Google ลดข้อผิดพลาดควอนตัม 40 เท่าบนชิป Willow ความเห็นในวงการคริปโตชี้ยังไม่ใช่ภัยเร่งด่วน
17 October 2026•ข่าว•โดย Rawiwarn Owattasanee

Google ลดข้อผิดพลาดควอนตัม 40 เท่าบนชิป Willow ความเห็นในวงการคริปโตชี้ยังไม่ใช่ภัยเร่งด่วน

Google Quantum AI ประกาศเมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2569 ว่าสาธิต "magic state cultivation" บนโปรเซสเซอร์ควอนตัม Willow ได้จริง ลดข้อผิดพลาดราว 40 เท่าเมื่อเทียบกับสถานะที่ไม่ผ่านกระบวนการนี้ และได้ T-state (สถานะควอนตัมชนิดหนึ่งที่ใช้ทำการคำนวณขั้นสูง) ที่มีความแม่นยำเชิงตรรกะ 99.99% ซึ่ง Google เรียกว่าเป็นสถิติใหม่ ผลงานตีพิมพ์ในวารสาร Science ทีมข่าวอ่านบล็อกต้นฉบับของ Google เทียบกับรายงานของ The Block ที่รวมความเห็นผู้สังเกตการณ์ในวงการคริปโตด้วย

 

"ไม่มีภัยที่ใกล้เข้ามา แต่นี่เป็นเครื่องเตือนอีกครั้งว่า AI กำลังเร่งความก้าวหน้าอย่างมีนัยสำคัญ"

นิก คาร์เตอร์ (Nic Carter) ผู้ร่วมก่อตั้ง Castle Island Ventures ตามที่ The Block รายงาน วันที่ 16 ต.ค. 2569

 

"คอขวด" ที่ Google พูดถึงคืออะไร

คอมพิวเตอร์ควอนตัมจะรันโปรแกรมที่ใช้งานได้จริงต้องสร้าง "magic state" ซึ่งเป็นสถานะพิเศษที่ช่วยให้ทำการคำนวณนอกเหนือจากคอมพิวเตอร์ทั่วไป และต้องแก้ข้อผิดพลาดให้ได้ด้วย แต่การสร้าง magic state คุณภาพสูงสิ้นเปลืองทรัพยากรมาก Google ระบุว่ามีการประเมินว่าอาจต้องใช้ถึง 95% ของความจุทั้งหมดของเครื่อง และใช้แล้วใช้ซ้ำไม่ได้ ทำให้เหลือที่ว่างสำหรับการคำนวณจริงน้อย นักวิจัยพยายามลดต้นทุนนี้มาราว 20 ปี

วิธีของ Google และผลที่ได้

  • แนวคิด: นักวิจัย Google 3 คนคือ เครก กิดนีย์ (Craig Gidney), โนอาห์ ชัตตี (Noah Shutty) และ โคดี โจนส์ (Cody Jones) พัฒนา "cultivation" ในปี 2567 โดยทำหน้าที่เหมือนตัวกรอง ใส่สถานะที่มีสัญญาณรบกวนลงในพื้นที่เล็กบนชิป แล้ววัดตรวจข้อผิดพลาดต่อเนื่องเพื่อคัดความพยายามที่ผิดพลาดทิ้ง จนได้สถานะที่บริสุทธิ์
  • ผลบน Willow: ลดข้อผิดพลาดราว 40 เท่าเทียบกับสถานะที่ไม่ผ่านกระบวนการ และได้ T-state ความแม่นยำเชิงตรรกะ 99.99% ตามบล็อกของ Google
  • ขั้นต่อไปที่ทดสอบ: ทีมสลับโค้ดแก้ข้อผิดพลาดจากแบบ color code ระยะ 3 ไปเป็น surface code ระยะ 5 และพบว่าสถานะที่บริสุทธิ์ยังคงอยู่ได้ในฮาร์ดแวร์

ข้อจำกัดที่ Google ระบุเอง

Google ระบุว่ายังต้องสาธิตในระดับที่ใหญ่กว่านี้เพื่อให้ใช้งานจริงได้ และยังมีความท้าทายทางเทคนิคอีกมาก Google เรียกผลนี้ว่าเป็นการสาธิตแรกของวิธีแก้ปัญหาทรัพยากรที่หนักที่สุดอย่างหนึ่งของคอมพิวเตอร์ควอนตัม แต่บล็อกที่ทีมข่าวอ่านไม่ได้กล่าวถึงผลต่อการเข้ารหัสหรือคริปโต และไม่ได้พูดถึงบทบาทของ AI ในงานนี้

ผลต่อคริปโตตามผู้สังเกตการณ์

The Block อธิบายว่าในทางทฤษฎี คอมพิวเตอร์ควอนตัมที่ทรงพลังพอสามารถทำลายรูปแบบลายเซ็นดิจิทัลที่ใช้อนุมัติธุรกรรมคริปโต และระบบกุญแจสาธารณะของอินเทอร์เน็ตและระบบการเงินได้ ภาคคริปโตจึงพัฒนามาตรการต้านควอนตัม โดย Coinbase เผยแพร่ลำดับความสำคัญทางเทคนิคสำหรับการย้าย Bitcoin ไปใช้การเข้ารหัสต้านควอนตัมเมื่อต้นสัปดาห์นี้ และเรียกร้องให้ชุมชนเริ่มเตรียมตัวเพราะเป็นกระบวนการซับซ้อนหลายปี ตามที่ The Block รายงาน ส่วน Google เคยตั้งเป้าภายในย้ายไปใช้การเข้ารหัสต้านควอนตัมภายในปี 2572 และบางฝ่ายคาดว่า "Q-day" (วันที่คอมพิวเตอร์ควอนตัมเจาะระบบเข้ารหัสปัจจุบันได้) อาจมาเร็วสุดในปี 2571 ซึ่งเป็นการคาดการณ์ของบางฝ่าย ไม่ใช่ประมาณการของ Google

  • นิก คาร์เตอร์: ระบุว่ากรอบเวลาของคอมพิวเตอร์ควอนตัมโดยรวมกำลังสั้นลง และมองว่าการปรับปรุงที่ได้ AI ช่วยมีส่วนเร่ง แต่บอกว่าไม่มีภัยใกล้เข้ามา และยังมีความท้าทายด้านวิศวกรรมในการสร้างเครื่องขนาดใหญ่
  • อเล็กซ์ พรูเดน (Alex Pruden): ซีอีโอ Project Eleven บอกว่าผลนี้ไม่ได้ขยับกรอบเวลา Q-day เพราะเทคนิคนี้ถูกสมมติไว้แล้วในประมาณการทรัพยากรก่อนหน้า แต่ทำให้ประมาณการเหล่านั้นน่าเชื่อถือขึ้น และทำให้กรอบเวลา Q-day ปัจจุบันแน่นอนขึ้น

สิ่งที่ยังไม่ทราบ

  • Google ไม่ได้ประเมิน Q-day ใหม่: บล็อกต้นฉบับไม่มีตัวเลขเวลา หรือจำนวนคิวบิตที่ต้องใช้เพื่อเจาะลายเซ็นคริปโต
  • บทบาทของ AI: ความเห็นของคาร์เตอร์เรื่อง AI ช่วยแก้ข้อผิดพลาดเป็นของเขา ไม่ได้มาจากบล็อกของ Google ที่ทีมข่าวอ่าน
  • ระดับที่ใหญ่ขึ้น: Google ยังไม่แสดงว่าวิธีนี้ทำงานได้ในเครื่องขนาดที่ใช้งานจริง

 

📎 ข่าวที่เกี่ยวข้องจาก Bitcoinaddict.com:

เรื่องภัยควอนตัมกับคริปโตที่เราเคยรายงานไว้

👉 จับตา! นักวิจัยหั่นต้นทุนแฮ็ก Bitcoin-Ethereum ด้วยควอนตัมลง 86% แต่ยังไม่ใช่ภัยเร่งด่วน

👉 Ethereum ตั้งเป้าต้านทาน Quantum ให้ได้ภายในปี 2029 ชูเป็นภารกิจอันดับหนึ่ง

👉 StarkWare ขุดธุรกรรม Quantum-Safe Bitcoin แรกของโลกสำเร็จ จากไวท์เปเปอร์สู่ของจริง

🔗 อ้างอิงต้นฉบับ: บล็อก Google (15 ต.ค. 2569), The Block (16 ต.ค. 2569)

 

💬 ความเห็นบรรณาธิการ Bitcoinaddict

ข้อที่ยืนยันได้ตามบล็อกของ Google คือผลทดลองลดข้อผิดพลาด 40 เท่าและ T-state 99.99% บนชิป Willow ซึ่งแก้คอขวดเรื่องต้นทุนของ magic state ข้อที่ยังไม่มีคือหลักฐานว่าผลนี้ทำให้เจาะลายเซ็นของ Bitcoin หรือ Ethereum ได้เร็วขึ้นแค่ไหน เพราะ Google ไม่ได้พูดถึงเรื่องนี้ และผู้สังเกตการณ์สองรายที่ The Block อ้างก็บอกว่าไม่ใช่ภัยเร่งด่วนและไม่ได้ขยับกรอบเวลา สำหรับผู้ถือ Bitcoin ในไทย เรื่องนี้เป็นความเสี่ยงระยะยาวที่ภาคคริปโตกำลังเตรียมรับมือผ่านการย้ายไปใช้ลายเซ็นต้านควอนตัม ทีมข่าวไม่ได้ฟันธงกรอบเวลา และไม่ได้แนะนำให้ซื้อหรือขายจากข่าวนี้

 

เนื้อหานี้เป็นข้อมูลข่าว ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน

 

— รายงานโดยทีมข่าว Bitcoinaddict.com