
โจ แกรนด์ เตือนคนทั่วไปตรวจไม่ออกว่าฮาร์ดแวร์วอลเล็ตถูกดัดแปลง แม้ผู้เชี่ยวชาญก็ไม่ได้ไล่ตรวจทุกเครื่อง
โจ แกรนด์ (Joe Grand) นักวิจัยด้านความปลอดภัยฮาร์ดแวร์ ให้สัมภาษณ์ Cointelegraph เมื่อวันอังคารที่ 13 ตุลาคม 2569 ว่าเจ้าของคริปโตทั่วไปไม่สามารถคาดหวังให้ตรวจพบการดัดแปลงที่ซับซ้อนบนฮาร์ดแวร์วอลเล็ตได้จริง แม้แต่ผู้เชี่ยวชาญก็ไม่ได้ไล่ตรวจทุกเครื่อง เรื่องนี้ถูกยกขึ้นมาหลังเหตุ Ledger ที่ชิ้นส่วนแอบฝังในเครื่องจากตัวแทนจำหน่ายที่ได้รับอนุญาตถูกใช้ดักข้อมูล และทำให้คำถามเรื่องความน่าเชื่อถือของห่วงโซ่อุปทานก่อนเครื่องถึงมือผู้ซื้อกลับมาเป็นประเด็นอีกครั้ง ทีมข่าวอ่านรายงานของ Cointelegraph แล้ว และเทียบกับรายงานของ Kim Zetter ที่เกี่ยวข้อง
"แม้แต่คนด้านเทคนิคอย่างผมก็ไม่ได้ไล่ตรวจทุกเครื่องว่าถูกดัดแปลงหรือไม่"
ใครพูดอะไรในรายงานนี้
- โจ แกรนด์: เชี่ยวชาญความปลอดภัยฮาร์ดแวร์ เคยช่วยกู้คริปโตจากวอลเล็ตที่ถูกล็อก และพัฒนาเทคนิคดึงข้อมูลจากชิปหน่วยความจำของวอลเล็ต Trezor และ KeepKey เขาบอกว่าอธิบายให้คนทั่วไปรู้ว่าควรมองเครื่องอย่างไร "ยากมาก"
- Mati Greenspan นักวิเคราะห์คริปโต: บอกว่าไม่เคยใช้ฮาร์ดแวร์วอลเล็ตตั้งแต่เข้าวงการปี 2556 เพราะการซื้ออุปกรณ์คือการเพิ่ม "ห่วงโซ่ของความไว้วางใจ" ตั้งแต่ผู้ผลิต ผู้จัดจำหน่าย ไปจนถึงคนที่จับเครื่องก่อนถึงมือผู้ซื้อ
- Nick Neuman ซีอีโอ Casa: บอกว่าหลีกเลี่ยงการไว้วางใจบุคคลที่สามทั้งหมดไม่ได้ และแนะนำให้กระจายความเสี่ยงไปหลายผู้ให้บริการ ไม่พึ่งรายเดียว
- โฆษก Trezor: ระบุว่าอุปกรณ์ผ่านการตรวจความแท้และรับเฉพาะเฟิร์มแวร์ที่ลงนาม แต่ยอมรับว่ามาตรการเหล่านี้ตัดความเสี่ยงการดัดแปลงทางกายภาพออกไม่ได้ การตรวจซีลและรอยบนเครื่อง "ไม่เพียงพอที่จะรับประกัน" ว่าไม่ถูกแก้ไข และบอกว่ายังไม่เคยเห็นการโจมตีแบบเดียวกับ Ledger บนเครื่องของตน
ข้อเสนอด้านการออกแบบเครื่อง
แกรนด์เสนอให้ผู้ผลิตปรับดีไซน์ เช่น ตัวเครื่องโปร่งใสให้เห็นชิ้นส่วนภายใน หรือเปลือกที่ป้องกันการแกะ ซึ่งจะทำให้ผู้โจมตีต้องสร้างตัวเครื่องใหม่ทั้งชิ้นเพื่อซ่อนการดัดแปลง และอ้างคำแนะนำด้านการออกแบบกันการแกะของวิศวกรอิเล็กทรอนิกส์ Dave Jones เขาย้ำว่าวิธีเหล่านี้ทำให้การโจมตีห่วงโซ่อุปทานยากขึ้น แต่ไม่ได้ทำให้ความเสี่ยงหมดไป
ข้อมูลที่รายงานของ Cointelegraph ไม่ได้พูดถึง
Kim Zetter นักข่าวสืบสวนด้านความปลอดภัยไซเบอร์ เผยแพร่รายงานเมื่อ 13 ตุลาคมว่า แกรนด์ซึ่งเป็นคนเดียวกับที่ให้สัมภาษณ์ในข่าวนี้ บอกเธอว่าเขาพบชิ้นส่วนแอบฝังใน Trezor 2 เครื่อง และแจ้ง Trezor ตั้งแต่ 10 สิงหาคม รายละเอียดตามรายงานของ Zetter มีดังนี้
- เครื่องที่พบคือ Trezor Model T ที่ซื้อผ่าน Facebook Marketplace ในแคนาดาเมื่อปี 2568 และ Trezor One ที่ซื้อจาก TikTok Shop เมื่อเดือนสิงหาคม ทั้งสองรุ่นเลิกขายแล้วแต่ยังได้รับการสนับสนุน
- ผู้ซื้อ Trezor One สงสัยหลังมีเงินราว 50 ดอลลาร์ถูกโอนออก
- กลไกต่างจากกรณี Ledger ตรงที่ผู้โจมตีเปลี่ยนไมโครคอนโทรลเลอร์และลงเฟิร์มแวร์ที่ใช้ชุดคำกู้คืนที่กำหนดไว้ล่วงหน้า ไม่ใช่ดักข้อมูลจากหน้าจอ
- เครื่องทั้งสองขายโดยผู้ขายที่ไม่ได้รับอนุญาต ไม่ใช่ตัวแทนของ Trezor
Zetter ระบุว่า Trezor ตอบแกรนด์เป็นอีเมลเมื่อ 13 สิงหาคมว่าลักษณะคล้ายเครื่องปลอมหรือเครื่องที่ถูกแก้ไขที่พบในตลาดรัสเซียช่วงปี 2565 ถึง 2566 และขอไฟล์ที่แกรนด์ดึงออกมา เธอยังระบุว่าแจ้งขอความเห็นจาก Trezor แล้วและจะอัปเดตเมื่อได้รับคำตอบ ทีมข่าวไม่พบคำตอบจาก Trezor ต่อรายงานนี้ ณ เวลาที่เขียน และยืนยันรายละเอียดของ Zetter เองไม่ได้ ข้อควรระวังคือกรณีนี้เป็นเครื่องจากผู้ขายที่ไม่ได้รับอนุญาตและกลไกต่างจาก Ledger ซึ่งสอดคล้องกับที่โฆษก Trezor บอกว่า "ไม่เคยเห็นการโจมตีรูปแบบนี้" แต่ Zetter มองว่าไม่ตรงกับถ้อยคำของ Trezor เมื่อ 13 ตุลาคมที่ว่าไม่มีหลักฐานแม้ชิ้นเดียวว่าเครื่อง Trezor ถูกเจาะ ตามที่เรารายงานก่อนหน้า ทั้งนี้ยังไม่ทราบว่าถ้อยคำของ Trezor หมายถึงเฉพาะเครื่องที่ขายผ่านช่องทางที่ได้รับอนุญาตหรือไม่
ผู้ซื้อควรทำอย่างไร
- ซื้อตรงจากเว็บไซต์ผู้ผลิต หรือตัวแทนที่ผู้ผลิตระบุไว้ทางการเท่านั้น และหลีกเลี่ยงตลาดออนไลน์ที่ไม่รู้ที่มา
- ตรวจบรรจุภัณฑ์ ซีล และรอยบนเครื่อง แต่ไม่ควรถือว่าเป็นเครื่องยืนยันความปลอดภัย
- ไม่ตั้งค่าหรือใส่เงินในเครื่องที่ดูผิดปกติ และติดต่อฝ่ายสนับสนุนของผู้ผลิตผ่านช่องทางทางการ ซึ่งผู้ผลิตจะไม่ขอ recovery phrase
- พิจารณากระเป๋าแบบหลายลายเซ็น (multisignature) ด้วยเครื่องจากผู้ผลิตต่างราย เพื่อไม่ให้เครื่องที่ถูกดัดแปลงเครื่องเดียวย้ายเงินได้ ตามที่โฆษก Trezor แนะนำ
ทีมข่าวไม่พบรายงานผู้ได้รับผลกระทบในไทย ณ เวลาที่เขียน
📎 ข่าวที่เกี่ยวข้องจาก Bitcoinaddict.com:
เรื่อง Ledger และ Trezor ที่เราเคยรายงานไว้
👉 ไม่ต้องเจาะชิป Ledger ชิ้นส่วนที่ฝังแค่อ่าน 24 คำบนหน้าจอแล้วส่งผ่านเครือข่ายมือถือ
👉 Ledger ขอตัวแทนในไทยและอีก 6 ประเทศ/เขต หยุดขาย ถอดสินค้าออกจากชั้น ระหว่างสอบสวนเครื่องถูกดัดแปลง
🔗 อ้างอิงต้นฉบับ: Cointelegraph (14 ต.ค. 2569), Kim Zetter, Zero Day "Trezor Wallets Also Compromised with Implants" (13 ต.ค. 2569)
💬 ความเห็นบรรณาธิการ Bitcoinaddict
ข้อที่ยืนยันได้คือผู้เชี่ยวชาญที่ให้ความเห็นต่างพูดตรงกันว่าผู้ซื้อทั่วไปตรวจการดัดแปลงขั้นสูงเองไม่ได้ และมาตรการตรวจซีลหรือบรรจุภัณฑ์ไม่ใช่หลักประกัน ส่วนที่ต้องระวังคือไม่ควรอ่านเป็นว่าฮาร์ดแวร์วอลเล็ตทุกยี่ห้อไม่ปลอดภัยหรือไม่ควรใช้ เพราะรายงานทั้งสองเรื่องที่ทีมข่าวอ่านเป็นเครื่องจากตัวแทนหรือผู้ขายเฉพาะกลุ่ม และกลไกต่างกัน สำหรับผู้อ่านไทย ข้อที่ทำได้จริงคือซื้อจากผู้ผลิตโดยตรง ไม่ใส่เงินในเครื่องที่ดูผิดปกติ และกระจายความเสี่ยงด้วยหลายลายเซ็นหรือหลายอุปกรณ์ ทีมข่าวจะติดตามคำตอบของ Trezor ต่อรายงานของ Zetter
เนื้อหานี้เป็นข้อมูลข่าว ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน
— รายงานโดยทีมข่าว Bitcoinaddict.com