รายงานชี้ ความเสี่ยงแท้จริงของ Strategy ไม่ใช่ราคา Bitcoin แต่คือการเข้าถึงตลาดทุน
26 August 2026ข่าวโดย พีรพัฒน์ หาญคงแก้ว

รายงานชี้ ความเสี่ยงแท้จริงของ Strategy ไม่ใช่ราคา Bitcoin แต่คือการเข้าถึงตลาดทุน

ความเสี่ยงที่แท้จริงของ Strategy (เดิมชื่อ MicroStrategy) บริษัทคลังสำรอง Bitcoin รายใหญ่ที่สุดของโลก อาจไม่ใช่การที่ราคา Bitcoin ร่วงแรง แต่คือการสูญเสียการเข้าถึงตลาดทุนเป็นเวลานาน ซึ่งเป็นความเสี่ยงที่อาจกระทบความสามารถในการหาเงินมาจ่ายภาระผูกพันรายปีราว 1,760 ล้านดอลลาร์ โดยไม่ต้องขาย Bitcoin ตามผลวิเคราะห์ล่าสุดจาก Regime Intelligence ที่ Cointelegraph รายงาน

 

💰 หนี้ 22,000 ล้านดอลลาร์ หนุนหลังคลังสำรอง 840,447 BTC

 

รายงานระบุว่า Strategy ถือครอง Bitcoin อยู่ 840,447 เหรียญ ซึ่งอยู่เบื้องหลังหนี้สินและสิทธิเรียกร้องหุ้นบุริมสิทธิ (Preferred Claims) รวมกันราว 22,000 ล้านดอลลาร์ หมายความว่าโมเดลการสะสม Bitcoin ของบริษัทต้องพึ่งพาความสามารถในการระดมทุนใหม่อย่างต่อเนื่องเพื่อจ่ายภาระผูกพันเหล่านี้ ที่น่าสนใจคือ หนี้ของ Strategy ไม่ได้ทำงานเหมือนเงินกู้มาร์จิ้นที่ใช้ Bitcoin ค้ำประกันแบบทั่วไป จึงไม่มีการเรียกวางหลักประกันเพิ่ม (Margin Call) ที่บังคับให้บริษัทต้องขาย Bitcoin ทิ้งเมื่อราคาร่วง

 

📉 ทดสอบภาวะวิกฤต Bitcoin ต้องร่วง 96% ถึงจะกระทบหุ้นกู้แปลงสภาพ

 

ผลทดสอบภาวะวิกฤต (Stress Test) ของ Regime Intelligence พบว่า ราคา Bitcoin ต้องร่วงลงราว 96% เสียก่อน คลังสำรอง Bitcoin และเงินสำรองของ Strategy จึงจะไม่เพียงพอครอบคลุมหุ้นกู้แปลงสภาพ (Convertible Notes) อย่างไรก็ตาม สิ่งนี้ผลักความเสี่ยงไปยังอีกฝั่งของงบดุลแทน เพราะ Strategy ยังต้องจ่ายเงินปันผลหุ้นบุริมสิทธิและดอกเบี้ยรวมราว 1,760 ล้านดอลลาร์ต่อปี ไม่ว่าราคา Bitcoin จะเป็นเท่าไหร่ก็ตาม

 

"ในความเห็นของผม ความท้าทายหลักของ MSTR คือการรักษาให้กลไก Flywheel เดินหน้าต่อไปได้ เพื่อให้ครอบคลุมภาระหนี้และเงินปันผลบุริมสิทธิรายปี"

Sherif Saad, ผู้เขียนรายงาน, Regime Intelligence

 

ชารีฟ ซาอัด (Sherif Saad) ผู้เขียนรายงานระบุว่านักลงทุนควรจับตาราคาหุ้นบุริมสิทธิและเงินสำรองของ Strategy ซึ่งปัจจุบันครอบคลุมภาระรายปีอยู่ราว 2.6 เท่า หากเงื่อนไขการระดมทุนเริ่มแย่ลง กลยุทธ์การสะสม Bitcoin ของบริษัทอาจพลิกกลับ บังคับให้ต้องพึ่งพาเงินสำรองและการขาย Bitcoin มากขึ้นเพื่อจ่ายภาระผูกพัน เขากล่าวเสริมว่า "ในช่วง Bitcoin ร่วงยาว ปัญหาจะรุนแรงขึ้นถ้าราคาหุ้น MSTR และค่า mNAV (มูลค่าสินทรัพย์สุทธิเทียบราคาตลาด) ร่วงลงพร้อมกัน" ซึ่งจะทำให้การระดมทุนใหม่ "ยากขึ้นเรื่อยๆ หรือมีต้นทุนสูงขึ้น"

 

⚖️ Michael Saylor กับบททดสอบความสมดุลระหว่าง "ไม่ขายเด็ดขาด" กับความจริงทางธุรกิจ

 

ความเสี่ยงที่หลายฝ่ายกังวลเกี่ยวกับ Strategy ส่วนใหญ่มาจากความเต็มใจที่จะนำ Bitcoin ในงบดุลออกมาใช้ โดยเฉพาะหลังจากที่ไมเคิล เซย์เลอร์ (Michael Saylor) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารระดับสูง ผลักดันแนวทาง "ไม่ขายเด็ดขาด" มาหลายปี ทำให้หลายคนในวงการ Bitcoin ประหลาดใจเมื่อ Strategy เริ่มขาย Bitcoin ในปีนี้เพื่อนำเงินไปใช้จ่ายภาระทางธุรกิจอื่น บริษัทขาย Bitcoin ไปแล้ว 4 ครั้งนับตั้งแต่เดือนพฤษภาคม รวมถึงการขายล่าสุด 1,690 เหรียญ โดยนำเงินที่ได้ไปใช้จ่ายเงินปันผลหุ้นบุริมสิทธิ ซื้อหุ้นคืน และเพิ่มเงินสำรองดอลลาร์สหรัฐฯ ที่กำลังเติบโตขึ้น

 

อย่างไรก็ตาม พง เล (Phong Le) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Strategy ย้ำกับนักลงทุนว่าบริษัทยังคงสะสม Bitcoin เพิ่มขึ้นมากกว่าที่ขายออกไปในปีนี้ถึงราว 25 เท่า และเคยให้สัมภาษณ์กับ CNBC ว่าบริษัทมีแผนจะกลับมาซื้อ Bitcoin เพิ่มอีกครั้งในช่วงปลายปีนี้ ทั้งนี้ หลังราคา Bitcoin ฟื้นตัวล่าสุด คลังสำรอง Bitcoin ของ Strategy มีมูลค่าราว 66,700 ล้านดอลลาร์ สูงกว่าต้นทุนเฉลี่ยที่ 63,360 ล้านดอลลาร์แล้ว ตามข้อมูลของ BitcoinTreasuries.NET

 

📎 ข่าวที่เกี่ยวข้องจาก Bitcoinaddict.com 
ติดตามความเคลื่อนไหวของ Strategy ก่อนหน้านี้ได้จากที่เราเคยรายงานไว้
👉 CEO Strategy ลั่นกลับมาซื้อ Bitcoin เพิ่มปีนี้ หลังขายแล้วราว 7,000 เหรียญตั้งแต่พ.ค.
👉 Strategy ขาดทุนไตรมาส 2 กว่า $8,200 ล้าน จากมูลค่า Bitcoin ร่วง แต่หุ้น MSTR กลับบวก 4.7%
🔗 อ้างอิงต้นฉบับ: Cointelegraph (เขียนโดย Sam Bourgi)

 

💬 ความเห็นบรรณาธิการ Bitcoinaddict

 

สิ่งที่น่าสนใจในรายงานนี้คือมันช่วยอธิบายภาพรวมที่กระจัดกระจายของข่าว Strategy ตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา ทั้งการขายหุ้น MSTR ระดมทุนซ้ำแล้วซ้ำเล่า การขาย Bitcoin เป็นระยะ และท่าทีที่ดูขัดแย้งกันของผู้บริหารระหว่างการันตี "ไม่ขายเด็ดขาด" กับการขายจริง ให้กลายเป็นภาพเดียวที่ชัดเจนขึ้น คือ Strategy กำลังบริหารความเสี่ยงด้านสภาพคล่องของกลไกการเงินตัวเอง ไม่ใช่การพนันกับทิศทางราคา Bitcoin โดยตรง นักลงทุนไทยที่ถือหุ้น MSTR หรือติดตามกลยุทธ์คลังสำรองคริปโตแบบนี้ ควรให้ความสำคัญกับตัวชี้วัดอย่างราคาหุ้นบุริมสิทธิและอัตราส่วนเงินสำรองต่อภาระหนี้ ไม่แพ้การติดตามราคา Bitcoin เอง เพราะเป็นจุดที่ความเสี่ยงจริงซ่อนอยู่ตามรายงานนี้

 

— รายงานโดยทีมข่าว Bitcoinaddict.com