Bitcoin Addict - ข่าวสารและบทความคริปโต

ไมเคิล เซย์เลอร์–อดัม แบ็ก ผนึกกำลังค้าน BIP-110 ข้อเสนอ Fork สกัด Ordinals บน Bitcoin
13 July 2026ข่าวคริปโตโดย Rawiwarn Owattasanee

ไมเคิล เซย์เลอร์–อดัม แบ็ก ผนึกกำลังค้าน BIP-110 ข้อเสนอ Fork สกัด Ordinals บน Bitcoin

ไมเคิล เซย์เลอร์ (Michael Saylor) ประธานบริหารของ Strategy และ อดัม แบ็ก (Adam Back) ซีอีโอ Blockstream ออกมายืนยันจุดยืนคัดค้าน BIP-110 ข้อเสนอ Fork ชั่วคราวที่ต้องการจำกัดการบันทึกข้อมูลที่ไม่เกี่ยวกับการเงิน (เช่น Ordinals) ลงบนเครือข่าย Bitcoin โดยทั้งคู่มองว่าแม้จะไม่ชอบกิจกรรม Ordinals แต่การแก้ด้วยการ Fork อาจสร้างความเสียหายมากกว่าผลดี พูดง่ายๆ ก็คือ "ยาแรงกว่าโรค" นั่นเอง

 

🔥 สองผู้ทรงอิทธิพลรวมพลังค้าน BIP-110

 

ประเด็นร้อนในชุมชนนักพัฒนา Bitcoin กลับมาปะทุอีกครั้ง เมื่อ ไมเคิล เซย์เลอร์ แห่ง Strategy (บริษัทที่ถือครอง Bitcoin มากที่สุดในโลกระดับองค์กร เดิมชื่อ MicroStrategy) และ อดัม แบ็ก แห่ง Blockstream (บริษัทพัฒนาเทคโนโลยี Bitcoin ชั้นนำ) ตอกย้ำการคัดค้าน BIP-110 (Bitcoin Improvement Proposal ฉบับที่ 110 — เอกสารข้อเสนอปรับปรุงโปรโตคอลของ Bitcoin)

 

SCREEN~1.JPE
ที่มา: ไมเคิล เซย์เลอร์

 

เซย์เลอร์โพสต์บน X ว่า "มี 110 สิ่งที่อันตรายต่อ Bitcoin มากกว่าสแปม" พร้อมเตือนว่า BIP-110 อาจทำให้ธุรกรรมปกติบนเครือข่ายกลายเป็นโมฆะได้ ขณะที่ทั้งคู่ยอมรับว่าไม่ได้ชื่นชอบกิจกรรม Ordinals แต่กังวลว่าการ Fork (การแยกกฎของเครือข่ายออกจากเดิม) อาจบั่นทอนความน่าเชื่อถือของ Bitcoin ในระยะยาว

 

⚙️ BIP-110 คืออะไร และทำไมถึงเป็นที่ถกเถียง

 

BIP-110 ถูกเสนอเมื่อ เดือนธันวาคม พ.ศ. 2568 เพื่อหยุดการบันทึกข้อมูลลักษณะคล้าย NFT อย่าง Ordinals (เทคโนโลยีที่ช่วยให้บันทึกรูปภาพหรือข้อความลงบน Satoshi ซึ่งเป็นหน่วยย่อยที่เล็กที่สุดของ Bitcoin) และข้อมูลอื่นๆ ที่ถูกมองว่าเป็น "สแปม" เพื่อรักษาบทบาทหลักของ Bitcoin ในฐานะ "เงินสดดิจิทัลแบบ peer-to-peer"

 

ข้อเสนอนี้ริเริ่มโดยนักพัฒนานิรนามในนาม ดาธอน โอห์ม (Dathon Ohm) โดยได้รับการสนับสนุนจาก ลุค แดชเจอร์ (Luke Dashjr) นักพัฒนา Bitcoin ชื่อดังและผู้ก่อตั้งพูลขุด Ocean (หมายเหตุบรรณาธิการ: ต้นฉบับระบุว่าเป็น "ผู้ก่อตั้ง Ocean" ซึ่งหมายถึงพูลขุด Bitcoin ไม่ใช่โปรเจกต์ DeFi ชื่อคล้ายกัน จึงขอระบุให้ชัดเพื่อป้องกันความสับสน)

 

ฝั่งของ อดัม แบ็ก วิจารณ์หนักกว่านั้น โดยเรียก BIP-110 ว่าเป็น "ภารกิจไล่ควบคุมคนอื่น" และมองว่าการกระจายศูนย์ (Decentralization) ของ Bitcoin ควรหมายความว่า "คุณไม่สามารถบังคับมุมมองของตัวเองใส่ผู้อื่นได้" ซึ่งขัดกับจิตวิญญาณแบบ cypherpunk (แนวคิดที่เน้นเงินที่ไร้การเซ็นเซอร์และไม่ต้องขออนุญาต) ของ Bitcoin

 

📉 โอกาสผ่านริบหรี่ — นักขุดหนุนแค่ราว 1%

 

BIP-110 จะไม่ถูกเปิดใช้งาน เว้นแต่จะมีบล็อกจากโหนดที่ตรวจสอบสูงถึง 55% สนับสนุนภายในช่วงเวลาหนึ่ง (block period) แต่ในรอบล่าสุด (period ที่ 475 ระหว่างบล็อก 955,584 ถึง 957,599) กลับมีบล็อกสนับสนุนเพียงราว 1% เท่านั้น ซึ่งห่างจากเกณฑ์ลิบลับ

 

ที่น่าสนใจคือ ข้อถกเถียงนี้เกิดขึ้นในจังหวะที่กิจกรรม Ordinals อยู่ในระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ โดยตลอดเดือนที่ผ่านมามีการ inscribe น้อยกว่า 10,000 รายการต่อวัน ลดลงจากจุดพีคกว่า 400,000 รายการต่อวัน ในช่วง สิงหาคม พ.ศ. 2566 อย่างมหาศาล จึงมีคำถามว่าการแก้ด้วยวิธีสุดโต่งยังจำเป็นอยู่หรือไม่

 

ทั้งนี้ ข้อพิพาท BIP-110 ถือเป็นหนึ่งในความขัดแย้งระดับโปรโตคอลที่โดดเด่นที่สุดนับตั้งแต่ยุค Blocksize Wars (สงครามขนาดบล็อก) ในช่วง พ.ศ. 2558–2560 ที่ชุมชนเคยถกเถียงว่าคุ้มหรือไม่ที่จะเสี่ยงเกิด chain split (การแยกสายเชนถาวร) เพื่อขยายขนาดบล็อก

 

🗣️ ฝั่งสนับสนุนโต้กลับ

 

ด้าน แดชเจอร์ และผู้สนับสนุน BIP-110 โต้แย้งว่าปัญหาข้อมูลบวมจาก Ordinals เป็น "ภัยคุกคามร้ายแรง" ต่อเครือข่าย และจำเป็นต้องแก้โดยด่วน พวกเขายังยืนยันว่า BIP-110 จะไม่ก่อให้เกิด chain split อย่างที่หลายฝ่ายหวั่นเกรง พร้อมชี้ว่าการจำกัดนี้เป็นเพียงมาตรการชั่วคราวระยะเวลา 1 ปี จึงไม่ทำให้ธุรกรรมที่จ่ายค่าธรรมเนียมกลายเป็นโมฆะในระยะยาว

 

📎 ข่าวที่เกี่ยวข้องจาก Bitcoinaddict.com: เหตุการณ์นี้สืบเนื่องจากบรรยากาศการถกเถียงระดับโปรโตคอลที่เราเคยรายงานไว้ก่อนหน้านี้
👉 Grayscale เตือน! — ภัยควอนตัมคือ "บททดสอบสังคม" ของชาว Bitcoin
👉 Adam Back ย้ำ Bitcoin ต้องเริ่มเตรียมระบบต้านควอนตัมวันนี้ แม้ภัยคุกคามยังอยู่ในห้องแล็บ
🔗 อ้างอิงต้นฉบับ: Cointelegraph (มีการรายงานสอดคล้องกันจาก CoinDesk และสำนักข่าวคริปโตอื่นๆ) / ภาพ rigmineria.com

 

💬 ความเห็นบรรณาธิการ Bitcoinaddict ดราม่า BIP-110 สะท้อนกลไกการกำกับดูแลของ Bitcoin ได้ชัดเจนว่า "การเปลี่ยนกฎ" ไม่ใช่เรื่องที่ใครจะทำได้ตามใจ แม้จะเป็นบุคคลที่มีอิทธิพลก็ตาม การที่ทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายหนุนต่างยกหลักการกระจายศูนย์มาอ้าง คือหลักฐานว่าชุมชนยังให้ค่ากับ "ฉันทามติ" มากกว่าเสียงของคนใดคนหนึ่ง น่าจับตามองไม่น้อยว่าเมื่อถึงช่วงเวลาชี้ขาดใน ต้นเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2569 ผลลัพธ์จะออกมาในทิศทางใด ซึ่งไม่ว่าจะจบอย่างไร กระบวนการถกเถียงอย่างเปิดเผยเช่นนี้ก็ถือเป็นสัญญาณที่ดีต่อสุขภาพของเครือข่ายในระยะยาว

 

🏷️ Tags / คีย์เวิร์ด SEO: BIP-110, Ordinals, ไมเคิล เซย์เลอร์, Michael Saylor, Adam Back, Bitcoin Fork, Blocksize Wars, Bitcoin Soft Fork

⚠️ คำเตือน: คริปโทเคอร์เรนซีและโทเคนดิจิทัลมีความเสี่ยงสูง ท่านอาจสูญเสียเงินลงทุนได้ทั้งจำนวน บทความนี้จัดทำเพื่อให้ข้อมูลข่าวสารเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำในการลงทุน โปรดศึกษาและตัดสินใจอย่างรอบคอบตามระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้

— รายงานโดยทีมข่าว Bitcoinaddict.com