
Ledger บอกเป็นความเสี่ยงของทั้งวงการ แต่ Tangem ใช้เหตุนี้ชูจุดขาย ส่วน Trezor กับ OneKey ตัดตัวแทนจำหน่าย
หลังเหตุเครื่อง Ledger ถูกฝังชิ้นส่วนแปลกปลอมจนผู้ใช้ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เสียเงิน Pascal Gauthier ซีอีโอของ Ledger ผู้ผลิตกระเป๋าคริปโตแบบฮาร์ดแวร์ (Hardware Wallet) สัญชาติฝรั่งเศส โพสต์บน X เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2569 ว่า การดัดแปลงเครื่องระหว่างทางในสายการจัดจำหน่ายเป็นความเสี่ยงของทั้งวงการ และชวนผู้ผลิตรายอื่นมาร่วมกันหาวิธีป้องกัน แต่ช่วงเดียวกัน ผู้ผลิตคู่แข่งบางรายใช้เหตุนี้ชูจุดขายของตัวเอง เช่น Tangem เขียนบล็อกว่ากระเป๋าที่เรียบง่ายกว่าแอบใส่ของได้ยากกว่า บนหน้าที่มีแถบโค้ดลดราคา 30% ขณะที่ Trezor และ OneKey เลือกตัดตัวแทนจำหน่ายและรื้อระบบตัวแทนของตัวเอง
ฝั่งคนดังในวงการ Changpeng Zhao หรือ CZ ผู้ก่อตั้ง Binance โพสต์เตือนผู้ใช้ Ledger ตั้งแต่ 9 ตุลาคม และอีกวันต่อมาก็เปิดเผยเองว่า YZi Labs ลงทุนในผู้ผลิตกระเป๋าฮาร์ดแวร์คู่แข่งของ Ledger 2 ราย
Ledger: ความเสี่ยงของทั้งวงการ
เหตุครั้งนี้เริ่มจาก CryptoBilis ตัวแทนจำหน่ายในอินโดนีเซีย มาเลเซีย และฟิลิปปินส์ Ledger ยืนยันว่าเครื่องที่ขายผ่านร้านนี้อย่างน้อย 1 เครื่องมีชิ้นส่วนแปลกปลอมถูกฝังไว้ข้างใน ในโพสต์วันที่ 13 ตุลาคม เวลา 13.46 น. ตามเวลาไทย Gauthier ระบุว่า กรณีเงินหายทุกกรณีที่ยืนยันแล้วเกี่ยวกับเครื่องที่ขายผ่าน CryptoBilis และยังไม่มีสัญญาณว่าระบบหรือบริการของ Ledger ถูกเจาะ ก่อนจะเขียนว่า
"การดัดแปลงเครื่องในสายการจัดจำหน่ายเป็นความเสี่ยงของทั้งวงการ บริษัทกำลังทบทวนมาตรการควบคุมทั้งช่องทางขายตรงและตัวแทนจำหน่าย"
Pascal Gauthier ซีอีโอ Ledger บน X 13 ต.ค. 2569 ต้นฉบับ "Physical supply chain tampering is a risk for the whole industry. We are reviewing the controls that apply to our direct sales and to resellers"
Charles Guillemet ซีทีโอของ Ledger โพสต์ในวันเดียวกันว่า บริษัทเชิญนักวิจัยและผู้ผลิตรายอื่นมาร่วมกันพัฒนาวิธีตรวจจับการแกะเครื่องและการติดตามเส้นทางสินค้า
คู่แข่งที่ใช้เหตุนี้ชูจุดขาย
Tangem ผู้ผลิตกระเป๋าฮาร์ดแวร์แบบบัตร ลงบล็อกเมื่อวันที่ 9 ตุลาคม ซึ่งเป็นวันเดียวกับที่ Ledger เริ่มประกาศสอบสวน ในหัวเรื่อง "Ledger Cryptobilis Incident: How Complexity Creates Security Risks" (เหตุ Ledger CryptoBilis: ความซับซ้อนสร้างความเสี่ยงอย่างไร) โปรยว่า กระเป๋ายิ่งเรียบง่ายก็ยิ่งยัดของอื่นเข้าไปข้างในได้ยาก และเขียนว่าชิปของ Tangem ไม่รับการอัปเดตเฟิร์มแวร์ จึงไม่มีช่องให้แอบใส่โค้ด บนหน้าเดียวกันมีแถบโฆษณา "Switch to seedless. 30% off with SWITCH30 until 15 Oct" หรือชวนย้ายมาใช้กระเป๋าแบบไม่มีชุดคำกู้คืน ลด 30% ด้วยโค้ด SWITCH30 ถึง 15 ตุลาคม แต่ยังยืนยันไม่ได้ว่าแคมเปญนี้เปิดเพราะเหตุ Ledger หรือเป็นแคมเปญที่มีอยู่ก่อนแล้ว
ภาพ: หน้าบล็อก Tangem แคปโดยทีมข่าว Bitcoin Addict วันที่ 14 ต.ค. 2569
อีกรายคือ Zach Herbert จาก Foundation ผู้ผลิตกระเป๋าฮาร์ดแวร์ Passport ในสหรัฐฯ โพสต์บน X เมื่อวันที่ 10 ตุลาคมว่า กระเป๋าฮาร์ดแวร์จำนวนมากผลิตในจีนหรือเอเชีย Ledger ใช้ Foxconn ผลิต และบางแบรนด์อย่าง Keystone กับ OneKey เป็นบริษัทเอเชีย ส่วน Foundation จะผลิตในประเทศเสมอ โพสต์นี้โควตข่าวที่ Palmer Luckey ผู้ก่อตั้ง Oculus เล่าว่าบริษัทของเขาเคยเจออุปกรณ์สอดแนมซ่อนอยู่ในสินค้าตัวอย่างจากโรงงานจีน ข้อสังเกตคือ หลักฐานที่ Ledger เปิดเผยจนถึงตอนนี้ชี้ไปที่เครื่องที่ผ่านมือตัวแทนจำหน่าย ยังไม่มีข้อมูลว่าชิ้นส่วนถูกใส่ตั้งแต่ในโรงงาน
ไม่ใช่ทุกรายที่เล่นแบบนี้ Ryder ผู้ผลิตกระเป๋าฮาร์ดแวร์อีกราย เขียนบทวิเคราะห์เรื่องชิ้นส่วนที่ฝังใน Ledger เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม โดยเปิดย่อหน้าแรกว่าบริษัทเป็นผู้ผลิตกระเป๋าคู่แข่ง และขอให้ผู้อ่านชั่งน้ำหนักตามนั้น
คู่แข่งที่ตัดตัวแทนจำหน่าย
อีกฝั่งเลือกจัดการช่องทางขายของตัวเอง Trezor ผู้ผลิตกระเป๋าฮาร์ดแวร์จากเช็กเกีย ตอบผู้ใช้บน X เมื่อวันที่ 12 ตุลาคมว่า ยังไม่มีรายงานเครื่อง Trezor ที่ถูกดัดแปลงจาก CryptoBilis และไม่มีสัญญาณว่าเครื่อง Trezor ได้รับผลกระทบ แต่ถอด CryptoBilis ออกจากรายชื่อตัวแทนแล้วเพื่อความรอบคอบ วันต่อมา Danny Sanders ผู้บริหารฝ่ายการค้าของ Trezor โพสต์จดหมายถึงตัวแทนจำหน่ายที่ถูกตัดสิทธิ์ ระบุว่า Trezor จะไม่ส่งสินค้าใหม่ให้อีก แต่ตัวแทนยังขายของที่เหลือได้ถึงวันที่ 1 มกราคม และตัวแทนที่ยังอยู่ต่อจะต้องผ่านการตรวจที่เข้มขึ้น
ภาพ: X / @Dantoshi (13 ต.ค. 2569)
OneKey ผู้ผลิตกระเป๋าฮาร์ดแวร์อีกราย โพสต์เมื่อวันที่ 12 ตุลาคมว่า ยังไม่มีผู้ใช้ OneKey แจ้งเงินหายที่เกี่ยวกับ CryptoBilis แต่ยกเลิกสิทธิ์ตัวแทนของร้านนี้แล้ว หยุดรับตัวแทนใหม่ ตรวจตัวแทนเดิมทุกราย และเปลี่ยนเครื่องให้ฟรีกับคนที่ซื้อ OneKey จาก CryptoBilis ระหว่าง 1 มีนาคม ถึง 12 ตุลาคม 2569 ยื่นขอได้ถึง 31 ธันวาคม 2569 OneKey ยังระบุด้วยว่า CryptoBilis ไม่ได้ขายแค่ Ledger แต่ขาย OneKey, Trezor, Tangem, SafePal, imKey และแบรนด์อื่นด้วย
CZ เตือนผู้ใช้ Ledger แล้วบอกเองว่า YZi Labs ลงทุนในคู่แข่ง
CZ โพสต์เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม เวลา 21.01 น. ตามเวลาไทย ไม่นานหลังบัญชีฝ่ายช่วยเหลือลูกค้าของ Ledger ประกาศสอบสวนเหตุเงินหายของผู้ซื้อผ่าน CryptoBilis โพสต์นี้มีคนดูราว 2.2 ล้านครั้ง
"ระวังไว้ถ้าใช้กระเป๋าฮาร์ดแวร์ Ledger โดยเฉพาะถ้าเพิ่งซื้อมา จากข้อมูลตอนนี้ดูเหมือนเป็นการโจมตีที่ตัวแทนจำหน่ายรายเดียว"
CZ ผู้ก่อตั้ง Binance บน X 9 ต.ค. 2569 ต้นฉบับ "Beware if you use a Ledger hardware wallet, especially if you bought one recently. Based on information so far, it seems to be localized to a supply chain attack with one vendor."
ในโพสต์เดียวกัน CZ เขียนด้วยว่า Ledger เป็นกระเป๋าฮาร์ดแวร์ที่ปลอดภัยและเก่าแก่ที่สุดรายหนึ่งในวงการ และคาดว่าผู้เล่นในระบบนิเวศ BNB และทั้งวงการจะช่วยกันตามเงินคืน
ภาพ: X / @cz_binance (9 ต.ค. 2569)
วันต่อมา CZ โพสต์อีกครั้งว่า เขาไม่ได้ต่อต้านกระเป๋าฮาร์ดแวร์หรือการเก็บเหรียญเอง และเปิดเผยว่า YZi Labs ลงทุนใน OneKey และ SafePal ซึ่งเป็นผู้ผลิตกระเป๋าฮาร์ดแวร์ รวมถึง Trust Wallet ซึ่งเป็นกระเป๋าบนมือถือ YZi Labs คือบริษัทลงทุนที่เปลี่ยนชื่อมาจาก Binance Labs เมื่อเดือนมกราคม 2568 และ The Block รายงานว่า CZ เข้าไปมีบทบาทในการลงทุนของบริษัทโดยตรง
ภาพ: X / @cz_binance (10 ต.ค. 2569)
เสียงอื่นในวงการ: ปัญหาของกระเป๋าทุกยี่ห้อ และคนที่ย้ายไปถือ ETF
Adam Back ซีอีโอของ Blockstream ผู้ผลิตกระเป๋าฮาร์ดแวร์ Jade โพสต์เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม ชี้กลับไปที่ข้อสังเกตเก่าของตัวเองเมื่อวันที่ 7 สิงหาคม ว่าข้อจำกัดเรื่องภัยคุกคามเป็นปัญหาของกระเป๋าฮาร์ดแวร์ทุกยี่ห้อ เช่น การไม่ต้องดัดแปลงเครื่องเลย แต่สลับเครื่องจริงเป็นเครื่องหน้าตาเหมือนกันที่มีวิทยุส่งข้อมูลออกไป ซึ่งในโพสต์เดิมเขายกตัวอย่าง Ledger, Jade และ Trezor
ส่วน PlanB นักวิเคราะห์เจ้าของโมเดลราคา Stock-to-Flow ซึ่งเคยประกาศย้ายบิทคอยน์ของตัวเองไปถือผ่านกองทุน ETF ตั้งแต่ปี 2568 โพสต์เมื่อวันที่ 12 ตุลาคมว่า หลังปัญหาการสุ่มชุดคำของ Coldcard และเหตุชิ้นส่วนแปลกปลอมใน Ledger เขาไม่เสียใจเลยกับการตัดสินใจนั้น
📎 ข่าวที่เกี่ยวข้องจาก Bitcoinaddict.com:
👉 ไม่ต้องเจาะชิป Ledger ชิ้นส่วนที่ฝังแค่อ่าน 24 คำบนหน้าจอแล้วส่งผ่านเครือข่ายมือถือ
🔗 อ้างอิงต้นฉบับ: Pascal Gauthier บน X และCharles Guillemet บน X (13 ต.ค. 2569), บล็อก Tangem (9 ต.ค. 2569), Zach Herbert บน X (10 ต.ค. 2569), บล็อก Ryder (10 ต.ค. 2569), Trezor บน X (12 ต.ค. 2569), Danny Sanders บน X (13 ต.ค. 2569), OneKey บน X (12 ต.ค. 2569), CZ บน X (9 ต.ค. 2569) และโพสต์ถัดมา (10 ต.ค. 2569), Adam Back บน X (10 ต.ค. 2569), PlanB บน X (12 ต.ค. 2569), The Block (เรื่อง YZi Labs)
💬 ความเห็นบรรณาธิการ Bitcoinaddict
ข้อมูลที่ Ledger และคู่แข่งเปิดเผยเองชี้ไปทางเดียวกันว่า จุดอ่อนของเหตุนี้อยู่ที่เส้นทางสินค้าก่อนถึงมือผู้ซื้อ ไม่ใช่ยี่ห้อใดยี่ห้อหนึ่ง และ CryptoBilis ก็ขายกระเป๋าหลายยี่ห้อ การที่ Trezor และ OneKey รื้อระบบตัวแทนของตัวเองทั้งที่บอกว่ายังไม่พบเครื่องตัวเองถูกดัดแปลง จึงบอกอะไรได้มากกว่าคำโฆษณาว่ายี่ห้อไหนปลอดภัยกว่า สำหรับผู้อ่านในไทยที่กำลังมองหากระเป๋าใหม่ช่วงนี้ ไม่ว่ายี่ห้อไหน ทางที่ปลอดภัยกว่าคือซื้อจากผู้ผลิตโดยตรง เพราะเหตุครั้งนี้ทั้ง CryptoBilis และร้านในสนามบินสิงคโปร์ต่างก็อยู่ในรายชื่อตัวแทนของ Ledger และตั้งค่าเครื่องด้วยชุดคำกู้คืนที่สร้างใหม่ทุกครั้ง ผู้ที่อยากเข้าใจว่าชิ้นส่วนที่ฝังใน Ledger ทำงานยังไง อ่านต่อได้ในข่าวชิ้นส่วนที่อ่าน 24 คำบนหน้าจอ
รายงานโดยทีมข่าว Bitcoinaddict.com