ตลาดจับตา! บันทึกประชุม Fed คืนนี้ อาจชี้ชะตาการฟื้นตัว 11% ของ Bitcoin
ธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือ Fed (Federal Reserve — หน่วยงานกำหนดนโยบายการเงินของสหรัฐฯ) เตรียมเผยแพร่บันทึกการประชุม FOMC (Federal Open Market Committee — คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของ Fed) ประจำวันที่ 16-17 มิถุนายน พ.ศ. 2569 ในวันพุธนี้ เวลา 14.00 น. ตามเขตเวลาสหรัฐฯ ฝั่งตะวันออก พูดง่ายๆ ก็คือ เอกสารฉบับนี้จะเป็นตัวชี้วัดว่าการฟื้นตัวเกือบ 11% ของ Bitcoin (BTC) ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา มีพื้นฐานรองรับจริงหรือเป็นเพียงการเก็งกำไรเกินจริง เนื่องจากเป็นบันทึกฉบับแรกที่เปิดเผยมุมมองภายในของคณะกรรมการ ภายใต้การนำของประธาน Fed คนใหม่ เควิน วอร์ช (Kevin Warsh)
📉 Bitcoin ตีความ Fed ก่อนเห็นเหตุผลจริง
ราคา Bitcoin เคลื่อนไหวอยู่ที่ราว $64,000 (ประมาณ 2.13 ล้านบาท ที่อัตราแลกเปลี่ยน 33.25 บาทต่อดอลลาร์ จาก Trading Economics ณ วันที่ 7 กรกฎาคม 2569) ในวันอังคารที่ผ่านมา เพิ่มขึ้นเกือบ 11% จากจุดต่ำสุดในรอบ 21 เดือนที่ระดับต่ำกว่า $58,000 (ประมาณ 1.93 ล้านบาท) ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม โดยในวันจันทร์ที่ผ่านมา ราคาแกว่งตัวรุนแรงกว่า $3,400 ระหว่างระดับ $61,250 ถึง $64,659 (ประมาณ 2.04-2.15 ล้านบาท)
แรงหนุนของการฟื้นตัวครั้งนี้เริ่มจากรายงานตัวเลขการจ้างงานสหรัฐฯ เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ซึ่งพบว่ามีการจ้างงานเพิ่มขึ้นเพียง 57,000 ตำแหน่งในเดือนมิถุนายน คิดเป็นเพียงราวครึ่งหนึ่งของตัวเลขที่นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ไว้ ตัวเลขจ้างงานที่อ่อนแอกว่าคาดทำให้นักลงทุนลดการคาดการณ์เรื่องการขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติม ส่งผลให้ Bitcoin ปรับตัวขึ้นพร้อมกับทองคำและตลาดหุ้น
ทั้งนี้ การประชุมเดือนมิถุนายนที่ผ่านมาแทบไม่ได้ให้สัญญาณบวกกับตลาดคริปโตเลย โดยคณะกรรมการมีมติคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ 3.50%-3.75% ตัดถ้อยคำที่เคยส่งสัญญาณเรื่องการลดดอกเบี้ยในเร็วๆ นี้ออกไป และปรับประมาณการค่ากลางสำหรับปี 2569 ไปในทิศทางที่มีโอกาสขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มอย่างน้อย 1 ครั้ง ส่งผลให้ Bitcoin ไหลลงต่อเนื่องในช่วง 2 สัปดาห์หลังจากนั้น ขณะที่ตลาดปรับราคารับนโยบายที่ตึงตัวยาวนานขึ้น
อย่างไรก็ตาม รายงานตัวเลขจ้างงานได้เปลี่ยนภาพไป โดยนอกจากตัวเลขที่พลาดเป้าแล้ว สำนักสถิติแรงงานสหรัฐฯ หรือ BLS (Bureau of Labor Statistics) ยังปรับลดตัวเลขจ้างงานเดือนเมษายนและพฤษภาคมรวมกันลงถึง 74,000 ตำแหน่ง ส่วนอัตราการว่างงานที่ลดลงเหลือ 4.2% ก็เกิดจากการที่มีผู้คนออกจากตลาดแรงงานราว 720,000 คน ฉุดอัตราการมีส่วนร่วมในกำลังแรงงานลงเหลือ 61.5%
นักลงทุนตอบสนองด้วยการเลื่อนเวลาที่คาดว่า Fed จะขึ้นดอกเบี้ยออกไป โดยเครื่องมือ CME FedWatch (เครื่องมือคาดการณ์ทิศทางดอกเบี้ยจากราคาสัญญาซื้อขายล่วงหน้า) ล่าสุดชี้ว่ามีโอกาสราว 76% ที่ Fed จะคงดอกเบี้ยไว้ในการประชุมวันที่ 28-29 กรกฎาคม และมีโอกาสราว 40% ที่จะขึ้นดอกเบี้ยภายในเดือนธันวาคม
หากบันทึกการประชุมที่จะเปิดเผยในวันพุธนี้แสดงให้เห็นว่าคณะกรรมการเริ่มกังวลเรื่องตลาดแรงงานที่อ่อนแอ ความตึงตัวด้านสินเชื่อ หรือความเสี่ยงจากการคุมเข้มนโยบายมากเกินไปตั้งแต่ตอนนั้น มุมมองเชิงผ่อนคลายของตลาดในตอนนี้ก็จะได้รับการสนับสนุนเพิ่มเติม และการฟื้นตัวของราคาจะมีพื้นฐานรองรับที่ชัดเจนขึ้น
แต่ถ้าการหารือภายในเน้นไปที่เงินเฟ้อที่ยังเหนียวแน่นและเงื่อนไขสำหรับการขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติม ตามที่ เควิน วอร์ช สื่อสารต่อสาธารณะ การฟื้นตัวครั้งนี้ก็อาจสูญเสียเสาหลักไป เนื่องจาก Bitcoin ได้ปรับราคารับข่าวดีไปมากพอสมควรแล้ว บันทึกที่ไม่ผ่อนคลายเท่าที่ตลาดคาดหวังก็เพียงพอที่จะกดดันราคาได้ โดยเฉพาะเมื่อการฟื้นตัวรอบนี้เกิดขึ้นก่อนที่จะมีข้อมูลยืนยันจริง
💰 กระแสเงิน ETF กลับมา 1 วัน กับ Supply ใหม่ 49,000 BTC
จากฝั่งกองทุน ETF Spot Bitcoin (กองทุนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ที่ถือครอง Bitcoin จริง) ในสหรัฐฯ ก็สะท้อนความเปราะบางในลักษณะเดียวกัน โดยกองทุนเหล่านี้มีเงินไหลเข้าสุทธิ $223 ล้าน (ประมาณ 7,414 ล้านบาท) ในวันพฤหัสบดี ซึ่งเป็นยอดไหลเข้ารายวันสูงสุดนับตั้งแต่เดือนพฤษภาคม และเป็นการยุติสถิติเงินไหลออกต่อเนื่อง 10 วัน ที่ดึงเงินออกไปรวม $2.73 พันล้าน (ประมาณ 90,772 ล้านบาท)
การไหลเข้าเพียงวันเดียวช่วยหยุดเลือดไหลได้ แต่ยังไม่สามารถพลิกกลับทิศทางได้ทั้งหมด เนื่องจากกองทุนเหล่านี้สูญเสียเงินไปแล้วเกือบ $8.5 พันล้าน (ประมาณ 282,625 ล้านบาท) นับตั้งแต่ต้นเดือนพฤษภาคม และความต้องการจากฝั่งสถาบันจำเป็นต้องเห็นวันไหลเข้าต่อเนื่องหลายวัน ก่อนที่การปรับฐานครั้งนี้จะถูกมองว่าเป็นจังหวะเข้าซื้อในสายตาข้อมูลจริง
ข้อมูลบนเครือข่าย (On-chain data) ยังเพิ่มความระมัดระวังอีกชั้น โดยพบว่ามีการฝากเหรียญขนาดใหญ่จากกลุ่มนักลงทุนรายใหญ่ หรือ Whale (นักลงทุนที่ถือครองสินทรัพย์ดิจิทัลในปริมาณมาก) เข้าสู่กระดานเทรดสูงถึงราว 49,000 BTC ในช่วงที่ราคาทวงคืนระดับ $60,000 ได้สำเร็จ ซึ่งเป็นการเพิ่มปริมาณเหรียญที่พร้อมขายออกหากราคาแข็งแกร่งขึ้นหลังบันทึกการประชุมเผยแพร่
ด้านตำแหน่งการซื้อขาย Options (สัญญาสิทธิซื้อขายล่วงหน้า) ก็กระจุกตัวอยู่ในโซนราคาเดียวกัน โดยค่า Dealer Gamma (ตัวชี้วัดแรงกดดันที่ผู้ดูแลสภาพคล่องต้องซื้อขายเพื่อป้องกันความเสี่ยง) กระจุกตัวอยู่ที่ระดับ $60,000 และ $62,000 ซึ่งเป็นระดับที่อาจ "ตรึง" ราคาไว้หรือเร่งให้ราคาเคลื่อนไหวแรงขึ้น ขึ้นอยู่กับทิศทางที่ราคาทะลุออกไป
หากราคายังคงยืนเหนือโซน $62,000 (ประมาณ 2.06 ล้านบาท) ได้หลังบันทึกการประชุมเผยแพร่ การฟื้นตัวครั้งนี้ก็จะยังคงมีความน่าเชื่อถือ และหากราคาสามารถทะลุจุดสูงสุดของวันจันทร์ที่ราว $64,700 (ประมาณ 2.15 ล้านบาท) ได้ ก็จะยิ่งตอกย้ำความแข็งแกร่งมากขึ้น ในทางกลับกัน หากราคาร่วงกลับไปทดสอบระดับ $58,000 อีกครั้ง ก็อาจถูกมองว่าการฟื้นตัวจากตัวเลขจ้างงานครั้งนี้เป็นเพียงการดีดตัวที่ล้มเหลวภายในตลาดหมีที่เริ่มต้นมาตั้งแต่ Bitcoin ทำสถิติสูงสุดตลอดกาลที่ $126,198 (ประมาณ 4.20 ล้านบาท) เมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา
พูดโดยสรุป การฟื้นตัว 11% ของ Bitcoin ในรอบนี้ ถูกสร้างขึ้นบนการคาดเดาว่าเจ้าหน้าที่ Fed พูดอะไรกันไว้เบื้องหลังประตูปิดเมื่อ 3 สัปดาห์ก่อน และบ่ายวันพุธนี้ การคาดเดาจะถูกแทนที่ด้วยบันทึกการประชุมฉบับจริง ซึ่งช่องว่างระหว่างสองสิ่งนี้จะเป็นตัวกำหนดทิศทางราคาต่อไป
📎 ข่าวที่เกี่ยวข้องจาก Bitcoinaddict.com: เหตุการณ์นี้สืบเนื่องจากที่เราเคยรายงานไว้ก่อนหน้านี้เกี่ยวกับความผันผวนของราคา Bitcoin ในช่วงที่ตลาดกำลังรอความชัดเจนจากปัจจัยเศรษฐกิจสหรัฐฯ
👉 Strategy กลับมาซื้อ Bitcoin! กวาด 1,550 BTC หลังดราม่าขาย 32 เหรียญ ดันคลังแตะ 845,256 BTC
👉 CK Cheong เผยขายหุ้นเทค Micron–Intel–AMD–Google บางส่วน เพื่อซื้อ Bitcoin ในโซน Extreme Fear
🔗 อ้างอิงต้นฉบับ: — ทีมข่าวได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงหลักเพิ่มเติมกับ CryptoBriefing, BeInCrypto, Kiplinger และเอกสารแถลงข่าวของธนาคารกลางสหรัฐฯ (federalreserve.gov) / cryptoslate.com
💬 ความเห็นบรรณาธิการ Bitcoinaddict สถานการณ์นี้สะท้อนภาพชัดเจนว่าตลาด Bitcoin ในปัจจุบันยังคงเคลื่อนไหวตามจังหวะของนโยบายการเงินสหรัฐฯ อย่างใกล้ชิด แม้จะมีเรื่องราวเกี่ยวกับการยอมรับในระดับสถาบันมากขึ้นเรื่อยๆ ก็ตาม การที่ราคาฟื้นตัวก่อนเห็นข้อมูลจริงจากบันทึกการประชุม Fed ถือเป็นความเสี่ยงที่นักลงทุนควรตระหนักไว้ อย่างไรก็ตาม หากมองในระยะยาว ปัจจัยพื้นฐานอย่างกระแสเงินทุนจากสถาบันและพัฒนาการด้านกฎระเบียบยังคงเป็นสิ่งที่น่าติดตามต่อไป ทั้งนี้ทุกการตัดสินใจลงทุนควรพิจารณาจากข้อมูลรอบด้านและระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ของแต่ละบุคคล
⚠️ คำเตือนความเสี่ยงในการลงทุน: สินทรัพย์ดิจิทัลมีความผันผวนสูง การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลอย่างรอบด้านก่อนตัดสินใจลงทุน บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน
Tags / คีย์เวิร์ด SEO: Bitcoin, Fed, FOMC Minutes, Kevin Warsh, อัตราดอกเบี้ยสหรัฐฯ, Bitcoin ETF, CME FedWatch, ราคา Bitcoin
— รายงานโดยทีมข่าว Bitcoinaddict.com