ค่าความยาก (Difficulty) จ่อปรับร่วงครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ เซ่นพิษราคาดิ่ง
14 June 2026ข่าว Bitcoinโดย Rawiwarn Owattasanee

ค่าความยาก (Difficulty) จ่อปรับร่วงครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ เซ่นพิษราคาดิ่ง

เครือข่าย Bitcoin กำลังจะปรับลดค่าความยากการขุด (Mining Difficulty) ราว 10.3% ในวันที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2569 ซึ่งนับเป็นการปรับลดครั้งใหญ่อันดับ 11 ในประวัติศาสตร์ 17 ปีของเครือข่าย สาเหตุหลักมาจากราคา BTC ที่ร่วงลงเกือบ 30% นับตั้งแต่ต้นปี กดดันให้นักขุดจำนวนมากต้องปิดเครื่องและออกไปจากระบบ ขณะที่ข้อมูลจาก Capriole Investments ระบุว่าราคาตลาดปัจจุบันอยู่แค่จุดคุ้มทุนของต้นทุนการผลิตเฉลี่ยที่ประมาณ 62,650 ดอลลาร์สหรัฐ

 

🔧 การปรับลดครั้งใหญ่อันดับ 11 ในประวัติศาสตร์

 

เครือข่าย Bitcoin มีกลไกปรับค่าความยากการขุดโดยอัตโนมัติทุก 2,016 บล็อก (ราว 2 สัปดาห์) เพื่อรักษาอัตราผลิตบล็อกให้คงอยู่ที่ประมาณ 10 นาทีต่อบล็อก การปรับครั้งนี้ที่บล็อกหมายเลข 953,568 จะดึงค่าความยากลงจาก 138.96 ล้านล้าน สู่ระดับประมาณ 124.25 ล้านล้าน

 

HKh933CW0AAXcYs-2048x1471.jpg
ความยากในการขุด Bitcoin (ที่มา: Galaxy Digital)

 

นับตั้งแต่ต้นปี พ.ศ. 2569 ค่าความยากได้ลดลงจากเกือบ 150 ล้านล้าน มาอยู่ที่ระดับดังกล่าว คิดเป็นการลดลงราว 16% ในช่วง 6 เดือน และเป็นปีที่มีการปรับลดขนาดใหญ่ถึง 3 ครั้งในกลุ่ม Top 20 ในประวัติศาสตร์ ซึ่งหาได้ยากมาก — มีเพียง 3 ปีเท่านั้นที่เคยทำได้ และสถิติสูงสุดตกเป็นของปี ค.ศ. 2011 ที่มีถึง 4 ครั้ง

 

💸 นักขุดยืนอยู่บนเส้นด้ายของจุดคุ้มทุ

 

ต้นตอของแรงกดดันทั้งหมดมาจากราคา BTC ที่ดิ่งลงเกือบ 30% ตั้งแต่ต้นปี และร่วงหนักอีก 15% ในเดือนมิถุนายน จนเหลือกรอบซื้อขายแคบๆ ระหว่าง 62,000–63,000 ดอลลาร์

 

HKWFbCBaoAATBB4-2048x1095.jpg
ต้นทุนการผลิต Bitcoin (ที่มา: Capriole)

 

ชาร์ลส์ เอ็ดเวิร์ดส์ (Charles Edwards) ผู้ก่อตั้ง Capriole Investments (กองทุนสินทรัพย์ดิจิทัลเชิงปริมาณ) ระบุผ่านโพสต์บน X ว่า ต้นทุนการผลิต Bitcoin เฉลี่ยของทั้งอุตสาหกรรมอยู่ที่ประมาณ 62,650 ดอลลาร์ ซึ่งใกล้เคียงกับราคาตลาดปัจจุบันมาก แปลว่า "โดยเฉลี่ยแล้ว นักขุดแทบไม่ได้กำไรเลย"

 

พูดง่ายๆ ก็คือ เครื่องขุดส่วนใหญ่กำลังแบกรับค่าไฟเพื่อไม่ให้ขาดทุน ไม่ใช่เพื่อกำไร

 

📉 รายได้ค่าธรรมเนียมร่วงต่ำสุดในรอบ 6 ปี

 

ปัญหาซ้ำเติมอีกชั้นคือ รายได้จากค่าธรรมเนียมธุรกรรม (Transaction Fees) ในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา ร่วงลงสู่ระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2562 ทำให้นักขุดต้องพึ่งพารางวัลบล็อก (Block Subsidy) เป็นหลัก แต่รางวัลนั้นก็ถูกตัดลงครึ่งหนึ่งไปแล้วจากเหตุการณ์ Halving ในปี พ.ศ. 2567

 

HKbg340aIAAwYAO-2048x1341.jpg
ค่าธรรมเนียมการขุด Bitcoin (ที่มา: Capriole)

 

ท่ามกลางแรงกดดันนีบริษัทขุดในตลาดหุ้นหลายแห่งเริ่มหันเหกำลังคอมพิวเตอร์ไปรับงาน AI Compute Hosting (การให้บริการประมวลผลสำหรับปัญญาประดิษฐ์) แทน เพราะความต้องการด้านนั้นกำลังพุ่งสูง

 

เครื่องขุดรุ่นใหม่ช่วยพยุง Hashrate ไม่ให้ดิ่งหนัก

 

แม้สถานการณ์จะหนัก แต่พลังขุดรวมของเครือข่าย (Hashrate) ยังไม่ร่วงหนักตามราคา — เหตุผลคือผู้ประกอบการรายใหญ่ที่มีทุนหนากำลังเปลี่ยนเครื่องขุดรุ่นเก่าออกอย่างรวดเร็ว

 

ข้อมูลจากแพลตฟอร์ม Braiins ระบุว่าราคาเครื่องขุดมือสองในตลาดร่วงลงถึง 62% ในช่วงหนึ่งปีที่ผ่านมา เปิดโอกาสให้ผู้ที่มีทุนสามารถอัปเกรดได้ในต้นทุนที่ถูกลงมาก

 

ัวอย่างที่ชัดเจน: Antminer S19j Pro รุ่นเก่าทำได้ 104 TH/s (เทราแฮชต่อวินาที) ที่ประสิทธิภาพ 29.5 J/TH (จูลต่อเทราแฮช) ขณะที่ Antminer S21 XP รุ่นใหม่ทำได้ 270 TH/s ที่ 13.5 J/TH หรือหากใช้เฟิร์มแวร์พิเศษสามารถดันขึ้นไปถึง 298 TH/s ที่ 12.2 J/TH — ประหยัดพลังงานต่อหน่วยมากกว่าเครื่องรุ่นเก่าถึง 59%

 

🚨 ตัวชี้วัด On-Chain: เครียดหนัก แต่ยังไม่ถึงขั้น Capitulation

 

นักวิเคราะห์จาก CryptoQuant นาม แอ็กเซล แอดเลอร์ (Axel Adler) ชี้ว่าตัวชี้วัดหลายตัวเข้าสู่โซนเครียดคล้ายกับช่วงหลัง Halving แต่ยังไม่ถึงระดับ Capitulation (การยอมแพ้ขายทิ้ง) อย่างที่เกิดในปี ค.ศ. 2018 และ 2022

 

Puell Multiple (ตัวชี้วัดเปรียบรายรับนักขุดรายวันกับค่าเฉลี่ย 1 ปี) อยู่ที่ราว 0.74 ณ วันที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2569 ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ย แต่ยังห่างจากจุดต่ำสุดในวิกฤตปี ค.ศ. 2022 ที่เคยลงไปถึง 0.45 และ 0.33 ในปี ค.ศ. 2018

 

Price-to-Miner-Revenue Multiple (อัตราส่วนราคา BTC ต่อรายได้นักขุด) อยู่ที่ราว 80 ลดลงจากจุดสูงสุดที่ 160 ในเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2568 หากดิ่งลงไปในช่วง 40–50 จะเป็นสัญญาณ Capitulation ที่ชัดเจนยิ่งขึ้น

 

🔭 บทสรุป: บทพิสูจน์ที่แท้จริงยังอยู่ข้างหน้า

 

การปรับลดความยากที่กำลังจะเกิดขึ้นควรช่วยบรรเทาแรงกดดันได้บ้าง เพราะนักขุดที่ยังออนไลน์อยู่จะมีโอกาสได้รับรางวัลบล็อกมากขึ้นในทุกหน่วยกำลังขุด อย่างไรก็ตาม หากราคา BTC ยังไม่ฟื้น รายได้ค่าธรรมเนียมยังซบเซา และ Puell Multiple ไม่กลับขึ้น สัญญาณเตือนก็จะยังคงเข้มข้นต่อไป

 

📎 ข่าวที่เกี่ยวข้องจาก Bitcoinaddict.com:
เหตุการณ์นี้สืบเนื่องจากที่เราเคยรายงานไว้ก่อนหน้านี้เกี่ยวกับสถานการณ์ความยากการขุดและการสะสม BTC ของนักขุด
👉 ความยากการขุด BTC ลดลง แต่เหมืองขุดรายใหญ่ยังเดินหน้าสะสมเข้าคลังแม้ต้นทุนพุ่ง
👉 นักขุดโซโล่ขุดบล็อก Bitcoin สำเร็จอีกครั้ง รับฉ่ำกว่า 10 ล้านบาท ท่ามกลางความยากพุ่งสูงสุดในประวัติศาสตร์
🔗 อ้างอิงต้นฉบับ: CryptoSlate

 

💬 ความเห็นบรรณาธิการ Bitcoinaddict ภาพที่เห็นในตอนนี้คือวัฏจักรที่เกิดขึ้นซ้ำๆ ในประวัติศาสตร์ Bitcoin — แรงกดดันจากราคาขับไล่นักขุดที่แบกต้นทุนสูงออกจากระบบ ก่อนที่เครือข่ายจะปรับสมดุลตัวเองและดึงดูดผู้เล่นที่มีประสิทธิภาพกลับเข้ามา ตัวชี้วัดหลายตัวสะท้อนว่าภาคการขุดกำลังเจ็บปวดจริง แต่ยังไม่ถึงจุด Capitulation อย่างสมบูรณ์ น่าจับตาดูว่าหลังการปรับลด Difficulty ครั้งนี้ราคา BTC จะตอบสนองอย่างไร เพราะในอดีตหลายรอบ จุดที่เจ็บปวดสุดของนักขุดมักเป็นสัญญาณที่นักลงทุนระยะยาวให้ความสนใจเสมอ

 

⚠️ คำเตือน: บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ข้อมูลเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำการลงทุน การลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลมีความเสี่ยงสูง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลและพิจารณาความเสี่ยงด้วยตนเองก่อนตัดสินใจ

🏷️ Tags: Bitcoin, Mining Difficulty, นักขุด Bitcoin, Hashrate, Puell Multiple, Capriole Investments, Bitcoin Mining 2026, วิกฤตนักขุด, คริปโต

— รายงานโดยทีมข่าว Bitcoinaddict.com