Galaxy Digital ทุ่ม 5 ล้านดอลลาร์ เร่งเตรียม Bitcoin รับมือภัยควอนตัมก่อนสายเกินไป
Galaxy Digital บริษัทการลงทุนด้านสินทรัพย์ดิจิทัล ประกาศเมื่อวันที่ 21 กรกฎาคมที่ผ่านมา ทุ่มทุนสูงสุด 5 ล้านดอลลาร์ เพื่อสนับสนุนทุนวิจัย (grants) งานวิจัย และจัดตั้งสภาที่ปรึกษา (advisory council) ด้านความพร้อมรับมือภัยคุกคามจากคอมพิวเตอร์ควอนตัมของเครือข่าย Bitcoin โดยระบุชัดว่าคอมพิวเตอร์ควอนตัมในปัจจุบัน "ยังไม่สามารถเจาะระบบความปลอดภัยลายเซ็นของ Bitcoin ได้" แต่จำเป็นต้องเตรียมการล่วงหน้าก่อนเทคโนโลยีนี้พัฒนาไปถึงจุดที่เป็นภัยจริง
💰 เงิน 5 ล้านดอลลาร์ ใช้ทำอะไรบ้าง
ตามที่ Galaxy Digital ระบุ เงินทุนนี้จะถูกใช้ใน 4 ด้านหลัก ได้แก่ การทบทวนข้อเสนอออกแบบธุรกรรมที่ทนทานต่อควอนตัม การผลักดันการนำลายเซ็นแบบ post-quantum (ลายเซ็นดิจิทัลรุ่นใหม่ที่ออกแบบให้ทนทานต่อการถอดรหัสด้วยคอมพิวเตอร์ควอนตัม) มาใช้งานจริง การตรวจสอบความปลอดภัยอย่างเป็นทางการ (formal security audit) และการพัฒนาเครื่องมืออัปเกรดสำหรับซอฟต์แวร์และสถาบันที่เกี่ยวข้อง
⚛️ ภัยควอนตัมต่อ Bitcoin คืออะไรกันแน่
ความเสี่ยงจากคอมพิวเตอร์ควอนตัมต่อ Bitcoin แบ่งเป็น 2 ลักษณะ ลักษณะแรกคือความเสี่ยงระยะยาว หากคอมพิวเตอร์ควอนตัมมีพลังประมวลผลมากพอ จะสามารถใช้อัลกอริทึมของ Shor (Shor's algorithm — วิธีคำนวณที่คอมพิวเตอร์ควอนตัมใช้ถอดรหัสกุญแจส่วนตัวจากกุญแจสาธารณะที่เปิดเผยอยู่) เพื่อคำนวณย้อนกลับหากุญแจส่วนตัวจากกุญแจสาธารณะแบบ elliptic-curve ที่เปิดเผยอยู่ แล้วปลอมลายเซ็นเพื่อทำธุรกรรมแทนเจ้าของจริงได้
ลักษณะที่สองคือความเสี่ยงระยะสั้นกว่า เกิดขึ้นในช่วงที่กุญแจสาธารณะถูกเปิดเผยระหว่างรอการยืนยันธุรกรรมใน mempool (พื้นที่พักธุรกรรมที่ยังไม่ถูกบันทึกลงบล็อก) ซึ่งเปิดช่องให้เกิดการโจมตีที่รวดเร็วกว่าลักษณะแรก
🛠️ ทางแก้ที่กำลังพัฒนา: BIP 360 และ BIP 361
ปัจจุบันมีข้อเสนอปรับปรุง Bitcoin (BIP — Bitcoin Improvement Proposal) 2 ฉบับที่เกี่ยวข้องโดยตรง ได้แก่ BIP 360 ซึ่งเสนอรูปแบบธุรกรรม Pay-to-Merkle-Root (P2MR) เพื่อลดการเปิดเผยกุญแจสาธารณะผ่าน key path ของ Taproot ในระยะยาว และ BIP 361 ซึ่งเป็นร่างแผนเปลี่ยนผ่านระยะเวลา 5 ปี แบ่งเป็น 2 ระยะ
⏳ ไทม์ไลน์และความท้าทายด้านการประสานงาน
บทความต้นฉบับไม่ได้ระบุกำหนดเวลาที่แน่ชัดว่าภัยควอนตัมจะมาถึงเมื่อใด แต่อ้างอิงว่าองค์กรมาตรฐาน NIST ของสหรัฐฯ ได้เผยแพร่มาตรฐาน post-quantum cryptography 3 ฉบับไปแล้วตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2024 (2 ฉบับในนั้นเกี่ยวกับลายเซ็นดิจิทัล) ขณะที่คำสั่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ฉบับที่ 14412 กำหนดให้หน่วยงานรัฐบาลกลางต้องเปลี่ยนไปใช้ลายเซ็นแบบ post-quantum ให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2031
ทั้งนี้ Bitcoin เองยังต้องผ่านกระบวนการออกแบบลายเซ็นใหม่ที่ผ่านการตรวจสอบอย่างละเอียดถี่ถ้วน และต้องได้รับความเห็นพ้องกว้างขวางจากชุมชน ซึ่งอาจใช้เวลาหลายปีกว่าจะออกแบบ ทดสอบ และนำไปใช้งานจริงได้ โดยความท้าทายหลักไม่ได้อยู่ที่เทคนิคเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่การประสานงานระหว่างนักพัฒนา นักขุด ผู้ดูแลโหนด กระเป๋าเงิน ตลาดซื้อขาย ผู้ให้บริการดูแลสินทรัพย์ (custodian) และผู้ใช้งานทั่วไป ให้ยอมรับและปรับใช้การอัปเกรดพร้อมกัน เงินทุนสนับสนุนอาจช่วยเร่งกระบวนการวิจัยและพัฒนาให้เร็วขึ้นได้ แต่โครงสร้างการกำกับดูแลแบบกระจายอำนาจของ Bitcoin ก็ยังเป็นปัจจัยที่ทำให้การอัปเกรดใช้เวลานาน
📎 ข่าวที่เกี่ยวข้องจาก Bitcoinaddict.com: ประเด็นภัยควอนตัมต่อ Bitcoin เคยถูก Galaxy Digital พูดถึงมาก่อนแล้ว
👉 ควอนตัมทำลาย Bitcoin ได้จริง? Galaxy Digital ชี้ความเสี่ยงมีอยู่จริง แต่ไม่ใช่ทุกกระเป๋าที่จะโดนแฮ็ก!
👉 ทรัมป์ลงนามคำสั่งประธานาธิบดี ขีดเส้นตายปี 2031 บังคับอเมริกาอัปเกรดระบบ “ต้านควอนตัม”
🔗 อ้างอิงต้นฉบับ: CryptoSlate (เขียนโดย Liam "Akiba" Wright บรรณาธิการบริหาร) / cryptoslate.com / ภาพ assetmarketcap.com
💬 ความเห็นบรรณาธิการ Bitcoinaddict การที่ Galaxy Digital ทุ่มเงินสนับสนุนงานวิจัยด้านนี้ล่วงหน้า สะท้อนว่าฝั่งสถาบันเริ่มมองความเสี่ยงควอนตัมอย่างจริงจังมากขึ้น แม้ยังไม่ใช่ภัยเฉพาะหน้า นักลงทุนไทยที่ถือ Bitcoin ระยะยาวไม่จำเป็นต้องตื่นตระหนก เพราะกระบวนการอัปเกรดยังต้องใช้เวลาหลายปีและต้องผ่านความเห็นพ้องของชุมชนก่อน แต่ประเด็นนี้ก็เป็นสิ่งที่ควรติดตามต่อเนื่อง โดยเฉพาะฝั่งที่เก็บ Bitcoin ในกระเป๋าที่เปิดเผยกุญแจสาธารณะแล้ว (เช่นเคยใช้จ่ายออกจากที่อยู่นั้นมาก่อน) ซึ่งจะมีความเสี่ยงมากกว่ากระเป๋าที่ยังไม่เคยใช้งาน
Tags / คีย์เวิร์ด SEO: Galaxy Digital, Bitcoin, Quantum Computing, ภัยควอนตัม, BIP 360, Post-quantum Cryptography, Shor's Algorithm, ความปลอดภัย Bitcoin
⚠️ คำเตือนความเสี่ยงด้านการลงทุน: เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลข่าวสารเท่านั้น มิได้เป็นคำแนะนำในการลงทุนแต่อย่างใด การลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลมีความเสี่ยงสูง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลและประเมินความเสี่ยงอย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจลงทุนทุกครั้ง
— รายงานโดยทีมข่าว Bitcoinaddict.com