ผู้ร่วมก่อตั้ง Stacks เตือนควอนตัมกดเพดาน Bitcoin สถาบันอาจชะลอซื้อ ชี้ปี 2571 ต้องเห็นความคืบหน้า
28 October 2026•ข่าว•โดย Rawiwarn Owattasanee

ผู้ร่วมก่อตั้ง Stacks เตือนควอนตัมกดเพดาน Bitcoin สถาบันอาจชะลอซื้อ ชี้ปี 2571 ต้องเห็นความคืบหน้า

มูนีบ อาลี (Muneeb Ali) ผู้ร่วมก่อตั้ง Stacks เครือข่ายเลเยอร์ 2 (ชั้นเสริมที่สร้างบน Bitcoin) ที่ใช้ Bitcoin เป็นชั้นชำระธุรกรรม ระบุในรายการ Chain Reaction ของ Cointelegraph ว่าความกังวลเรื่องคอมพิวเตอร์ควอนตัมกำลังกดเพดานการเติบโตของ Bitcoin และอาจทำให้นักลงทุนสถาบันที่ไม่ชอบความเสี่ยงชะลอการซื้อก้อนใหญ่ จนกว่านักพัฒนาจะมีแผนอัปเกรดความปลอดภัยที่น่าเชื่อถือ Ali เตือนด้วยว่า Bitcoin อาจเข้าสู่ช่วงเสี่ยงกว่าเดิมถ้าไม่มีความคืบหน้าที่มีนัยสำคัญภายในปี 2571 (ค.ศ. 2028) ตามที่ Cointelegraph รายงานในบทความที่หน้าเว็บระบุวันที่ 28 ตุลาคม 2569 ทั้งหมดเป็นความเห็นของ Ali ไม่ใช่ข้อมูลที่ตรวจวัดได้จากตลาด

Ali พูดอะไร ตามที่ Cointelegraph สรุป

ตอนนี้มีเพดานต่อการเติบโตของ Bitcoin อยู่แล้ว เพราะความกลัวเรื่องควอนตัม

มูนีบ อาลี (Muneeb Ali) ผู้ร่วมก่อตั้ง Stacks

ประโยคข้างต้นเป็นคำพูดของ Ali ที่ Cointelegraph ยกมาจากการสัมภาษณ์ในรายการ Chain Reaction (ทีมข่าวแปลจากภาษาอังกฤษ) ประเด็นอื่นที่ Cointelegraph สรุปไว้มีดังนี้

  • Ali มองว่านักลงทุนสถาบันที่ไม่ชอบความเสี่ยงอาจรอ จนกว่านักพัฒนาจะวางเส้นทางสู่ความปลอดภัยแบบทนควอนตัมให้ชัด
  • การอัปเกรดแบบนี้ใช้เวลาหลายปี และผู้ใช้ต้องมีเวลาย้ายเหรียญไปที่อยู่ (address) แบบใหม่เพิ่มอีก
  • Ali ยอมรับว่าผู้สนับสนุน Bitcoin บางส่วนเห็นว่าภัยควอนตัมยังไกลตัวและถูกพูดเกินจริง แต่แย้งว่าการเถียงกันเรื่องความเร่งด่วนก็บั่นทอนความเชื่อมั่นของนักลงทุนได้เอง ถ้าไม่มีแผนที่น่าเชื่อถือ
  • ถ้าเกิดภัยกับ Bitcoin จริง Ali บอกว่าทั้งวงการคริปโตจะได้รับผลต่อเนื่อง แม้โครงการที่สร้างระบบป้องกันของตัวเองไว้แล้ว

ปี 2571, 2572 และ 2573 ในคำพูดของ Ali มาจากไหน

Cointelegraph รายงานว่า Ali ชี้ปี 2573 (ค.ศ. 2030) เป็นเป้าหมายการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบความปลอดภัยแบบทนควอนตัม โดยอ้างแนวทางของสถาบันมาตรฐานและเทคโนโลยีแห่งชาติสหรัฐฯ (NIST) และเสนอว่าความก้าวหน้าด้าน AI อาจเร่งการพัฒนาคอมพิวเตอร์ควอนตัมจนเลื่อนกรอบเวลามาเป็นปี 2572 (ค.ศ. 2029) ส่วนปี 2571 เป็นจุดที่ Ali ระบุว่าถ้ายังไม่คืบหน้าอย่างมีนัยสำคัญ ความเสี่ยงอาจสูงขึ้น

  • ทีมข่าวเปิดหน้าเอกสาร NIST IR 8547 "Transition to Post-Quantum Cryptography Standards" บนเว็บ NIST แล้ว หน้านั้นระบุว่าฉบับสุดท้ายลงวันที่ 27 ตุลาคม 2569 และฉบับร่างลงวันที่ 12 พฤศจิกายน 2567 ซึ่งหน้าเดียวกันอ้างถึงคำสั่งประธานาธิบดี Executive Order 14412 และบันทึก OMB M-26-15 ที่ให้หน่วยงานรัฐบาลกลางสหรัฐฯ ย้ายระบบที่อ่อนไหวที่สุดก่อน ตามบทคัดย่อ
  • หน้าเว็บ NIST ไม่ระบุปีกำหนดเลิกใช้อัลกอริทึมเดิม และไฟล์ PDF ฉบับเต็มอ่านข้อความไม่ได้ในเครื่องมือที่ทีมข่าวใช้ จึงยังไม่ยืนยันว่าปี 2573 ที่ Ali อ้างตรงกับเนื้อหาของฉบับสุดท้าย
  • เว็บไซต์ด้านความปลอดภัยที่ทีมข่าวพบจากผลค้นหา ซึ่งสรุปฉบับร่างปี 2567 ระบุว่าร่างเสนอให้เลิกแนะนำอัลกอริทึมระดับความปลอดภัย 112 บิตหลังปี 2573 และไม่อนุญาตอัลกอริทึมที่เสี่ยงต่อควอนตัมทั้งหมดหลังปี 2578 ทีมข่าวไม่ได้ตรวจเอกสารร่างเอง และไม่ทราบว่าฉบับสุดท้ายเปลี่ยนตัวเลขหรือไม่
  • บทความ Cointelegraph ไม่มีตัวเลขหรือรายชื่อสถาบันที่ชะลอซื้อ Bitcoin เพราะเรื่องควอนตัม ข้อความที่ว่าความกลัวควอนตัม "กดเพดาน" การเติบโตอยู่ในฐานะความเห็นของ Ali

ใครมีแรงจูงใจขโมย Bitcoin ด้วยควอนตัม ในมุมของ Ali

Ali ให้ความเห็นว่าคอมพิวเตอร์ควอนตัมที่แรงพอจะเกิดจากห้องวิจัยของบริษัทใหญ่มากกว่าผู้โจมตีนิรนาม และบริษัทอย่าง Google หรือ Microsoft แทบไม่มีแรงจูงใจใช้มันขโมย Bitcoin เพราะผลทางกฎหมาย ตามที่ Cointelegraph รายงาน ทีมข่าวไม่ได้ตรวจความเห็นข้อนี้ และ Cointelegraph ไม่ได้ให้ข้อมูลสนับสนุนเพิ่ม

ฝั่งนักพัฒนาและนักวิจัยทำอะไรอยู่ ตามที่เรารายงานไว้

Cointelegraph ยกงานของ StarkWare (บริษัทพัฒนาเทคโนโลยีบล็อกเชน) ที่รายงานเมื่อเดือนกันยายนว่าลดต้นทุนการประมวลผลที่ต้องใช้เตรียมธุรกรรม Bitcoin แบบทนควอนตัมที่ทดลองอยู่ลง 79% หลังการแข่งขันปรับปรุงประสิทธิภาพ 1 สัปดาห์ โดยไม่ต้องแก้กฎฉันทามติของ Bitcoin แต่ตัวเลขใหม่ได้จากการทดสอบเปรียบเทียบเท่านั้น StarkWare เรียกเทคโนโลยีนี้ว่าทางเลือกสุดท้าย และยังสนับสนุนการอัปเกรดระดับโปรโตคอลเป็นทางออกระยะยาว ตัวเลขต้นทุน (จากราว 320 ดอลลาร์เหลือไม่ถึง 67 ดอลลาร์ต่อธุรกรรม) เราเขียนไว้ใน ข่าว StarkWare ลดต้นทุนธุรกรรมต้านควอนตัม

  • ฝั่งวิจัย โครงการแข่งขัน ECDSA.Fail รายงานว่าลดทรัพยากรควอนตัมที่ต้องใช้โจมตีระบบเข้ารหัสของ Bitcoin และ Ethereum ลง 86.1% จากจุดเริ่มต้น แต่ข่าวของเราสรุปไว้ว่ายังไม่ใช่ภัยเร่งด่วน ดู ข่าวนักวิจัยหั่นต้นทุนโจมตีด้วยควอนตัม
  • Project Eleven (สตาร์ทอัพด้านความปลอดภัยหลังยุคควอนตัม) ประเมินว่า "Q-Day" อาจมาเร็วที่สุดปี 2573 ตามที่เรารายงานใน ข่าว Project Eleven ซึ่งเป็นบริษัทที่ทำธุรกิจด้านความปลอดภัยหลังยุคควอนตัม
  • Ethereum Foundation ตั้งเป้าให้เลเยอร์ 1 ทนควอนตัมภายในธันวาคม 2572 ตามที่เรารายงานใน ข่าวเป้าหมาย Ethereum ปี 2029
  • เจมสัน ล็อปป์ (Jameson Lopp) นักพัฒนา Bitcoin Core และผู้ร่วมก่อตั้ง Casa เคยระบุว่าการย้ายเงินไปสู่มาตรฐานทนควอนตัมอาจใช้เวลา 5 ถึง 10 ปี ตามที่เรารายงานไว้เมื่อธันวาคม 2568 ใน ข่าวอัปเกรด Bitcoin กันควอนตัม
  • ฝั่งที่มองว่ายังไม่เร่งด่วน หลัง Google Quantum AI รายงานเมื่อ 15 ตุลาคมว่าลดข้อผิดพลาดบนชิป Willow ได้ราว 40 เท่า นิก คาร์เตอร์ (Nic Carter) ผู้ร่วมก่อตั้ง Castle Island Ventures ให้ความเห็นว่าไม่มีภัยที่ใกล้เข้ามา ตามที่ The Block รายงานและเราสรุปไว้ใน ข่าว Google ลดข้อผิดพลาดควอนตัม

 

📎 ข่าวที่เกี่ยวข้องจาก Bitcoinaddict.com:

เรื่องภัยควอนตัมกับ Bitcoin ที่เราเคยรายงานไว้

👉 StarkWare ลดต้นทุนธุรกรรม Bitcoin ต้านควอนตัมลง 79% จาก 320 เหลือไม่ถึง 67 ดอลลาร์ แต่ยังเป็นแค่ผลทดสอบ

👉 Google ลดข้อผิดพลาดควอนตัม 40 เท่าบนชิป Willow ความเห็นในวงการคริปโตชี้ยังไม่ใช่ภัยเร่งด่วน

👉 กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ตั้ง Task Force รับมือ Quantum ดึงคริปโตเข้าวงถกครั้งแรก

🔗 อ้างอิงต้นฉบับ: Cointelegraph: Quantum fears already limiting Bitcoin's growth, Stacks founder says, NIST IR 8547 (ฉบับสุดท้าย), Cointelegraph: StarkWare

 

💬 ความเห็นบรรณาธิการ Bitcoinaddict

 

ข้อที่ตรวจได้ชัดคือ Ali พูดตามที่ Cointelegraph รายงานว่าความกังวลเรื่องควอนตัมเป็นเพดานการเติบโตของ Bitcoin และเสนอเส้นตายปี 2571 ส่วนที่ยังไม่ชัดคือมีสถาบันใดชะลอซื้อเพราะเรื่องนี้จริงหรือไม่ เพราะบทความไม่มีหลักฐานสนับสนุน และปี 2573 ที่อ้าง NIST ทีมข่าวยังตรวจกับเนื้อหาฉบับสุดท้ายไม่ได้ Ali เป็นผู้ร่วมก่อตั้งโครงการที่ใช้ Bitcoin เป็นชั้นชำระธุรกรรม ซึ่งผู้อ่านควรรู้ไว้ประกอบการอ่าน และทีมข่าวไม่ได้ชี้ว่าความเห็นนี้ผิดหรือถูก สำหรับผู้อ่านชาวไทยที่ถือ Bitcoin ทีมข่าวไม่พบรายงานในแหล่งที่ตรวจว่ามีการเจาะ Bitcoin ด้วยคอมพิวเตอร์ควอนตัมจริง และฝั่งที่มองว่ายังไม่เร่งด่วนกับฝั่งที่เร่งเตรียมตัวต่างก็มีนักวิจัยสนับสนุน ทีมข่าวไม่ฟันธงว่าภัยนี้จะมาถึงปีไหน สิ่งที่ต้องรอคือเนื้อหาของ NIST IR 8547 ฉบับสุดท้าย แผนอัปเกรดของนักพัฒนา Bitcoin และผลทดสอบที่ผ่านการตรวจสอบจากบุคคลอื่น

 

เนื้อหานี้เป็นข้อมูลข่าว ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน

 

— รายงานโดยทีมข่าว Bitcoinaddict.com