ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐอเมริกา ได้ลงนามในร่างกฎหมายสำคัญที่ชื่อว่า Guiding and Establishing National Innovation for U.S. Stablecoins Act (GENIUS Act) ซึ่งถือเป็นกฎหมายฉบับแรกที่กำหนดกรอบกำกับดูแล Stablecoin ของสหรัฐฯ อย่างเป็นทางการ
ในการแถลงข่าวลงนามเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ทรัมป์ระบุว่า “วันนี้เราก้าวไปอีกขั้นสำคัญ เพื่อยืนยันบทบาทของอเมริกาในฐานะผู้นำด้านการเงินโลกและเทคโนโลยีคริปโต” โดยยังแซวด้วยว่า ชื่อกฎหมายนี้ “GENIUS” ตั้งขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแก่เขา
กฎหมาย Stablecoin ฉบับแรกของสหรัฐฯ มีสาระสำคัญอะไรบ้าง?
ร่างกฎหมาย GENIUS Act ได้ผ่านการโหวตในสภาผู้แทนราษฎรของสหรัฐฯ ด้วยคะแนนเสียง 308 ต่อ 122 หลังจากได้รับการอนุมัติจากวุฒิสภาก่อนหน้านี้ โดยกฎหมายมีรายละเอียดที่สำคัญ ดังนี้:
- Stablecoin ทุกตัวต้องมีสินทรัพย์หนุนหลังเต็มจำนวน (Fully Backed) เช่น ดอลลาร์สหรัฐ หรือสินทรัพย์ที่มีสภาพคล่องสูง
- ผู้ออก Stablecoin ที่มีมูลค่าตลาดมากกว่า 50,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ต้องผ่านการตรวจสอบบัญชีประจำปี
- กำหนดแนวทางสำหรับผู้ให้บริการจากต่างประเทศที่จะออก Stablecoin ในสหรัฐฯ
- ห้าม Stablecoin ทุกรูปแบบ (รวมถึงจากต่างประเทศ) ให้ดอกเบี้ยหรือผลตอบแทนแก่ผู้ถือ
วงการคริปโตตอบรับ GENIUS Act อย่างไร?
ทรัมป์ย้ำว่าการลงนามครั้งนี้ถือเป็น "การยอมรับครั้งใหญ่ต่อวงการคริปโต" โดยมีผู้บริหารชื่อดังในวงการเข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง เช่น:
- Paolo Ardoino, CEO ของ Tether
- Brian Armstrong, CEO ของ Coinbase
- Jeremy Allaire, CEO ของ Circle (USDC)
- Nathan McCauley, CEO ของ Anchorage Digital
Jeremy Allaire โพสต์บน X (Twitter) ว่า "กำลังเดินทางไปทำเนียบขาว เพื่อร่วมเป็นสักขีพยานในการลงนามกฎหมาย GENIUS ซึ่งเป็นหนึ่งในกฎหมายที่ปฏิรูประบบการเงินโลกมากที่สุดในรอบหลายสิบปี"
ขณะเดียวกันก็มีเสียงวิพากษ์จากฝ่ายเดโมแครต โดยเฉพาะกรณีของ Stablecoin ที่ดำเนินการโดย World Liberty Financial USD ซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับครอบครัวทรัมป์ โดย Maxine Waters ส.ส.ระดับสูงจากคณะกรรมาธิการด้านการเงิน ออกมาเตือนถึงความเสี่ยงจากผู้ให้บริการต่างชาติที่อาจเป็นภัยต่อความมั่นคงของสหรัฐฯ
ความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของวงการ Stablecoin
GENIUS Act ถือเป็นความพยายามครั้งแรกของสหรัฐฯ ในการจัดระเบียบตลาด Stablecoin ให้โปร่งใสและเป็นทางการมากขึ้น โดยผู้ให้บริการต้องได้รับใบอนุญาตจากหน่วยงานกลาง เช่น:
- กระทรวงการคลังสหรัฐฯ (U.S. Treasury)
- ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Federal Reserve)
- สำนักงานควบคุมกิจการธนาคาร (OCC)
- หน่วยงานดูแลสหภาพเครดิตแห่งชาติ (NCUA)
- สำนักงานประกันเงินฝาก (FDIC)
ผู้ให้บริการรายเล็กที่ออก Stablecoin ไม่เกิน 10,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สามารถเลือกอยู่ภายใต้การกำกับของรัฐแทนได้ หากรัฐนั้นจัดตั้งหน่วยงานดูแล Stablecoin ขึ้นมา
อ้างอิง : theblock.co
ภาพ latimes.com