มหากาพย์ FTX ยังไม่จบ! ศาลสหรัฐฯ นัดขึ้นศาล “เมียอดีตผู้บริหาร” พฤศจิกายนนี้ คดีซุกเงินทำแท้งการเมือง
มิเชลล์ บอนด์ (Michelle Bond) ภรรยาของไรอัน ซาลาเม (Ryan Salame) อดีต co-CEO ของ FTX Digital Markets ถูกศาลสหรัฐฯ กำหนดวันพิจารณาคดีในวันที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2569 โดยเธอเผชิญ 4 ข้อหาเกี่ยวกับการละเมิดกฎหมายเงินบริจาคหาเสียง ขณะเดียวกัน แซม แบงก์แมน-ฟรายด์ (Sam Bankman-Fried) หรือ SBF ผู้ก่อตั้ง FTX ก็เพิ่งพ่ายแพ้คำร้องอุทธรณ์ที่ศาลอุทธรณ์สหรัฐฯ ทำให้เส้นทางสู่อิสรภาพของเขาเหลือเพียงการขอพระราชทานอภัยโทษจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์
⚖️ ศาลนัดวันพิจารณาคดีบอนด์ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2569
ผู้พิพากษาจอร์จ แดเนียลส์ (George Daniels) แห่งศาลแขวงสหรัฐฯ เขตใต้ของนิวยอร์ก มีคำสั่งให้เริ่มพิจารณาคดีของมิเชลล์ บอนด์ในวันที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2569 โดยคำสั่งนี้ออกมาหลังจากที่ผู้พิพากษาปฏิเสธคำร้องของบอนด์ที่ต้องการให้ยกฟ้องคดีทั้งหมด ซึ่งเธออ้างว่าอัยการเคยให้คำมั่นสัญญากับซาลาเม สามีของเธอว่าจะไม่ดำเนินคดีกับเธอ หากเขายอมรับสารภาพ
บอนด์ถูกกล่าวหาใน 4 ข้อหา ได้แก่ การสมคบคิดให้มีการบริจาคเงินหาเสียงโดยผิดกฎหมาย การรับและเบิกจ่ายเงินบริจาคเกินเพดานที่กฎหมายกำหนด การรับเงินผ่านตัวแทนบุคคลที่สาม และการรับเงินบริจาคจากนิติบุคคลซึ่งเป็นสิ่งต้องห้ามตามกฎหมายเลือกตั้งสหรัฐฯ
ตามเอกสารการฟ้องร้องที่ยื่นในเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2567 อัยการอ้างว่า บอนด์และซาลาเม ได้ร่วมกัน "ระดมทุนโดยผิดกฎหมาย" สำหรับแคมเปญหาเสียงชิงที่นั่งสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ของบอนด์ในปี พ.ศ. 2565 โดยซาลาเมถูกกล่าวหาว่าใช้เงินจาก FTX จำนวน 400,000 ดอลลาร์ผ่านสัญญาที่ปรึกษาปลอม เพื่อป้อนเงินเข้าแคมเปญหาเสียงดังกล่าว ทั้งนี้ บอนด์ลงสมัครในนามพรรครีพับลิกันในเขตเลือกตั้งที่ 1 ของรัฐนิวยอร์ก แต่แพ้ในการเลือกตั้งขั้นต้นให้กับนิโคลัส ลาโลตา (Nicholas LaLota)
🏛️ บทบาทของซาลาเมในคดีและการเดินเข้าคุก
ไรอัน ซาลาเม ถูกตั้งข้อหาพร้อมกับแบงก์แมน-ฟรายด์และผู้บริหารคนอื่นๆ ในปี พ.ศ. 2565 และถูกตัดสินจำคุก 90 เดือน หลังรับสารภาพว่ามีส่วนร่วมในการสมคบคิดบริจาคเงินหาเสียงโดยผิดกฎหมาย เขาพยายามขอถอนคำรับสารภาพก่อนหน้านี้โดยอ้างว่าอัยการทำให้เขาเข้าใจผิดเกี่ยวกับการดำเนินคดีกับบอนด์ แต่สุดท้ายก็เดินเข้าเรือนจำในเดือนตุลาคม พ.ศ. 2567 และปล่อยให้คดีของภรรยาดำเนินต่อไป
ในบรรดาผู้บริหาร FTX ที่ถูกดำเนินคดีทั้งหมด มีเพียงซาลาเม, แบงก์แมน-ฟรายด์ และแคโรไลน์ เอลลิสัน (Caroline Ellison) อดีต CEO ของ Alameda Research (กองทุน Hedge Fund ในเครือ FTX) เท่านั้นที่ได้รับโทษจำคุกจริง ส่วนนิชาด ซิงห์ (Nishad Singh) และแกรี่ หวาง (Gary Wang) ได้รับโทษเป็นระยะเวลาที่รับโทษไปแล้วระหว่างถูกคุมขัง หลังจากให้การเป็นพยานปากสำคัญในคดีต่อ SBF เอลลิสันได้รับการปล่อยตัวก่อนกำหนดในเดือนมกราคม หลังรับโทษไม่ครบตามกำหนดสองปีที่ถูกตัดสิน
🔓 SBF แพ้อุทธรณ์ เหลือหวังเดียวคือขอทรัมป์ช่วย
แซม แบงก์แมน-ฟรายด์ เป็นผู้บริหาร FTX เพียงคนเดียวที่ผ่านกระบวนการพิจารณาคดีในศาล เขาถูกตัดสินว่ามีความผิดใน 7 ข้อหาอาญาร้ายแรง และถูกพิพากษาจำคุก 25 ปีในปี พ.ศ. 2567
แม้ว่า SBF จะยื่นอุทธรณ์คำพิพากษาและโทษจำคุก แต่ล่าสุดศาลอุทธรณ์เขตที่ 2 (Second Circuit Court of Appeals) ได้มีคำตัดสินปฏิเสธคำร้องอุทธรณ์ของเขา ทำให้เส้นทางสู่อิสรภาพของ SBF ในช่วง 20 ปีข้างหน้า เหลือเพียงสองทางเลือกคือการขอให้ศาลสูงสุดสหรัฐฯ (US Supreme Court) รับพิจารณา หรือการขอพระราชทานอภัยโทษจากประธานาธิบดีทรัมป์ ซึ่งก่อนหน้านี้ SBF ได้ยื่นคำร้องขออภัยโทษจากทรัมป์อย่างเป็นทางการแล้ว
📎 ข่าวที่เกี่ยวข้องจาก Bitcoinaddict.com📎 อ่านเพิ่มเติม (แหล่งภายนอก):
👉 Ex-prosecutor denies promising not to charge FTX executive's partner — Cointelegraph
🔗 อ้างอิงต้นฉบับ: Cointelegraph / ภาพ theblock.co
💬 ความเห็นบรรณาธิการ Bitcoinaddict คดีของมิเชลล์ บอนด์ถือเป็นบทสรุปสุดท้ายของมหากาพย์ทางกฎหมายที่สืบเนื่องมาจากการล่มสลายของ FTX ในปี พ.ศ. 2565 และสะท้อนให้เห็นว่าผลกระทบทางกฎหมายของวิกฤตครั้งนั้นยังคงขยายวงกว้างออกไปจนถึงวันนี้ การที่ศาลอุทธรณ์ปฏิเสธคำร้องของ SBF อย่างเป็นทางการยิ่งตอกย้ำว่าระบบยุติธรรมสหรัฐฯ มองคดีนี้อย่างจริงจังและไม่มีทางลัดสำหรับผู้กระทำความผิดระดับนี้ แม้จะหวังพึ่งอำนาจพิเศษทางการเมืองก็ตาม น่าจับตามองอย่างยิ่งว่าเดือนพฤศจิกายนที่จะถึงนี้จะนำบทพิสูจน์อะไรมาให้วงการคริปโตโลกอีกครั้ง
🏷️ Tags / คีย์เวิร์ด SEO: มิเชลล์ บอนด์, Michelle Bond, FTX คดีอาญา, Ryan Salame, Sam Bankman-Fried, SBF อุทธรณ์, เงินบริจาคหาเสียงผิดกฎหมาย, FTX ล่มสลาย, คดี FTX 2569
— รายงานโดยทีมข่าว Bitcoinaddict.com