OKX เผย! เงินไหลเข้าเอ็กซ์เชนจ์พุ่งทำสถิติ หลังช่องโหว่ Coldcard สวนทางเทรนด์หลัง FTX ล่ม
Jonathan Brockmeier ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายกำกับดูแล (Chief Compliance Officer) ของ OKX เอ็กซ์เชนจ์คริปโตรายใหญ่ เปิดเผยว่าขณะนี้มีเงินไหลเข้าสู่เอ็กซ์เชนจ์แบบรวมศูนย์ (Centralized Exchange) ในระดับที่ทำสถิติสูงสุด หลังเกิดช่องโหว่ในกระเป๋าฮาร์ดแวร์ Coldcard ที่สร้างความเสียหายต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมา สะท้อนพฤติกรรมผู้ใช้ที่สวนทางกับเทรนด์หลังเหตุการณ์ FTX ล่มสลายในปี 2565 ที่เคยผลักดันให้คนแห่ไปใช้ Self-Custody (การถือครองกุญแจส่วนตัวด้วยตัวเอง) แทน ตามรายงานของ The Block เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2569
🗣️ "นี่คือด้านตรงข้ามของ FTX"
Brockmeier กล่าวว่า "ตอนนี้เรากำลังเห็นเงินไหลเข้าเอ็กซ์เชนจ์แบบรวมศูนย์ในระดับที่ทำสถิติ หลังเหตุการณ์ Coldcard" พร้อมอธิบายเปรียบเทียบว่า "มันคือด้านตรงข้ามของ FTX พอดี ตอน FTX ล่ม ทุกคนย้ายเงินไปถือเองหมด" และให้เหตุผลเชิงพฤติกรรมผู้ใช้ว่า "Self-Custody ทำให้ภาระตกอยู่ที่ผู้ใช้เยอะมาก และเรียกร้องให้พวกเขาต้องเป็นวิศวกรความปลอดภัยของตัวเอง"
🛡️ สถิติความปลอดภัยของ OKX ในครึ่งปีแรก 2569
OKX เปิดเผยตัวเลขผลงานด้านความปลอดภัยในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2569 ว่าสามารถสกัดกั้นความเสียหายจากการหลอกลวง (Scam) ได้ถึง 26.3 ล้านดอลลาร์ ผ่านการบล็อกการโอนเงินที่น่าสงสัย และปกป้องสินทรัพย์ลูกค้ารวมมูลค่า 1,100 ล้านดอลลาร์ ให้กับลูกค้ากว่า 500,000 ราย
📊 บริบทความเสียหายในวงการ
รายงานอ้างอิงข้อมูลจาก Galaxy Research ที่เชื่อมโยงช่องโหว่ Coldcard กับการขโมยเหรียญไปแล้วกว่า 1,300 BTC มูลค่ากว่า 80 ล้านดอลลาร์ (ตัวเลข ณ ช่วงเวลาที่รายงานนี้เผยแพร่ ก่อนที่ตัวเลขล่าสุดจะพุ่งสูงขึ้นไปอีกตามที่ Bitcoinaddict.com เคยรายงาน) นอกจากนี้ยังมีการเทียบกับเหตุการณ์ใหญ่ในอดีต อย่างกรณี Bybit ที่ถูกแฮกไป 1,400 ล้านดอลลาร์ในปี 2568 ซึ่งถือเป็นการโจรกรรมคริปโตครั้งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา และในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2569 โครงการคริปโตต่างๆ สูญเสียเงินจากการถูกแฮกรวมกันแล้วกว่า 1,000 ล้านดอลลาร์ ถือเป็นระดับที่สูงเป็นประวัติการณ์เช่นกัน
🏢 บริบทองค์กร OKX
ในด้านความเคลื่อนไหวขององค์กร Intercontinental Exchange (ICE) บริษัทแม่ของตลาดหุ้น NYSE เพิ่งเข้าลงทุนใน OKX ด้วยมูลค่าบริษัทที่ประเมินไว้ถึง 25,000 ล้านดอลลาร์ในปีนี้ ขณะที่ OKX เองก็เปิดให้บริการในสหรัฐฯ อย่างเป็นทางการตั้งแต่ปี 2568 และกำลังมองหาโอกาสขยายธุรกิจเพิ่มเติมทั้งในสหรัฐฯ และยุโรป
📎 ข่าวที่เกี่ยวข้องจาก Bitcoinaddict.com:
👉 Coldcard ระลอก 4 เสียหายพุ่งใกล้ $114 ล้าน เผยบั๊กเฟิร์มแวร์ 5 ปี CEO ลั่น 'เสียใจสุดๆ'
👉 Jameson Lopp ชี้ ช่องโหว่ Coldcard แฉจุดอ่อน 'Don't Trust, Verify' ของ Bitcoin
👉 OKX วางแผน IPO เข้าตลาดหุ้น หลังจัดตั้งสาขาในสหรัฐฯ และจ่ายค่าปรับกว่า 500 ล้าน🔗 อ้างอิงต้นฉบับ: The Block (เขียนโดย RT Watson) / theblock.co
💬 ความเห็นบรรณาธิการ Bitcoinaddict:
คำพูด "ด้านตรงข้ามของ FTX" ของ Brockmeier สรุปวงจรความเชื่อมั่นของวงการคริปโตได้ตรงประเด็นมาก จากที่เคยกลัวความเสี่ยงของ Custodial (การฝากเหรียญไว้กับตัวกลาง) หลัง FTX ล่ม มาวันนี้กลับกลัวความเสี่ยงของ Self-Custody แทนหลังเจอบั๊กในฮาร์ดแวร์ที่ผู้ใช้ตรวจสอบเองไม่ได้ สะท้อนว่าไม่มีทางเลือกไหนปลอดภัย 100% จริงๆ ทั้งสองฝั่งต่างมีความเสี่ยงเฉพาะตัวของตัวเอง ทางออกที่สมเหตุสมผลที่สุดอาจไม่ใช่การเลือกข้างใดข้างหนึ่งอย่างสุดโต่ง แต่คือการกระจายความเสี่ยงระหว่างการถือครองเองบางส่วนและฝากไว้กับเอ็กซ์เชนจ์ที่น่าเชื่อถือบางส่วน
Tags / คีย์เวิร์ด SEO: OKX, Coldcard, Self-Custody, Centralized Exchange, Bitcoin
— รายงานโดยทีมข่าว Bitcoinaddict.com