S&P จับมือ Pantera เปิดดัชนีคริปโตใหม่ วัดจาก "รายได้โปรโตคอล" ไม่รวม Bitcoin
S&P Dow Jones Indices จับมือ Pantera Capital บริษัทลงทุนคริปโตชื่อดัง เปิดตัวดัชนีสินทรัพย์ดิจิทัลใหม่ที่วัดพื้นฐานของเครือข่ายบล็อกเชนโดยใช้ "รายได้โปรโตคอล" (protocol revenue — รายได้ที่เครือข่ายบล็อกเชนสร้างขึ้นจริงจากการใช้งาน เช่น ค่าธรรมเนียมธุรกรรม) แทนตัวชี้วัดแบบดั้งเดิมอย่างมูลค่าตามราคาตลาดหรือราคาโทเค็น ซึ่งส่งผลให้ Bitcoin (BTC) และ XRP ไม่ติดอยู่ในดัชนีนี้ แม้จะเป็นสินทรัพย์ดิจิทัลที่มีมูลค่าตลาดใหญ่ที่สุดในโลกก็ตาม
📊 วัดจาก "รายได้โปรโตคอล" ไม่ใช่มูลค่าตลาด
ดัชนีนี้คัดเลือกส่วนประกอบจากดัชนี S&P Cryptocurrency Broad Digital Asset Index ที่มีอยู่เดิม โดยสินทรัพย์ที่จะเข้าเกณฑ์ต้องมีรายได้จากโปรโตคอล มูลค่าตามราคาตลาด และสภาพคล่องเพียงพอ จากนั้นจึงจัดอันดับตามรายได้โปรโตคอลรวมในช่วง 2 ไตรมาสที่ผ่านมา ส่วนการถ่วงน้ำหนักใช้มูลค่าตามราคาตลาดที่ปรับแล้ว โดยจำกัดสัดส่วนถือครองสูงสุดของสินทรัพย์ตัวใดตัวหนึ่งไว้ที่ 35% และส่วนประกอบอื่นโดยทั่วไปจำกัดไว้ที่ 20% พร้อมปรับสมดุลพอร์ต (rebalance) ทุกไตรมาส
🪙 5 อันดับแรก และทำไม Bitcoin ถึงตกดัชนี
ดัชนีเปิดตัวด้วยสินทรัพย์ทั้งหมด 18 รายการ โดย 5 อันดับแรกที่มีสัดส่วนใหญ่สุด ได้แก่ Ether (ETH), BNB (BNB), Solana (SOL), TRON (TRX) และ Hyperliquid (HYPE) ขณะที่ Bitcoin และ XRP ถูกจัดว่าเป็นสินทรัพย์ที่ใหญ่ที่สุดที่ "ไม่เข้าเกณฑ์" ของดัชนีนี้ เนื่องจากวิธีคัดเลือกที่เน้นรายได้จากโปรโตคอลเป็นหลัก ซึ่ง Bitcoin ในฐานะเครือข่ายที่เน้นการเก็บรักษามูลค่า (store of value) ไม่ได้สร้างรายได้ระดับโปรโตคอลในลักษณะเดียวกับเครือข่ายที่รองรับสัญญาอัจฉริยะหรือ DeFi
🎯 เป้าหมาย: นักลงทุนสถาบัน
ดัชนีนี้ออกแบบมาเพื่อรองรับการจัดสรรเงินลงทุนของสถาบัน (institutional allocation) โดยอาจถูกนำไปใช้เป็นฐานสำหรับผลิตภัณฑ์การลงทุนใหม่ๆ หรือใช้เป็นดัชนีอ้างอิง (benchmark) สำหรับพอร์ตสินทรัพย์ดิจิทัลที่มีการบริหารจัดการเชิงรุก
📈 บริบท: กระแสดัชนีคริปโตปี 2026
การเปิดตัวดัชนีนี้เกิดขึ้นท่ามกลางกระแสที่สถาบันการเงินดั้งเดิมขยายเข้าสู่ตลาดคริปโตต่อเนื่อง โดยก่อนหน้านี้มีผลิตภัณฑ์ลักษณะคล้ายกันเปิดตัวมาแล้ว เช่น Hashdex Nasdaq Crypto Index US ETF (กุมภาพันธ์ 2025), Franklin Crypto Index ETF (กุมภาพันธ์ 2025) และ Coinbase Store of Value Index (เมษายน 2026) สะท้อนว่ากองทุนดัชนีคริปโต (crypto index fund) กำลังกลายเป็นสนามแข่งขันสำคัญของฝั่งสถาบันการเงินในปีนี้
📎 ข่าวที่เกี่ยวข้องจาก Bitcoinaddict.com: S&P เคลื่อนไหวในตลาดคริปโตต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมา
👉 ประวัติศาสตร์หน้าใหม่! S&P 500 ลุย Hyperliquid เปิดเทรด Perpetual Futures บนบล็อกเชนอย่างเป็นทางการ
👉 S&P หั่นเรตติ้งเสถียรภาพ USDT สู่ระดับต่ำสุด ชี้เสี่ยงจาก Bitcoin–ทองคำในทุนสำรอง
🔗 อ้างอิงต้นฉบับ: Cointelegraph (เขียนโดย Nate Kostar, บรรณาธิการ Sam Bourgi) / cointelegraph.com / ภาพ coinpedia.org
💬 ความเห็นบรรณาธิการ Bitcoinaddict จุดที่น่าสนใจที่สุดของดัชนีนี้คือการที่ Bitcoin สินทรัพย์ดิจิทัลมูลค่าตลาดใหญ่ที่สุดในโลกกลับไม่ติดอยู่ในลิสต์ สะท้อนมุมมองที่ว่าสถาบันการเงินเริ่มแยกแยะคริปโตออกเป็นหลายกลุ่มตามลักษณะการใช้งานจริง มากกว่าจะมองเป็นก้อนเดียวกันทั้งหมด สำหรับนักลงทุนไทยที่ติดตามผลิตภัณฑ์การลงทุนสถาบันจากต่างประเทศ ดัชนีลักษณะนี้อาจกลายเป็นต้นแบบของกองทุนหรือ ETF ที่จะเข้ามาในภูมิภาคเอเชียตามมาในอนาคต จึงควรทำความเข้าใจเกณฑ์การคัดเลือกไว้ล่วงหน้า
Tags / คีย์เวิร์ด SEO: S&P Dow Jones Indices, Pantera Capital, Blockchain Fundamentals Index, Bitcoin, Protocol Revenue, ดัชนีคริปโต, นักลงทุนสถาบัน, Hyperliquid
⚠️ คำเตือนความเสี่ยงด้านการลงทุน: เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลข่าวสารเท่านั้น มิได้เป็นคำแนะนำในการลงทุนแต่อย่างใด การลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลมีความเสี่ยงสูง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลและประเมินความเสี่ยงอย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจลงทุนทุกครั้ง
— รายงานโดยทีมข่าว Bitcoinaddict.com