Bitcoin Addict - ข่าวสารและบทความคริปโต

Grayscale เตือน! — ภัยควอนตัมคือ "บททดสอบสังคม" ของชาว Bitcoin
07 April 2026ข่าว Bitcoinโดย Rawiwarn Owattasanee

Grayscale เตือน! — ภัยควอนตัมคือ "บททดสอบสังคม" ของชาว Bitcoin

Zach Pandl หัวหน้าฝ่ายวิจัยของ Grayscale (บริษัทจัดการสินทรัพย์คริปโตรายใหญ่ของสหรัฐฯ) ออกมาประเมินว่าภัยคุกคามจากคอมพิวเตอร์ควอนตัมต่อ Bitcoin นั้น "ซับซ้อนทางสังคมมากกว่าทางเทคนิค" พร้อมระบุว่าปัญหาใหญ่สุดคือการตกลงกันให้ได้ว่าจะจัดการเหรียญในที่อยู่เก่าที่เสี่ยงอย่างไร หลัง Google เปิดเผยงานวิจัยที่สั่นคลอนแวดวงคริปโตเมื่อ 30 มีนาคมที่ผ่านมา

 

Google จุดชนวน — ควอนตัมอาจเจาะ Bitcoin ได้ด้วยทรัพยากรน้อยกว่าเดิม

 

เมื่อวันที่ 30 มีนาคมที่ผ่านมา Google เผยแพร่งานวิจัยที่ระบุว่าคอมพิวเตอร์ควอนตัม (Quantum Computer — คอมพิวเตอร์รุ่นใหม่ที่ใช้กลศาสตร์ควอนตัมในการประมวลผล ซึ่งทรงพลังกว่าคอมพิวเตอร์ปัจจุบันหลายเท่า) อาจสามารถเจาะระบบเข้ารหัสที่ปกป้อง Bitcoin ได้ด้วยทรัพยากรน้อยกว่าที่เคยประเมินไว้ ส่งผลให้แวดวงคริปโตทั้งโลกตื่นตัวอย่างรวดเร็ว

 

Grayscale: Bitcoin มีความเสี่ยงต่ำกว่าคริปโตส่วนใหญ่

 

Pandl อธิบายว่า Bitcoin ถูกออกแบบมาในลักษณะที่ช่วยลดความเสี่ยงด้านควอนตัมได้ดีกว่าคริปโตสกุลอื่น ด้วยเหตุผลสามประการ ได้แก่

 

  • Bitcoin ใช้โมเดล UTXO (Unspent Transaction Output — วิธีบันทึกธุรกรรมที่ไม่เปิดเผยกุญแจสาธารณะจนกว่าจะโอน) แทนโมเดลบัญชี
  • ใช้กลไก Proof-of-Work (กระบวนการยืนยันธุรกรรมด้วยการแข่งขันคำนวณ) ที่ต้านทานควอนตัมได้ดีกว่า Proof-of-Stake
  • ไม่มี Smart Contract (สัญญาอัจฉริยะที่ทำงานอัตโนมัติบน Blockchain) ในตัวโปรโตคอล และที่อยู่กระเป๋าหลายประเภทยังไม่เสี่ยงต่อการโจมตีด้วยควอนตัม

 

ปัญหาใหญ่สุด: จะทำอะไรกับ 1.7 ล้าน BTC ในที่อยู่เก่า?

 

หัวใจของวิกฤตที่แท้จริงคือการตัดสินใจเรื่องเหรียญที่ฝังอยู่ในที่อยู่แบบ P2PK (Pay-to-Public-Key — รูปแบบที่อยู่กระเป๋ายุคแรกสุดของ Bitcoin ซึ่งเปิดเผยกุญแจสาธารณะไว้ในบล็อกเชน ทำให้เสี่ยงต่อการโจมตีจากควอนตัมมากกว่ารูปแบบอื่น) ประมาณ 1.7 ล้าน BTC ซึ่งรวมถึงเหรียญของ Satoshi Nakamoto (ผู้สร้าง Bitcoin ตัวตนยังเป็นปริศนา) ราว 1 ล้าน BTC มูลค่าประมาณ 68,000 ล้านดอลลาร์ หรือราว 2.45 ล้านล้านบาท

 

ชุมชน Bitcoin มีทางเลือกสามแนวทาง:

 

  1. เผาทำลาย (Burn) — ล็อคเหรียญเหล่านั้นให้ใช้ไม่ได้ตลอดกาล
  2. ชะลอการใช้งาน — จำกัดอัตราการโอนจากที่อยู่ที่เสี่ยง
  3. ไม่ทำอะไร (Do Nothing) — ปล่อยให้เป็นไปตามกลไกตลาด

 

Pandl เน้นว่าทั้งสามแนวทางสามารถดำเนินการได้ในแง่เทคนิค แต่ "ความท้าทายอยู่ที่การหาข้อสรุปร่วมกัน" และย้ำว่าชุมชน Bitcoin มีประวัติการถกเถียงอย่างดุเดือดในประเด็นการเปลี่ยนแปลงโปรโตคอล โดยอ้างถึงวิวาทะเรื่อง Bitcoin Ordinals (เทคโนโลยีที่ช่วยให้สามารถบันทึกข้อมูลอย่างรูปภาพหรือข้อความลงบน Satoshi ซึ่งเป็นหน่วยย่อยที่เล็กที่สุดของ Bitcoin) ที่ระเบิดขึ้นในปี 2566 และยังคงแตกแยกกันจนถึงปัจจุบัน

 

โลกคริปโตเริ่มขยับ — Bitcoin ยังตามหลัง

 

ขณะที่ Pandl เตือนว่า "ถึงเวลาแล้วที่ต้องลงมือ" หลายโปรเจกต์เริ่มเดินหน้าก่อน:

 

  • Solana และ XRP Ledger กำลังทดลองใช้ระบบเข้ารหัสหลังควอนตัม (Post-Quantum Cryptography — ระบบเข้ารหัสรุ่นใหม่ที่ออกแบบมาเพื่อต้านทานการโจมตีจากคอมพิวเตอร์ควอนตัม)
  • Ethereum Foundation ปล่อย Roadmap แผนรับมือควอนตัมอย่างเป็นทางการในเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

 

อย่างไรก็ดี Pandl ยืนยันว่า "ปัจจุบันยังไม่มีภัยคุกคามด้านความปลอดภัยจากคอมพิวเตอร์ควอนตัมต่อ Public Blockchain" แต่แนะนำให้นักลงทุนไม่ตื่นตระหนก พร้อมเร่งเตรียมพร้อมสำหรับยุคหลังควอนตัมอย่างจริงจัง

 

📎 อ่านเพิ่มเติม: 👉 Google's Quantum Computing Advance Could Crack Bitcoin Keys Much Sooner Than Thought
🔗 อ้างอิงต้นฉบับ: CoinTelegraph / Grayscale Research ภาพ cryptoslate.com

 

💬 ความเห็นบรรณาธิการ Bitcoinaddict ประเด็นควอนตัมกับ Bitcoin ไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่ที่น่าสนใจคือ Grayscale ชี้ให้เห็นว่าอุปสรรคใหญ่สุดไม่ได้อยู่ที่ห้องแล็บนักวิทยาศาสตร์ แต่อยู่ที่โต๊ะเจรจาของชุมชน — ซึ่งสะท้อนธรรมชาติการกำกับดูแลแบบกระจายศูนย์ของ Bitcoin ได้อย่างชัดเจน การที่โปรเจกต์อย่าง Solana และ Ethereum เริ่มขยับก่อนอาจสร้างแรงกดดันให้ Bitcoin ต้องเร่งหาฉันทามติในที่สุด และนั่นคือสิ่งที่น่าจับตามองในระยะยาวไม่แพ้ตัวเลขราคาเลย

 

Tags / คีย์เวิร์ด SEO: Bitcoin, Quantum Computing, Grayscale, Post-Quantum Cryptography, Bitcoin Security, P2PK Address, Satoshi Nakamoto, Blockchain Security

— รายงานโดยทีมข่าว Bitcoinaddict.com