
OpenAI อ้าง AI หักล้างสมมติฐานเวลาเอ็กซ์โพเนนเชียล ผู้ตรวจสอบยังไม่รับรอง ยังไม่มีใครแสดงวิธีโจมตี Bitcoin
OpenAI ประกาศเมื่อ 26 ตุลาคม 2569 ว่าระบบ AI ของบริษัทพิสูจน์ได้ว่า "Exponential Time Hypothesis" หรือ ETH เป็นเท็จ และผลนี้ได้รับการตรวจในโปรแกรมพิสูจน์ Lean แล้ว (ETH ในข่าวนี้คือสมมติฐานทางคณิตศาสตร์ ไม่ใช่เหรียญ Ether) ETH เป็นสมมติฐานเก่าแก่ว่าการแก้ปัญหาตรรกะบางประเภทในกรณีที่ยากที่สุดต้องใช้เวลาเพิ่มแบบก้าวกระโดด และใช้อ้างอิงในงานวิจัยหลายร้อยชิ้น นักวิจัยที่ OpenAI เชิญมาตรวจสอบยังไม่รับรองข้ออ้างนี้ ส่วนคำถามว่ากระทบ Bitcoin หรือไม่ CryptoSlate วิเคราะห์เมื่อ 27 ตุลาคมว่าผลที่เปิดเผยไม่ได้แสดงวิธีโจมตีการขุดหรือลายเซ็นของ Bitcoin ทีมข่าวอ่านแถลงของ OpenAI บันทึกของ OpenAI บน GitHub จดหมายของผู้จัดการตรวจสอบ และโพสต์ของ ไรอัน วิลเลียมส์ (Ryan Williams) แล้ว แต่ไม่ได้อ่านหรือตรวจตัวพิสูจน์ฉบับเต็มเอง
OpenAI อ้างอะไร และตรวจไปถึงไหน
ตามแถลงของ OpenAI ระบบของบริษัทพบการพิสูจน์ที่หักล้าง ETH ด้วยภาษาธรรมชาติเมื่อ 16 ตุลาคม แล้วแปลงเป็นการพิสูจน์ใน Lean เมื่อ 17 ตุลาคม OpenAI เขียนว่าการหักล้าง ETH เปิดคำถามใหม่ว่างานเหล่านี้จะเร็วขึ้นได้อีกแค่ไหน และอาจช่วยชี้ทางหาอัลกอริทึมที่ดีขึ้น แต่การหาอัลกอริทึมที่ได้ประโยชน์ และการเปลี่ยนความก้าวหน้าเชิงทฤษฎีเป็นการปรับปรุงที่ใช้ได้จริง ต้องมีงานวิจัยอีกมาก
- ETH เป็นสมมติฐานเกี่ยวกับปัญหา Boolean satisfiability (SAT คือการหาค่าจริงหรือเท็จที่ทำให้ชุดเงื่อนไขตรรกะเป็นจริงทั้งหมด) ซึ่ง OpenAI ระบุว่าเกี่ยวข้องลึกกับปัญหา P ต่อ NP และคนในวงการเชื่อกันกว้างขวางมาก่อนว่า ETH เป็นจริง
- ต้นฉบับงานลงวันที่ 17 ตุลาคมและแก้ไข 25 ตุลาคม ตามที่ CryptoSlate รายงาน อ้างอัลกอริทึมแบบกำหนดแน่นอนที่นับจำนวนคำตอบของสูตรบูลีนที่ความกว้างคงที่ได้ในเวลาต่ำกว่าแบบเอ็กซ์โพเนนเชียล (subexponential) และใช้พื้นที่แบบพหุนาม
- บันทึกขอบเขตของ Lean บน GitHub ของ OpenAI ระบุว่า Lean ตรวจเครื่องแบบกำหนดแน่นอนที่นับคำตอบของสูตร k-CNF (k คงที่และไม่ต่ำกว่า 2) ที่เข้ารหัสแบบมาตรฐาน ขอบเขตเวลาที่ Lean ตรวจอ่อนกว่าของต้นฉบับ และหน้าบันทึกไม่ได้ระบุว่า Lean ตรวจข้อสรุปที่ว่า ETH เป็นเท็จโดยตรง ทีมข่าวอ่านเฉพาะหน้าบันทึก ไม่ได้อ่านไฟล์ Lean
- CryptoSlate ระบุว่าผลที่เปิดเผยไม่ได้แสดงอัลกอริทึมเวลาพหุนามและไม่ได้ตัดสินปัญหา P ต่อ NP และทีมงานตรวจเฉพาะหน้าแนะนำ 1 ถึง 8 ของต้นฉบับ ไม่ใช่ตัวพิสูจน์ทั้งหมด
- แถลงเดียวกันของ OpenAI ยังมีข้ออ้างอีก 2 ข้อ คือการพิสูจน์ข้อสันนิษฐาน local smoothing และ Kakeya ในทุกมิติ และการพิสูจน์การมีอยู่ของทฤษฎีสนามควอนตัมบางประเภท ข่าวนี้ไม่ได้ตรวจสองข้อนั้น
ผู้เชี่ยวชาญที่ได้รับเชิญ ยังไม่รับรองผล
OpenAI ระบุว่ากลุ่มตรวจสอบนำโดย รัสเซลล์ อิมพาเกลียซโซ (Russell Impagliazzo) และ รามาโมฮัน ปาตูริ (Ramamohan Paturi) จากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ซานดิเอโก ซึ่งร่วมเสนอ ETH ดั้งเดิม และ ไรอัน วิลเลียมส์ (Ryan Williams) จาก MIT ทั้งสามเขียนจดหมายถึงชุมชนวิทยาการคอมพิวเตอร์เชิงทฤษฎีที่ทีมข่าวอ่านแล้ว
การที่พวกเรามีส่วนร่วม ไม่ควรถูกตีความว่าเป็นการรับรองข้ออ้างนี้
- คำพูดข้างต้นเป็นการแปลจากภาษาอังกฤษของทีมข่าว จดหมายระบุด้วยว่าผลสำคัญเช่นนี้ต้องการ "การตรวจสอบอย่างอิสระและรอบคอบ" และขอให้ชุมชนช่วยจัดการตรวจ โดยไม่ให้ใครเป็นเจ้าของ รวมถึงผู้จัดเอง มีแผนจัดประชุมออนไลน์ก่อนสิ้นปี 2569
- OpenAI ระบุว่ายอมให้เปิดข้อมูลดิบทั้งหมดต่อสาธารณะ และจะสนับสนุนเงินจัดการประชุมเพื่อทำความเข้าใจผลกระทบ ผู้ร่วมกลุ่มทำงานอย่างอิสระ ไม่ต้องลงนามข้อตกลงรักษาความลับ และความเห็นของสมาชิกไม่ได้พูดแทน OpenAI
- Williams โพสต์บน X เมื่อ 27 ตุลาคมว่าโมเดลภายในของ OpenAI สร้าง "ข้อพิสูจน์ที่อ้างว่าหักล้าง ETH" และผู้จัดได้รับการขอให้ช่วยจัดการตรวจสอบแบบเปิดและอิสระ
กระทบ Bitcoin หรือไม่ ตามที่ CryptoSlate วิเคราะห์
CryptoSlate สรุปว่าการหักล้างสมมติฐานเรื่องกรณีที่ยากที่สุดของ SAT ไม่ได้แสดงเองว่ามีการโจมตี Bitcoin ได้จริง ทีมข่าวไม่ได้ตรวจการวิเคราะห์นี้เอง ประเด็นหลักที่ CryptoSlate ให้ไว้คือ
- การขุดคือการค้นหาแฮชของส่วนหัวบล็อกที่ต่ำกว่าเป้าหมาย ส่วนการอนุญาตให้ใช้เหรียญคือลายเซ็น ทั้งสองเป็นงานเข้ารหัสคนละอย่าง และความยากของการขุดปรับทุก 2,016 บล็อก ซึ่งเป็นกลไกแยกจากลายเซ็น
- จำนวนตัวแปรในปัญหา SAT เทียบกับความยาวบิตของกุญแจหรือแฮชโดยตรงไม่ได้
- การโจมตีจริงต้องมีวิธีเข้ารหัสปัญหาเป็น SAT ที่เป็นรูปธรรม การเขียนโปรแกรม และการเปรียบเทียบต้นทุนของงานเป้าหมาย การหักล้างข้อสันนิษฐานกรณีแย่ที่สุดของ SAT ไม่ได้บอกวิธีเอาชนะปัญหาลอการิทึมไม่ต่อเนื่องบนเส้นโค้งวงรี (ECDLP ที่ลายเซ็นของ Bitcoin อาศัย) หรือกลไกที่อิงฟังก์ชันแฮช
- ยังไม่มีเวลาโจมตี ขนาดการเข้ารหัส ผลทดสอบ หรือการตรวจสอบโดยผู้เชี่ยวชาญด้านการเข้ารหัสอิสระ
ในโพสต์ของ Williams เรื่องความปลอดภัยของระบบเข้ารหัส Williams เขียนว่าหนึ่งในสิ่งแรกที่อยากให้ OpenAI ตรวจ คือผลนี้ไม่กระทบระบบเข้ารหัสที่ใช้อยู่ และ "ดูเหมือนว่าปลอดภัย" ซึ่งเป็นการเล่าต่อ ไม่ใช่การตรวจสอบโดยผู้เชี่ยวชาญอิสระ ส่วนในโพสต์ตอบผู้ใช้ X รายหนึ่ง Williams ตอบว่ายังไม่ทราบ อาจเห็นความคืบหน้าจริงจังด้านการแก้ SAT ภาคปฏิบัติภายใน 12 เดือน หรืออาจไม่เห็นเลยก็ได้
บริบท: ข้อเรียกร้องของ Justin Drake เมื่อต้นเดือน
จัสติน เดรก (Justin Drake) นักวิจัยของ Ethereum Foundation เรียกร้องเมื่อ 7 ตุลาคมให้เตรียม "Bunker Mode" เพราะ AI อาจหาทางลัดแบบคลาสสิกกู้กุญแจส่วนตัวได้ ในกรณีเลวร้ายสุดอาจ "ในไม่กี่เดือน ไม่ใช่ไม่กี่ปี" ตามที่เรารายงานใน ข่าว Drake เรียกร้อง Bunker Mode ซึ่ง CryptoSlate ระบุว่าเป็นการคาดการณ์กรณีเลวร้ายสุด ไม่ใช่ความสามารถที่แสดงให้เห็นแล้ว CryptoSlate แยกข้ออ้างเรื่อง ETH ครั้งนี้ออกจากการถกเถียงนั้น ทีมข่าวไม่พบในแหล่งที่ตรวจว่ามีผู้ใดแสดงการโจมตีลายเซ็นของ Bitcoin ด้วย AI ได้จริง
- เป้าหมายต้านควอนตัมของ Ethereum คือปี 2572 ตามที่เรารายงานใน ข่าวเป้าหมาย Ethereum ปี 2029 ซึ่งเป็นเรื่องควอนตัม ไม่ใช่ข้ออ้างของ OpenAI ครั้งนี้
- โครงการ ECDSA.Fail ลดทรัพยากรควอนตัมที่ต้องใช้โจมตีลง 86.1% ตามที่เราเขียนใน ข่าวนักวิจัยหั่นต้นทุนโจมตีด้วยควอนตัม เป็นคนละเส้นทางกับข้ออ้างของ OpenAI
📎 ข่าวที่เกี่ยวข้องจาก Bitcoinaddict.com:
เรื่องภัยต่อระบบเข้ารหัสของ Bitcoin ที่เราเคยรายงานไว้
👉 จัสติน เดรก เรียกร้องวางแผน Bunker Mode หวั่น AI ทลาย ECDSA ใน "ไม่กี่เดือน" กรณีเลวร้ายสุด
👉 จับตา! นักวิจัยหั่นต้นทุนแฮ็ก Bitcoin-Ethereum ด้วยควอนตัมลง 86% แต่ยังไม่ใช่ภัยเร่งด่วน
👉 Ethereum ตั้งเป้าต้านทาน Quantum ให้ได้ภายในปี 2029 ชูเป็นภารกิจอันดับหนึ่ง
🔗 อ้างอิงต้นฉบับ: OpenAI: Working with academic communities to build scientific understanding (26 ต.ค. 2569), OpenAI บน GitHub: บันทึกขอบเขต Lean, จดหมายถึงชุมชน TCS เรื่อง ETH, Ryan Williams บน X, Ryan Williams บน X (ความปลอดภัยของระบบเข้ารหัส), CryptoSlate (27 ต.ค. 2569)
💬 ความเห็นบรรณาธิการ Bitcoinaddict
ข้อที่ตรวจได้ชัดคือ OpenAI อ้างว่าระบบของบริษัทหักล้าง ETH และผ่าน Lean ตามแถลง ขณะที่ผู้จัดการตรวจสอบบอกเองว่าการมีส่วนร่วมไม่ใช่การรับรอง ส่วนที่ยังไม่ชัดคือตัวพิสูจน์ถูกต้องหรือไม่ ขอบเขตเวลาที่ Lean ตรวจเทียบกับต้นฉบับ และผลต่อการเข้ารหัสจริง ซึ่งยังไม่มีใครแสดง สำหรับผู้อ่านชาวไทยที่ถือ Bitcoin ข้อมูลในแหล่งที่ตรวจไม่มีวิธีโจมตีที่เป็นรูปธรรม และคำว่า ETH ในข่าวนี้ไม่เกี่ยวกับราคาของ Ether ทีมข่าวไม่ชี้ว่า Bitcoin ปลอดภัยหรือเสี่ยง และไม่ได้ตรวจตัวพิสูจน์เอง สิ่งที่ต้องรอคือผลการตรวจสอบอิสระของนักวิจัย การประชุมออนไลน์ก่อนสิ้นปี และความเห็นของนักเข้ารหัสลับที่ตรวจเรื่องนี้โดยตรง
เนื้อหานี้เป็นข้อมูลข่าว ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน
— รายงานโดยทีมข่าว Bitcoinaddict.com