S&P หั่นเรตติ้งเสถียรภาพ USDT สู่ระดับต่ำสุด ชี้เสี่ยงจาก Bitcoin–ทองคำในทุนสำรอง
S&P Global Ratings เปิดรายงานชี้ว่า Stablecoin อันดับ 1 ของโลกอย่าง Tether USDt ถูกปรับลดอันดับเสถียรภาพของการตรึงมูลค่า (Peg) ลงสู่ระดับต่ำที่สุดในมาตรฐานของ S&P หลังพบว่าทุนสำรองมี “สินทรัพย์เสี่ยงสูง” มากกว่าที่เคยเปิดเผย เช่น Bitcoin, ทองคำ, สินเชื่อ และตราสารเอกชน ซึ่งมีความผันผวนสูงกว่าพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ
ทำไม S&P ลดคะแนน USDT?
S&P ระบุว่า Bitcoin ทำสัดส่วน 5.6% ของทุนสำรองทั้งหมด ซึ่ง “สูงกว่า” ระดับส่วนเผื่อการค้ำประกัน (Overcollateralization) ที่ควรเป็นเพียง 3.9% หากราคา Bitcoin หรือสินทรัพย์เสี่ยงเหล่านี้ปรับตัวลดลง อาจส่งผลให้ทุนสำรองของ USDT ไม่เพียงพอสำหรับการรักษาเพกดอลลาร์ได้

อีกสาเหตุสำคัญคือ ไม่มีการตรวจสอบงบการเงินระดับเต็มรูปแบบ (Audit) และไม่มี Proof-of-Reserve ที่ได้มาตรฐานสากล ทำให้ความโปร่งใสถูกตั้งคำถาม
แม้จะถูกจัดอยู่ในระดับ “อ่อนแอ (Weak)” แต่ S&P ยังย้ำว่า กว่า 75% ของทุนสำรอง USDT มาจากตราสารความเสี่ยงต่ำ เช่น พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ
Tether ตอบโต้ทันที: “รายงานนี้ทำให้เข้าใจผิด”
Tether ไม่เห็นด้วยกับเรตติ้งดังกล่าว โดยระบุว่ารายงานของ S&P “เลือกข้อมูลบางส่วนมานำเสนอ” และ “มองข้ามความแข็งแกร่งของ USDT” ซึ่งเติบโตจนเป็นโครงสร้างสำคัญของตลาดเงินดิจิทัลทั่วโลก
Paolo Ardoino ซีอีโอของ Tether ยังโจมตีความล้มเหลวของโมเดลเรตติ้งยุคเก่า
“บริษัทที่เคยได้เรตติ้งดีจากสถาบันเหล่านี้ ยังเคยล้มละลายมาแล้วในประวัติศาสตร์” เขากล่าว

Tether กำลังกลายเป็น ‘ธนาคารกลาง’ หรือไม่?
ข้อมูลล่าสุดเผยว่า:
Tether กลายเป็น ผู้ถือพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ รายใหญ่อันดับ 17 ของโลก ถือกว่า $112,000 ล้าน มากกว่าหลายประเทศเช่น ซาอุฯ และเยอรมนี
มี ทองคำสำรองกว่า 116 ตัน
ถูกมองว่ากำลังทำหน้าที่คล้าย “ธนาคารกลางขนาดย่อม” ผ่านการออก–รับซื้อคืน stablecoin
ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นในปีที่กฎระเบียบ Stablecoin ในสหรัฐฯ เดินหน้าเร็ว โดยเฉพาะหลังผ่าน GENIUS Act และรัฐบาล Donald Trump ผลักดันให้สหรัฐฯ ครองความเป็นผู้นำของดอลลาร์ดิจิทัล
อ้างอิง : cointelegraph.com
ภาพ coinex.network