แบงก์ชาติจีน (PBOC) สั่งจับตา “Stablecoin-CBDC” ใกล้ชิด หลังบทบาทการชำระเงินข้ามพรมแดนพุ่งทั่วโลก
ธนาคารกลางจีน (People's Bank of China หรือ PBOC — ธนาคารกลางสาธารณรัฐประชาชนจีน) ออกมาส่งสัญญาณเตือนให้ทางการจับตาบทบาทของ Stablecoin (เหรียญดิจิทัลที่ตรึงมูลค่ากับสินทรัพย์อ้างอิง เช่น ดอลลาร์สหรัฐ) ในระบบการชำระเงินระหว่างประเทศอย่างใกล้ชิดยิ่งขึ้น โดยเจ้าหน้าที่ระดับสูงเรียกร้องให้พัฒนากรอบกำกับดูแลและความร่วมมือระหว่างประเทศควบคู่กัน ท่ามกลางบริบทที่มูลค่าตลาด Stablecoin โลกพุ่งแตะ 3.15 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐเป็นครั้งแรกในไตรมาสแรกของปี พ.ศ. 2569
🔍 PBOC ส่งสัญญาณเฝ้าระวัง Stablecoin — เกิดอะไรขึ้น?
หวัง ซิน (Wang Xin) ผู้อำนวยการใหญ่สำนักวิจัยของธนาคารกลางจีน (PBOC) ออกมาเรียกร้องให้ทางการติดตามผลกระทบของ Stablecoin อย่างใกล้ชิด พร้อมกับผลักดันให้มีการปรับปรุงกรอบกฎระเบียบและความร่วมมือในระดับนานาชาติ สอดรับกับรายงานของสำนักข่าว The Paper ฉบับภาษาจีนเมื่อกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา
"เราต้องให้ความสนใจกับประเด็นใหม่หลายอย่าง เช่น คำถามว่า Stablecoin จะมีบทบาทสำคัญมากขึ้นในการชำระเงินข้ามพรมแดนหรือไม่ และกฎระเบียบรวมถึงความร่วมมือระหว่างประเทศควรดำเนินไปอย่างไร" หวัง ซิน กล่าวตามรายงาน
นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ระดับสูงรายนี้ยังแสดงความกังวลต่อสถานการณ์ที่ความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์อาจนำไปสู่การ "นำระบบชำระเงินไปใช้เป็นอาวุธ" (Weaponization of Payments) ซึ่งอาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อธุรกรรมข้ามพรมแดนตามปกติ อย่างไรก็ดี หวัง ซิน ไม่ได้แสดงท่าทีสนับสนุน Stablecoin โดยตรงหรือประกาศการเปลี่ยนแปลงนโยบายใดๆ
📜 บริบทนโยบาย — จีนเดินหน้าสายแข็งมาตั้งแต่ต้นปี
ถ้อยแถลงล่าสุดของ PBOC เกิดขึ้นในช่วงหลายเดือนหลังจากที่ PBOC และหน่วยงานรัฐบาลจีนอีก 7 แห่งออกกฎระเบียบห้ามการออก Stablecoin ที่ตรึงมูลค่ากับเงินหยวน (Renminbi) รวมถึงสินทรัพย์โลกจริงที่แปลงเป็นโทเค็น (Tokenized Real-World Assets — สินทรัพย์ในโลกจริง เช่น อสังหาริมทรัพย์หรือหุ้น ที่ถูกแปลงเป็นโทเค็นบน Blockchain) โดยไม่ได้รับอนุญาต เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา
กฎดังกล่าวครอบคลุมทั้งองค์กรในประเทศและต่างประเทศ รวมถึงหยวนออนชอร์และออฟชอร์ โดยกำหนดให้ผู้ออก Stablecoin ต้องได้รับการอนุมัติจากรัฐบาลก่อน ซึ่งสะท้อนให้เห็นชัดเจนว่าจีนยังคงยึดมั่นในแนวทาง "เงินดิจิทัลควบคุมโดยรัฐ" มากกว่าเปิดรับ Stablecoin ที่ออกโดยเอกชน
นอกเหนือจาก Stablecoin แล้ว หวัง ซิน ยังเรียกร้องให้ติดตามการพัฒนา CBDC (Central Bank Digital Currency — สกุลเงินดิจิทัลที่ออกโดยธนาคารกลาง) ในการชำระเงินข้ามพรมแดนด้วย พร้อมกับผลักดันให้มีความร่วมมือด้านนโยบายระหว่างประเทศที่เข้มแข็งขึ้น
📊 ตลาด Stablecoin โลก — ตัวเลขที่ทำให้จีนต้องหันมาสนใจ
ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ PBOC ต้องออกมาส่งสัญญาณในจังหวะนี้ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของตลาด Stablecoin ในระดับโลก โดยข้อมูลจาก CEX.io ระบุว่าในไตรมาสแรกของปี พ.ศ. 2569 มูลค่าตลาดรวมของ Stablecoin เพิ่มขึ้นประมาณ 8,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แตะระดับ 3.15 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐเป็นครั้งแรก
ยิ่งไปกว่านั้น ปริมาณธุรกรรม Stablecoin ในช่วงไตรมาสเดียวกันทะลุ 28 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็นสัดส่วนราว 75% ของปริมาณซื้อขายคริปโตทั้งหมด อย่างไรก็ตาม CEX.io ประเมินว่าบอท (ระบบซื้อขายอัตโนมัติ) สร้างธุรกรรมคิดเป็นประมาณ 76% ของปริมาณดังกล่าว
📎 ข่าวที่เกี่ยวข้องจาก Bitcoinaddict.com: เหตุการณ์นี้สืบเนื่องจากที่เราเคยรายงานไว้ก่อนหน้าเกี่ยวกับพลวัต Stablecoin และบทบาทของจีนในระบบการเงินดิจิทัล
👉 'Bitcoin' และ 'ดอลลาร์สหรัฐ' คือพันธมิตรที่เกื้อกูลกัน! BPI ชี้โมเดลคล้าย Petrodollar
👉 ทรัมป์ลงนามกฎหมาย GENIUS Act กำหนดกรอบควบคุม Stablecoin ฉบับแรกของสหรัฐฯ
🔗 อ้างอิงต้นฉบับ: Cointelegraph / ภาพ linkedin.com
💬 ความเห็นบรรณาธิการ Bitcoinaddict ท่าทีของ PBOC ในครั้งนี้ฉายภาพความขัดแย้งที่ลึกกว่าแค่เรื่องกฎระเบียบ — จีนต้องการควบคุมระบบการเงินข้ามพรมแดนผ่าน Digital Yuan ของตัวเอง แต่กลับต้องเผชิญกับ Stablecoin ดอลลาร์ที่เติบโตเร็วและแผ่ขยายไปทั่วโลกในอัตราที่ยากจะหยุดยั้ง น่าจับตาว่าแนวทาง "กำกับเข้มแต่ไม่ปิดกั้นโดยสิ้นเชิง" ของ PBOC จะกลายเป็นโมเดลที่ประเทศอื่นในเอเชียนำไปใช้ตามหรือไม่ โดยเฉพาะในบริบทที่กฎหมาย GENIUS Act ของสหรัฐฯ กำลังสร้างมาตรฐานใหม่สำหรับ Stablecoin ระดับโลก
Tags / คีย์เวิร์ด SEO: Stablecoin, PBOC, จีน, การชำระเงินข้ามพรมแดน, CBDC, Digital Yuan, กฎระเบียบคริปโต, ตลาด Stablecoin
— รายงานโดยทีมข่าว Bitcoinaddict.com