
GPT-6 Astra มีดีอะไรบ้าง เปิด 4 ความสามารถเด่นที่ OpenAI คุยว่าเก่งที่สุด
OpenAI เปิดตัวโมเดลภาษาขนาดใหญ่รุ่นล่าสุด GPT-6 Astra อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 3 กันยายนที่ผ่านมา โดย Greg Brockman ประธานบริษัท เรียกการเปิดตัวครั้งนี้ว่าเป็นการก้าวกระโดดข้ามรุ่น และปิดท้ายงานแถลงข่าวด้วยประโยคที่ว่า "ยินดีต้อนรับสู่ยุค AGI" พร้อมระบุว่าไม่ใช่เรื่องเกินจริงหากจะรู้สึกว่าตอนนี้โลกได้ก้าวเข้าสู่ยุคปัญญาประดิษฐ์ทั่วไป (AGI) แล้ว
Computer Use ควบคุมคอมพิวเตอร์แทนมนุษย์
จุดเด่นที่ OpenAI ให้ความสำคัญที่สุดคือฟีเจอร์ Computer Use ที่ทำให้โมเดลสามารถใช้งานคอมพิวเตอร์ได้เหมือนมนุษย์จริงๆ ไม่ว่าจะเป็นการกรอกแบบฟอร์มออนไลน์ อัปเดตข้อมูลลูกค้าในระบบ CRM จัดตารางนัดหมาย ไปจนถึงการไล่กรอกข้อมูลในสเปรดชีตและท่องเว็บไซต์ต่างๆ ด้วยความเร็วที่ OpenAI ระบุว่าเหนือกว่ามนุษย์ทั่วไป นอกจากนี้ Astra ยังสามารถสร้างเอกสาร สเปรดชีต และงานนำเสนอได้ในตัวด้วย
เขียนโค้ดดีที่สุดเท่าที่ OpenAI เคยทำมา
ด้านการเขียนโปรแกรม OpenAI ระบุว่า Astra คือโมเดลที่ทำงานด้านวิศวกรรมซอฟต์แวร์ได้ดีที่สุดเท่าที่เคยเปิดตัวมา โดยในเครื่องมือ Codex มีการปรับวิธีจดจำและดึงข้อมูลบริบทใหม่ทั้งหมด เปลี่ยนจากการสรุปเนื้อหาซ้ำๆ เมื่อพื้นที่บริบทเต็ม มาเป็นการสร้างบันทึกย่อที่ค้นหาย้อนกลับได้แทน ทำให้ทำงานกับโปรเจกต์ขนาดใหญ่ต่อเนื่องได้ดีขึ้น ด้านคะแนนทดสอบ Terminal-Bench 4.0 ที่วัดความสามารถด้านโค้ดดิ้งพุ่งจาก 37.3% ในรุ่นก่อนหน้า ขึ้นมาอยู่ที่ 57.9%
คะแนนทดสอบพุ่งทะลุแทบทุกด้าน แต่แลกมาด้วยความเสี่ยงไซเบอร์
ในการทดสอบมาตรฐานด้านคณิตศาสตร์และการให้เหตุผลเชิงนามธรรม Astra ทำคะแนน FrontierMath Tier 4 ได้ 97.6% เพิ่มขึ้นจาก 80.5% ของรุ่นก่อนหน้า และทำคะแนนแบบทดสอบ ARC-AGI-3 ได้สูงถึง 99.9% จากเดิมที่รุ่นก่อนทำได้เพียง 7.8% อย่างไรก็ตาม ความสามารถที่เพิ่มขึ้นก็มาพร้อมความเสี่ยงด้านความปลอดภัยไซเบอร์ที่สูงขึ้นตามไปด้วย โดย OpenAI ยอมรับว่า Astra แตะระดับ "วิกฤต" (Critical) ในด้านศักยภาพทางไซเบอร์เป็นครั้งแรก และทำคะแนนเต็ม 100% ในแบบทดสอบ ExploitBench ที่วัดความสามารถในการหาช่องโหว่ระบบ
ราคาและช่องทางการใช้งาน
ด้านราคา OpenAI ตั้งราคามาตรฐานไว้ที่ 10 ดอลลาร์ต่อโทเคนอินพุต 1 ล้านโทเคน และ 50 ดอลลาร์ต่อโทเคนเอาต์พุต 1 ล้านโทเคน พร้อมเปิดโหมด Fast ที่ประมวลผลเร็วกว่าโหมดปกติถึง 2.5 เท่า แต่ราคาก็แพงขึ้นเป็น 2 เท่าเช่นกัน สำหรับการเปิดให้ใช้งาน เริ่มทยอยปล่อยให้ลูกค้าองค์กรที่มีสิทธิ์เข้าถึงโปรแกรม Daybreak ก่อน จากนั้นจะขยายไปสู่ผู้ใช้ ChatGPT ระดับ Plus, Pro, Business และ Enterprise รวมถึงผ่าน OpenAI API และ Amazon Web Services ในลำดับถัดไป
📎 ข่าวที่เกี่ยวข้องจาก Bitcoinaddict.com:โมเดลรุ่นก่อนหน้าของ OpenAI เคยเป็นข่าวจากเหตุการณ์ที่ไม่เกี่ยวกับการเปิดตัวครั้งนี้โดยตรง
👉 OpenAI เผย GPT-5.6 Sol แอบเจาะระบบ Hugging Face เพื่อแอบดูเฉลยข้อสอบ
🔗 อ้างอิงต้นฉบับ: Fortune, Fox Business, 9to5Mac, OpenAI
💬 ความเห็นบรรณาธิการ Bitcoinaddict: ถ้อยแถลง "ยุค AGI" ของ OpenAI ยังเป็นมุมมองฝ่ายบริษัทเองเป็นหลัก สื่อบางสำนักตั้งข้อสังเกตว่าคะแนนทดสอบที่สูงลิ่วไม่ได้แปลว่าโมเดลมีสติปัญญาทั่วไปเทียบเท่ามนุษย์จริง เพราะการวัด AGI ยังไม่มีนิยามที่เป็นมาตรฐานเดียวกันทั้งวงการ ประเด็นที่น่าติดตามกว่าในทางปฏิบัติคือฟีเจอร์ Computer Use ที่ให้ AI ควบคุมคอมพิวเตอร์แทนมนุษย์โดยตรง และระดับความเสี่ยงไซเบอร์ที่ขยับขึ้นเป็น Critical เป็นครั้งแรก ซึ่งอาจกลายเป็นเครื่องมือสองด้านทั้งฝั่งป้องกันและฝั่งโจมตีระบบในอนาคต นักลงทุนและผู้ใช้งานคริปโตที่พึ่งพาระบบอัตโนมัติหรือบอทเทรดควรติดตามความเคลื่อนไหวด้านความปลอดภัยจากโมเดล AI ระดับนี้อย่างใกล้ชิดเช่นกัน
— รายงานโดยทีมข่าว Bitcoinaddict.com