OKX เผย! เงินไหลเข้าเอ็กซ์เชนจ์พุ่งทำสถิติ หลังช่องโหว่ Coldcard สวนทางเทรนด์หลัง FTX ล่ม
05 August 2026ข่าวโดย Rawiwarn Owattasanee

OKX เผย! เงินไหลเข้าเอ็กซ์เชนจ์พุ่งทำสถิติ หลังช่องโหว่ Coldcard สวนทางเทรนด์หลัง FTX ล่ม

Jonathan Brockmeier ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายกำกับดูแล (Chief Compliance Officer) ของ OKX เอ็กซ์เชนจ์คริปโตรายใหญ่ เปิดเผยว่าขณะนี้มีเงินไหลเข้าสู่เอ็กซ์เชนจ์แบบรวมศูนย์ (Centralized Exchange) ในระดับที่ทำสถิติสูงสุด หลังเกิดช่องโหว่ในกระเป๋าฮาร์ดแวร์ Coldcard ที่สร้างความเสียหายต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมา สะท้อนพฤติกรรมผู้ใช้ที่สวนทางกับเทรนด์หลังเหตุการณ์ FTX ล่มสลายในปี 2565 ที่เคยผลักดันให้คนแห่ไปใช้ Self-Custody (การถือครองกุญแจส่วนตัวด้วยตัวเอง) แทน ตามรายงานของ The Block เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2569

 

🗣️ "นี่คือด้านตรงข้ามของ FTX"

 

Brockmeier กล่าวว่า "ตอนนี้เรากำลังเห็นเงินไหลเข้าเอ็กซ์เชนจ์แบบรวมศูนย์ในระดับที่ทำสถิติ หลังเหตุการณ์ Coldcard" พร้อมอธิบายเปรียบเทียบว่า "มันคือด้านตรงข้ามของ FTX พอดี ตอน FTX ล่ม ทุกคนย้ายเงินไปถือเองหมด" และให้เหตุผลเชิงพฤติกรรมผู้ใช้ว่า "Self-Custody ทำให้ภาระตกอยู่ที่ผู้ใช้เยอะมาก และเรียกร้องให้พวกเขาต้องเป็นวิศวกรความปลอดภัยของตัวเอง"

 

🛡️ สถิติความปลอดภัยของ OKX ในครึ่งปีแรก 2569

 

OKX เปิดเผยตัวเลขผลงานด้านความปลอดภัยในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2569 ว่าสามารถสกัดกั้นความเสียหายจากการหลอกลวง (Scam) ได้ถึง 26.3 ล้านดอลลาร์ ผ่านการบล็อกการโอนเงินที่น่าสงสัย และปกป้องสินทรัพย์ลูกค้ารวมมูลค่า 1,100 ล้านดอลลาร์ ให้กับลูกค้ากว่า 500,000 ราย

 

📊 บริบทความเสียหายในวงการ

 

รายงานอ้างอิงข้อมูลจาก Galaxy Research ที่เชื่อมโยงช่องโหว่ Coldcard กับการขโมยเหรียญไปแล้วกว่า 1,300 BTC มูลค่ากว่า 80 ล้านดอลลาร์ (ตัวเลข ณ ช่วงเวลาที่รายงานนี้เผยแพร่ ก่อนที่ตัวเลขล่าสุดจะพุ่งสูงขึ้นไปอีกตามที่ Bitcoinaddict.com เคยรายงาน) นอกจากนี้ยังมีการเทียบกับเหตุการณ์ใหญ่ในอดีต อย่างกรณี Bybit ที่ถูกแฮกไป 1,400 ล้านดอลลาร์ในปี 2568 ซึ่งถือเป็นการโจรกรรมคริปโตครั้งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา และในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2569 โครงการคริปโตต่างๆ สูญเสียเงินจากการถูกแฮกรวมกันแล้วกว่า 1,000 ล้านดอลลาร์ ถือเป็นระดับที่สูงเป็นประวัติการณ์เช่นกัน

 

🏢 บริบทองค์กร OKX

 

ในด้านความเคลื่อนไหวขององค์กร Intercontinental Exchange (ICE) บริษัทแม่ของตลาดหุ้น NYSE เพิ่งเข้าลงทุนใน OKX ด้วยมูลค่าบริษัทที่ประเมินไว้ถึง 25,000 ล้านดอลลาร์ในปีนี้ ขณะที่ OKX เองก็เปิดให้บริการในสหรัฐฯ อย่างเป็นทางการตั้งแต่ปี 2568 และกำลังมองหาโอกาสขยายธุรกิจเพิ่มเติมทั้งในสหรัฐฯ และยุโรป

 

📎 ข่าวที่เกี่ยวข้องจาก Bitcoinaddict.com:
👉 Coldcard ระลอก 4 เสียหายพุ่งใกล้ $114 ล้าน เผยบั๊กเฟิร์มแวร์ 5 ปี CEO ลั่น 'เสียใจสุดๆ'
👉 Jameson Lopp ชี้ ช่องโหว่ Coldcard แฉจุดอ่อน 'Don't Trust, Verify' ของ Bitcoin
👉 OKX วางแผน IPO เข้าตลาดหุ้น หลังจัดตั้งสาขาในสหรัฐฯ และจ่ายค่าปรับกว่า 500 ล้าน

🔗 อ้างอิงต้นฉบับ: The Block (เขียนโดย RT Watson) / theblock.co

 

💬 ความเห็นบรรณาธิการ Bitcoinaddict:
คำพูด "ด้านตรงข้ามของ FTX" ของ Brockmeier สรุปวงจรความเชื่อมั่นของวงการคริปโตได้ตรงประเด็นมาก จากที่เคยกลัวความเสี่ยงของ Custodial (การฝากเหรียญไว้กับตัวกลาง) หลัง FTX ล่ม มาวันนี้กลับกลัวความเสี่ยงของ Self-Custody แทนหลังเจอบั๊กในฮาร์ดแวร์ที่ผู้ใช้ตรวจสอบเองไม่ได้ สะท้อนว่าไม่มีทางเลือกไหนปลอดภัย 100% จริงๆ ทั้งสองฝั่งต่างมีความเสี่ยงเฉพาะตัวของตัวเอง ทางออกที่สมเหตุสมผลที่สุดอาจไม่ใช่การเลือกข้างใดข้างหนึ่งอย่างสุดโต่ง แต่คือการกระจายความเสี่ยงระหว่างการถือครองเองบางส่วนและฝากไว้กับเอ็กซ์เชนจ์ที่น่าเชื่อถือบางส่วน

 

Tags / คีย์เวิร์ด SEO: OKX, Coldcard, Self-Custody, Centralized Exchange, Bitcoin

— รายงานโดยทีมข่าว Bitcoinaddict.com