Bitcoin Addict - ข่าวสารและบทความคริปโต

JPMorgan เตือน Strategy ต้องเร่งเติมเงินสดสำรองใหม่ เพื่อฟื้นความเชื่อมั่นนักลงทุน หลังขาย Bitcoin 32 เหรียญ
08 June 2026ข่าวคริปโตโดย Rawiwarn Owattasanee

JPMorgan เตือน Strategy ต้องเร่งเติมเงินสดสำรองใหม่ เพื่อฟื้นความเชื่อมั่นนักลงทุน หลังขาย Bitcoin 32 เหรียญ

นักวิเคราะห์จาก JPMorgan (เจพีมอร์แกน หนึ่งในธนาคารใหญ่ที่สุดของสหรัฐฯ) ระบุว่า Strategy ของ ไมเคิล เซย์เลอร์ (Michael Saylor) อาจต้องเร่งสร้างเงินสดดอลลาร์สำรองใหม่ เพื่อฟื้นความเชื่อมั่นนักลงทุนและลดความกังวลว่าบริษัทจะถูกบังคับขาย Bitcoin เพิ่ม หลังจากการตัดสินใจขาย BTC จำนวน 32 เหรียญที่ผ่านมา "สร้างความตื่นตระหนก" ให้ตลาด พูดง่ายๆ ก็คือ ธนาคารใหญ่บนวอลล์สตรีทเริ่มปรับมุมมองต่อสินทรัพย์ดิจิทัลเป็น "ระมัดระวัง" แล้วในรอบนี้

 

🔍 JPMorgan ชี้เงินสดสำรอง Strategy ครอบคลุมเงินปันผลแค่ 6.3 เดือน

 

ในรายงานชื่อ Alternative Investments Outlook and Strategy ฉบับล่าสุดเผยแพร่เมื่อวันศุกร์ ทีมนักวิเคราะห์ของ JPMorgan ที่นำโดย นิโคลาออส ปานิเกียร์ทโซโกลู (Nikolaos Panigirtzoglou) กรรมการผู้จัดการของธนาคาร ระบุว่าการที่ Strategy (ชื่อเดิมคือ MicroStrategy) ตัดสินใจขาย Bitcoin จำนวน 32 เหรียญในช่วงที่ผ่านมา แม้จะเป็นการขายแบบ "เชิงสัญลักษณ์และโดยสมัครใจ" เพื่อแสดงให้ผู้ถือหุ้นบุริมสิทธิ์ (Preferred Stockholders — ผู้ถือหุ้นประเภทที่ได้รับเงินปันผลก่อนหุ้นสามัญ) เห็นว่าบริษัทมีความยืดหยุ่นในการบริหาร แต่ก็ "สร้างความตื่นตระหนก" ในตลาดอยู่ดี

 

นักวิเคราะห์ยังระบุเพิ่มเติมว่า เงินสดดอลลาร์สำรองปัจจุบันของ Strategy ครอบคลุมการจ่ายเงินปันผลได้เพียงประมาณ 6.3 เดือน ซึ่งยิ่งเพิ่มความกังวลให้กับนักลงทุน

 

"ในความเห็นของเรา การกลับมาสร้างเงินสดสำรองดอลลาร์ของบริษัทใหม่ อาจมีความจำเป็นเพื่อฟื้นความเชื่อมั่น และลดความกังวลของนักลงทุนว่าบริษัทอาจต้องขาย Bitcoin เพิ่มเติมเพื่อจ่ายเงินปันผล" — ทีมนักวิเคราะห์ JPMorgan

 

ก่อนหน้านี้ในเดือนธันวาคม Strategy ได้จัดตั้งเงินสดสำรองดอลลาร์มูลค่า 1.44 พันล้านดอลลาร์ (ประมาณ 47,440 ล้านบาท ที่อัตราแลกเปลี่ยน 32.94 บาท/ดอลลาร์) เพื่อรองรับการจ่ายเงินปันผลของหุ้นบุริมสิทธิ์ และดอกเบี้ยของหุ้นกู้คงค้าง

 

💰 Saylor ส่งสัญญาณซื้อเพิ่ม แม้ขาดทุนทางบัญชีกว่า 1.15 หมื่นล้านดอลลาร์

 

ขณะเดียวกัน เซย์เลอร์ ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานบริหารของ Strategy กลับโพสต์บน X ส่งสัญญาณเข้าซื้อ BTC รอบใหม่ด้วยข้อความว่า "A good time to add more dots" (เวลาเหมาะที่จะเพิ่มจุดอีก — หมายถึงจุดสะสม BTC ในกราฟผลตอบแทนของบริษัท)

 

ปัจจุบัน Strategy ถือครอง Bitcoin จำนวน 843,706 BTC ที่ต้นทุนเฉลี่ย 75,699 ดอลลาร์ต่อเหรียญ ขณะที่ราคา Bitcoin ในปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 62,000 ดอลลาร์ คิดเป็น ขาดทุนทางบัญชี (Paper Loss — ขาดทุนที่ยังไม่ได้รับรู้จริงเพราะยังไม่ขาย) ประมาณ 1.15 หมื่นล้านดอลลาร์ หรือราว 378,810 ล้านบาท

 

📈 คาดปี 2026 Strategy ทุ่มซื้อ BTC สูงสุดเป็นประวัติการณ์ 3.2 หมื่นล้านดอลลาร์

 

นักวิเคราะห์ JPMorgan คาดว่า Strategy จะยังคงเดินหน้าซื้อ Bitcoin ต่อเนื่อง โดยหากบริษัทรักษาอัตราการซื้อเท่ากับช่วงต้นปีจนถึงปัจจุบัน จะหมายถึงการซื้อ Bitcoin มูลค่ารวมประมาณ 3.2 หมื่นล้านดอลลาร์ (ราว 1.05 ล้านล้านบาท) ในปี 2026 (พ.ศ. 2569) เทียบกับประมาณ 2.2 หมื่นล้านดอลลาร์ (ราว 724,680 ล้านบาท) ในปี 2025 และ 2024 ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการปรับเพิ่มประมาณการจาก 3 หมื่นล้านดอลลาร์ที่เคยคาดไว้เมื่อเดือนที่แล้ว

 

⚖️ JPMorgan หั่นโอกาส Clarity Act ผ่านสภาปีนี้เหลือไม่ถึง 50%

 

อีกประเด็นสำคัญในรายงานคือ JPMorgan ระบุว่าโอกาสที่กฎหมายโครงสร้างตลาดคริปโต หรือ Clarity Act (กฎหมายกำหนดกรอบกำกับดูแลสินทรัพย์ดิจิทัลของสหรัฐฯ ที่จะแบ่งอำนาจกำกับดูแลระหว่าง SEC และ CFTC ให้ชัดเจน) จะผ่านความเห็นชอบในปีนี้ "ต่ำกว่า 50%" จากเดิมที่เคยมองในแง่ดีกว่านั้น

 

่อนหน้านี้ในรายงานเดือนกุมภาพันธ์ ทีมนักวิเคราะห์ยังคงให้น้ำหนัก "Overweight" และมุมมอง "เชิงบวก" ต่อสินทรัพย์ดิจิทัลในปี 2026 โดยคาดว่ากระแสเงินทุนจากสถาบันการเงินจะเพิ่มขึ้น แต่ในรอบล่าสุดได้ปรับท่าทีเป็น "ระมัดระวัง" หลังเห็นปัจจัยลบหลายด้าน

 

⛏️ ต้นทุนการขุด Bitcoin ที่ $87,000 ทำหน้าที่เป็น "พื้นรองรับราคา"

 

นักวิเคราะห์ยังชี้ว่า Bitcoin ส่วนใหญ่ของปีนี้ซื้อขายต่ำกว่าต้นทุนการผลิตที่ประมาณการไวซึ่งเป็นอีกปัจจัยที่ทำให้ JPMorgan ระมัดระวังมากขึ้น โดยประมาณการต้นทุนการผลิต Bitcoin หลักของพวกเขา:

 

  • ต้นปี 2026: ประมาณ 90,000 ดอลลาร์
  • กลางปี: ลดลงเหลือ 77,000 ดอลลาร์ ตามอัตรา Hashrate (กำลังขุดรวม) และความยากในการขุดที่ลดลง
  • ปัจจุบัน: กลับขึ้นมาประมาณ 87,000 ดอลลาร์

 

ในอดีต้นทุนการผลิต Bitcoin มักทำหน้าที่เป็น "พื้นรองรับนุ่ม" (Soft Floor — แนวรับเชิงเทคนิคที่ราคามักไม่ทะลุลงไป) สำหรับราคา BTC

 

💸 กระแสเงินไหลเข้าสินทรัพย์ดิจิทัลปีนี้ลดลงครึ่งหนึ่งจากปี 2025

 

นักวิเคราะห์ประมาณการว่ากระแสเงินไหลเข้าสินทรัพย์ดิจิทัลรวมตั้งแต่ต้นปีอยู่ที่ประมาณ 2.2 หมื่นล้านดอลลาร์ (ราว 724,680 ล้านบาท) หากปรับเป็นรายปีจะอยู่ที่ประมาณ 5.2 หมื่นล้านดอลลาร์ (ราว 1.71 ล้านล้านบาท) ซึ่งเป็นเพียงครึ่งหนึ่งของระดับที่เห็นในปี 2025

 

ตัวเลขนี้รวมกระแสเงินจากกองทุนคริปโต สถานะใน CME Futures การระดมทุน Venture Capital ของบริษัทคริปโต และการซื้อ Bitcoin โดยบริษัทที่ใช้คริปโตเป็นเงินสำรอ(Crypto Treasury Companies) รวมถึงการซื้อของ Strategy ด้วย

 

🔮 มองตลาดอ่อนแรงเป็น "สัญญาณ Bullish เชิงสวนทาง"

 

แม้จะปรับมุมมองเป็น "ระมัดระวัง" แต่ JPMorgan ก็ระบุว่า ความเชื่อมั่นที่อ่อนแอในตลาดคริปโตขณะนี้ อาจกลายเป็น "สัญญาณ Bullish Contrarian" (สัญญาณซื้อแบบสวนทางตลาด — เมื่อทุกคนกลัว มักเป็นจังหวะที่ตลาดเริ่มกลับตัวขึ้น) สำหรับช่วงต่อจากนี้

 

อย่างไรก็ตาม ภาพครึ่งหลังของปีจะเป็นบวกได้ต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไข 2 ข้อ คือ:

 

  1. Strategy ต้องชี้แจงกลยุทธ์ในการจ่ายเงินปันผล 1.7 พันล้านดอลลาร์ต่อปี (ราว 56,000 ล้านบาท) ให้ชัดเจน
  2. Clarity Act ต้องผ่านความเห็นชอบในรัฐสภาสหรัฐฯ

 

นักวิเคราะห์ยังเสริมว่า ขณะที่ "Debasement Trade" (กลยุทธ์ลงทุนสินทรัพย์ที่ป้องกันการเสื่อมค่าของเงินเฟียต) กำลังเย็นลง ความเสี่ยงด้านความปลอดภัยและการเติบโตที่น่าผิดหวังก็ยังคงเป็นข้อจำกัดสำคัญที่ทำให้ DeFi (การเงินแบบกระจายศูนย์) ไม่น่าสนใจสำหรับสถาบัน รวมถึง Ethereum และ Altcoins อื่นๆ ก็ไม่น่าจะ Outperform Bitcoin ได้อย่างมีนัยสำคัญ หากไม่มีกิจกรรมบนเครือข่ายและการใช้งานจริงเพิ่มขึ้น

 

📎 ข่าวที่เกี่ยวข้องจาก Bitcoinaddict.com เหตุการณ์นี้สืบเนื่องจากที่เราเคยรายงานไว้ก่อนหน้านี้
👉 นักวิเคราะห์เตือน! การกว้านซื้อ BTC ของ Strategy เสี่ยงสร้างความเปราะบางใหม่ให้ตลาด
👉 Michael Saylor ส่งสัญญาณ Strategy เตรียมซื้อ Bitcoin เพิ่ม หลังราคาย่อตัว
👉  Strategy ฟาดกำไร Bitcoin Q2 กว่า $13,000 ล้าน แต่ธุรกิจซอฟต์แวร์แทบไม่โต
👉  ทรัมป์ลั่น CLARITY Act คือเกราะ "กันอนาคต" ปกป้องคริปโตจากรัฐบาลชุดหน้า
🔗 อ้างอิงต้นฉบับ: The Block

 

💬 ความเห็นบรรณาธิการ Bitcoinaddict มุมมองของ JPMorgan สะท้อนแรงกดดันที่ตลาดเริ่มจับตา Strategy อย่างใกล้ชิด ในฐานะ "ผู้ถือ Bitcoin ระดับองค์กรรายใหญ่ที่สุดของโลก" ซึ่งการบริหารกระแสเงินสดดอลลาร์เพื่อรองรับเงินปันผลของหุ้นบุริมสิทธิ์ กลายเป็นโจทย์ที่ละเอียดอ่อนกว่าการเข้าซื้อ BTC อย่างต่อเนื่อง ที่น่าสนใจคือแม้ JPMorgan จะปรับมุมมองเป็นระมัดระวัง แต่ก็ยังเปิดช่องว่าความเชื่อมั่นที่อ่อนแอในปัจจุบันอาจเป็น "สัญญาณสวนทาง" ได้เช่นกัน นักลงทุนจึงควรติดตามทั้งความเคลื่อนไหวของ Clarity Act และกลยุทธ์การจัดการเงินสดของ Strategy ในช่วงครึ่งหลังของปี 2026 อย่างใกล้ชิด

 

🏷️ Tags / คีย์เวิร์ด SEO JPMorgan, Strategy, MicroStrategy, Michael Saylor, Bitcoin Treasury, Clarity Act, Preferred Stock, เงินสดสำรอง

— รายงานโดยทีมข่าว Bitcoinaddict.com

ข้อมูลในบทความนี้เป็นการรายงานข่าวเพื่อให้ข้อมูลเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำในการลงทุน การลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลมีความเสี่ยงสูง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลและประเมินความเสี่ยงด้วยตนเองก่อนตัดสินใจลงทุน