สแกนพบเอาต์พุตปลอมกว่า 96,000 รายการ ค้างฐานข้อมูล UTXO Bitcoin ถาวร
04 September 2026ข่าวโดย Rawiwarn Owattasanee

สแกนพบเอาต์พุตปลอมกว่า 96,000 รายการ ค้างฐานข้อมูล UTXO Bitcoin ถาวร

บริษัทวิเคราะห์ข้อมูลบล็อกเชน Bitquery เผยผลสำรวจข้อมูล Bitcoin ทั้งหมด 965,135 บล็อก เมื่อวันที่ 2 กันยายนที่ผ่านมา พบว่ามีเอาต์พุตธุรกรรมที่แอบใส่ที่อยู่ปลอมมากถึง 96,231 รายการ จาก 3,286 ธุรกรรม ยังคงค้างอยู่ในฐานข้อมูล UTXO (Unspent Transaction Output ฐานข้อมูลเอาต์พุตที่ยังไม่ถูกใช้จ่ายของ Bitcoin) แบบถาวร คิดเป็นมูลค่ารวมประมาณ 3.2 BTC ที่แทบเป็นไปไม่ได้ที่จะนำออกมาใช้จ่ายได้อีกเลย

เอาต์พุตที่อยู่ปลอมคืออะไร ทำไมถึงค้างฐานข้อมูลถาวร

เอาต์พุตที่อยู่ปลอม (Fake-Address Output) คือการใส่ตัวอักษรที่อ่านได้ลงในตำแหน่งที่ปกติควรเป็นแฮชของที่อยู่กระเป๋าเงินจริง ทำให้โหนดของเครือข่าย Bitcoin มองเห็นเป็นเอาต์พุตที่ดูเหมือนใช้จ่ายได้ตามปกติ แต่ในความเป็นจริงตัวอักษรที่ใส่ไปนั้นไม่มีคีย์ส่วนตัวคู่กันอยู่เลย เงินจำนวนนั้นจึงติดค้างอยู่ถาวร จุดที่ทำให้เรื่องนี้เป็นปัญหาคือ โหนดของเครือข่ายต้องเก็บข้อมูลเอาต์พุตทุกรายการที่ยังพิสูจน์ไม่ได้แน่ชัดว่าใช้จ่ายไม่ได้ไว้ในฐานข้อมูล UTXO ตลอดไป ต่างจากเอาต์พุตประเภท OP_RETURN ที่แม้จะใส่ข้อความได้เหมือนกัน แต่ไม่สร้างภาระให้ฐานข้อมูล UTXO เพราะโหนดสามารถทิ้งข้อมูลส่วนนี้ได้หลังจากธุรกรรมยืนยันแล้ว เหลือไว้แค่ในประวัติบล็อกเท่านั้น

แคมเปญแซว Luke Dashjr ด้วยข้อความ 62 ตัวอักษร

ในการสำรวจเดียวกันนี้ Bitquery ยังพบธุรกรรม OP_RETURN ที่มีลักษณะเป็นข้อความแซวถึง 13,062 ธุรกรรม ซึ่งทั้งหมดใส่ชื่อ Luke Dashjr นักพัฒนา Bitcoin Core รุ่นบุกเบิก ไว้ในข้อความสองประโยคเดียวกัน แคมเปญนี้เกิดขึ้นระหว่างวันที่ 21-26 มีนาคม 2569 กระจายอยู่ใน 579 บล็อก มีการจ่ายค่าธรรมเนียมรวมกันประมาณ 0.1014 BTC ข้อความที่ใส่มีความยาว 62 ตัวอักษรแบบ ASCII ข้อมูลบนบล็อกเชนบันทึกไว้ทั้งข้อความ เวลา อินพุต และค่าธรรมเนียม แต่ไม่สามารถระบุตัวตนผู้จ่ายเงิน ผู้เขียนข้อความ หรือแรงจูงใจที่แท้จริงได้

เกี่ยวข้องกับการปรับขีดจำกัด OP_RETURN ของ Bitcoin Core 30.0 หรือไม่

Bitquery ตั้งข้อสังเกตว่าแคมเปญนี้เกิดขึ้นหลังจาก Bitcoin Core เวอร์ชัน 30.0 ที่เปิดตัวเมื่อเดือนตุลาคม 2568 ปรับขีดจำกัดขนาดข้อมูลเริ่มต้นของ OP_RETURN ขึ้นไปถึง 100,000 ไบต์ ซึ่งทำให้ต้นทุนการฝังข้อความซ้ำๆ ผ่าน OP_RETURN ถูกลงอย่างมาก แม้จะสังเกตเห็นความสัมพันธ์ระหว่างสองเหตุการณ์นี้ แต่ Bitquery ก็ยังไม่สามารถยืนยันความเป็นเหตุเป็นผลกันได้ชัดเจน การปรับขีดจำกัดนี้เองก่อนหน้านี้เคยเป็นประเด็นถกเถียงในวงการนักพัฒนา Bitcoin ว่าควรเปิดกว้างให้ใส่ข้อมูลได้มากขึ้นหรือควรจำกัดไว้เพื่อป้องกันสแปมบนเครือข่าย

 

📎 ข่าวที่เกี่ยวข้องจาก Bitcoinaddict.com:ประเด็นการยกเลิกขีดจำกัด OP_RETURN เคยเป็นที่ถกเถียงในวงการนักพัฒนา Bitcoin มาก่อน
👉 Jimmy Song ซัดทีม Bitcoin Core คิดแบบ "Fiat" ปมยกเลิก OP_Return Limit

🔗 อ้างอิงต้นฉบับ: CryptoSlate, Bitquery

 

💬 ความเห็นบรรณาธิการ Bitcoinaddict: เรื่องนี้สะท้อนข้อถกเถียงเก่าในวงการ Bitcoin เรื่องความสมดุลระหว่างความเปิดกว้างของเครือข่ายกับภาระที่ตกอยู่กับโหนดผู้ดูแลเครือข่าย แม้เงิน 3.2 BTC ที่ค้างอยู่จะเป็นตัวเลขที่ไม่ได้ใหญ่มากเมื่อเทียบกับขนาดตลาด Bitcoin โดยรวม แต่จุดที่น่ากังวลกว่าคือภาระด้านฐานข้อมูลที่สะสมไปเรื่อยๆ แบบไม่มีวันลบออกได้ หากมีคนตั้งใจทำแบบนี้ซ้ำในสเกลใหญ่ขึ้น ก็อาจกลายเป็นปัญหาด้านการดูแลรักษาโหนดในระยะยาวได้จริง

 

— รายงานโดยทีมข่าว Bitcoinaddict.com