
ผลสำรวจชี้ชาวอเมริกัน 77% มองคริปโตในแผนเกษียณเสี่ยงเกินไป สวนทางนโยบายทรัมป์
ผลสำรวจล่าสุดจาก National Institute on Retirement Security (NIRS) องค์กรวิจัยด้านความมั่นคงทางการเงินหลังเกษียณของสหรัฐฯ พบว่าชาวอเมริกันมากกว่า 3 ใน 4 มองว่าคริปโตเคอร์เรนซีในแผนเกษียณอายุของที่ทำงานเป็นการลงทุนที่มีความเสี่ยงสูง ท่ามกลางความกังวลเรื่องความมั่นคงหลังเกษียณที่เพิ่มขึ้นทั่วประเทศ ตามรายงานของ Cointelegraph เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2569
📊 ตัวเลขจากผลสำรวจ
ผลสำรวจพบว่า 77% ของชาวอเมริกันมองว่าคริปโตในแผนเกษียณของที่ทำงานมีความเสี่ยง โดย 46% มองว่า "เสี่ยงมาก" ขณะที่ 53% ไม่เห็นด้วยหากนายจ้างเปิดให้คริปโตเป็นหนึ่งในตัวเลือกลงทุน
ความกังวลนี้เกิดขึ้นพร้อมกับตัวเลขอื่นที่น่าเป็นห่วงเช่นกัน โดย 80% ของผู้ตอบแบบสอบถามเห็นว่าสหรัฐฯ กำลังเผชิญวิกฤตด้านการเกษียณอายุ เพิ่มขึ้นจาก 67% ในปี 2563 ขณะที่ 61% แสดงความกังวลว่าจะไม่สามารถมีความมั่นคงทางการเงินหลังเกษียณได้ ด้านแรงกดดันเรื่องค่าครองชีพก็ส่งผลต่อเงินออมเกษียณเช่นกัน โดย 68% ระบุว่าการเตรียมตัวเกษียณยากขึ้นเรื่อยๆ และ 77% บอกว่าภาระหนี้สินทำให้ออมเงินได้ไม่เพียงพอ
การสำรวจนี้จัดทำโดย Greenwald Research ระหว่างวันที่ 24 ตุลาคม ถึง 14 พฤศจิกายน 2568 จากกลุ่มตัวอย่างชาวอเมริกันอายุ 25 ปีขึ้นไปจำนวน 1,203 คน ถ่วงน้ำหนักผลลัพธ์ตามอายุ เพศ และรายได้
🏛️ นโยบายรัฐบาลกลับสวนทางความกังวลของประชาชน
แม้รายงานจะชี้ว่าชาวอเมริกันส่วนใหญ่มองคริปโตเป็นความเสี่ยงสำหรับการเกษียณ แต่รัฐบาลทรัมป์และหน่วยงานกำกับดูแลของรัฐบาลกลางกลับเดินหน้าขยายช่องทางให้เข้าถึงสินทรัพย์ทางเลือกในบัญชีเกษียณอายุมากขึ้น ดึงคริปโตและการลงทุนนอกกระแสหลักเข้าสู่วงถกเรื่องเงินออมเกษียณมากขึ้นเรื่อยๆ
กระทรวงแรงงานสหรัฐฯ ได้ยกเลิกแนวทางปฏิบัติเมื่อเดือนพฤษภาคม 2568 ที่เคยกระตุ้นให้ผู้ดูแลผลประโยชน์แผน 401(k) ใช้ "ความระมัดระวังอย่างยิ่ง" เมื่อพิจารณาการลงทุนในคริปโต โดยหันมาใช้แนวทางที่เป็นกลางแทน ไม่สนับสนุนและไม่กีดกันคริปโตในเมนูการลงทุนของแผนเกษียณ
ต่อมาวันที่ 7 สิงหาคม 2568 ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ลงนามคำสั่งบริหารมุ่งขยายการเข้าถึงสินทรัพย์ทางเลือกในแผนเกษียณแบบสมทบเงินกำหนด (Defined-Contribution) รวมถึงเครื่องมือการลงทุนที่ถือครองสินทรัพย์ดิจิทัล พร้อมสั่งการให้กระทรวงแรงงานและ SEC พิจารณาปรับกฎระเบียบเพื่ออำนวยความสะดวกการเข้าถึง ไม่กี่วันต่อมา กระทรวงแรงงานก็ยกเลิกแนวทางปี 2564 ที่เคยกีดกันผู้ดูแลผลประโยชน์ 401(k) จากการพิจารณาสินทรัพย์ทางเลือก โดยระบุว่าการตัดสินใจลงทุนควรประเมินภายใต้หลักการที่เป็นกลาง
ล่าสุดเมื่อเดือนมีนาคม 2569 กระทรวงแรงงานเสนอกฎเกณฑ์ระบุแนวทางที่ผู้ดูแลผลประโยชน์ 401(k) จะรวมสินทรัพย์ทางเลือกไว้ในรายการลงทุนได้ พร้อม Safe Harbor เพื่อลดความเสี่ยงถูกฟ้องร้อง แต่ยังคงกำหนดให้ต้องพิจารณาปัจจัยต่างๆ เช่น ค่าธรรมเนียม สภาพคล่อง การประเมินมูลค่า และผลตอบแทน
ข้อเสนอนี้เจอแรงต้านจากฝ่ายนิติบัญญัติเช่นกัน โดยวุฒิสมาชิก Bernie Sanders, Elizabeth Warren และผู้แทนราษฎร Bobby Scott เคยเรียกร้องให้กระทรวงแรงงานถอนข้อเสนอนี้เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา โดยอ้างความผันผวนของคริปโตและมาตรการคุ้มครองนักลงทุนที่ยังไม่เพียงพอ
📎 ข่าวที่เกี่ยวข้องจาก Bitcoinaddict.com ติดตามความเคลื่อนไหวเรื่องคริปโตในแผนเกษียณ 401K เพิ่มเติมได้จากที่เราเคยรายงานไว้
👉 SEC และรัฐบาลทรัมป์เล็งปลดล็อกนักลงทุนรายย่อยสู่ Private Equity และคริปโตในในแผนเกษียณ 401K
🔗 อ้างอิงต้นฉบับ: Cointelegraph
💬 ความเห็นบรรณาธิการ Bitcoinaddict
ผลสำรวจนี้สะท้อนช่องว่างที่น่าสนใจระหว่างนโยบายภาครัฐกับความรู้สึกของประชาชนทั่วไป ฝั่งหนึ่งรัฐบาลพยายามเปิดประตูให้คริปโตเข้าไปอยู่ในแผนเกษียณมากขึ้น แต่อีกฝั่งคนอเมริกันส่วนใหญ่กลับยังไม่พร้อมเอาเงินเกษียณของตัวเองไปเสี่ยงกับสินทรัพย์ที่ผันผวนสูงแบบนี้ ซึ่งเป็นความกังวลที่เข้าใจได้ เพราะเงินเกษียณต่างจากเงินลงทุนทั่วไปตรงที่พลาดแล้วไม่มีเวลาแก้ตัวมากพอ สำหรับนักลงทุนไทยที่ติดตามเทรนด์นี้ ก็เป็นข้อเตือนใจที่ดีว่าการจัดสัดส่วนคริปโตในพอร์ตเกษียณควรพิจารณาอย่างรอบคอบเป็นพิเศษ ไม่ควรทำตามกระแสนโยบายเพียงอย่างเดียว
— รายงานโดยทีมข่าว Bitcoinaddict.com