร้างครอบครัว การสูญเสียครั้งนี้จึงส่งผลกระทบต่อจิตใจอย่างหนัก แต่สิ่งหนึ่งที่ทำให้ครอบครัวของเธอยังพอตั้งหลักได้คือการที่ไม่ได้เก็บเงินทั้งหมดไว้ในบัญชีเดียว มีบางส่วนกระจายอยู่ในรูปแบบผลิตภัณฑ์ประกันด้วย ทำให้ยังมีเงินส่วนอื่นที่ไม่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์นี้
เธอฝากเตือนว่าอย่าเก็บเงินไว้ที่เดียว อย่าคิดว่าตัวเองรอบคอบมากพอแล้ว และข้อมูล Private Key หรือกุญแจส่วนตัวของกระเป๋าคริปโตต้องเก็บรักษาให้ปลอดภัยที่สุดเท่าที่จะทำได้ ปัจจุบันยังไม่มีข้อสรุปว่าเงินก้อนนี้จะได้รับคืนหรือไม่
📎 ข่าวที่เกี่ยวข้องจาก Bitcoinaddict.com ติดตามกรณีเตือนภัยคริปโตของคนไทยเพิ่มเติมได้จากที่เราเคยรายงานไว้
👉 นักเทรดชาวไทยคนหนึ่งเกือบเสียเงินมูลค่ากว่า 600,000 บาทจากการโจมตีแบบ Phishing
👉 ถอดบทเรียน 'อาม่าโดนเชิด 13 ล้าน' เมื่อระบบธนาคารล้มเหลว ปูทางสู่ทางรอดเดียวคือ Self-Custody
🔗 อ้างอิงต้นฉบับ: เพจเฟซบุ๊ก "ข้าวตูดูแลประกันคนไทย" (คลิปวิดีโอคำบอกเล่าส่วนบุคคล ยังไม่ได้รับการยืนยันจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง)
💬 ความเห็นบรรณาธิการ Bitcoinaddict
ขอย้ำว่าเนื้อหาข่าวนี้มาจากคำบอกเล่าของบุคคลในคลิปวิดีโอที่แชร์กันในโซเชียลมีเดียเท่านั้น ยังไม่มีการยืนยันจากตำรวจไซเบอร์ Bitget หรือหน่วยงานใดอย่างเป็นทางการ ยังไม่มีข้อสรุปว่าช่องโหว่เกิดจากตัวแอป อุปกรณ์ของผู้ใช้ หรือช่องทางอื่น จึงไม่ควรด่วนสรุปว่า Bitget Wallet มีความผิดพลาดหรือช่องโหว่ใดๆ เช่นเดียวกับข้อสงสัยเรื่องแอปชาร์จรถ EV ที่เป็นเพียงสมมติฐานของผู้เสียหายเองที่ยังไม่มีหลักฐานยืนยัน อย่างไรก็ตาม บทเรียนเรื่องการกระจายความเสี่ยงและการเก็บรักษา Private Key ให้ปลอดภัยเป็นข้อคิดที่นักลงทุนคริปโตทุกคนควรนำไปใช้จริง ไม่ว่าสาเหตุที่แท้จริงของเคสนี้จะเป็นอะไรก็ตาม
— รายงานโดยทีมข่าว Bitcoinaddict.com