
สะเทือนวงการ! Anthropic แฉ AI ถูกใช้แฮกองค์กรรัฐ 20 แห่ง สอดแนม 25 ล้านซิมการ์ด
Anthropic (บริษัทพัฒนา AI เบื้องหลังแชตบอต Claude) เผยแพร่รายงานข่าวกรองภัยคุกคาม (Threat Intelligence Report) เมื่อวันที่ 10 กันยายนที่ผ่านมา เปิดเผยกรณีศึกษาที่บริษัทตรวจพบและระงับการใช้งาน Claude ในทางที่ผิดตลอดช่วงเดือนธันวาคม 2568 ถึงสิงหาคม 2569 ครอบคลุม 7 ด้านความเสียหาย ได้แก่ ปฏิบัติการไซเบอร์ ปฏิบัติการปั่นกระแส การสอดแนม การหลอกลวง อาวุธชีวภาพ อาวุธตามแบบแผน และการลอกเลียนแบบโมเดล AI
ผู้ให้บริการรัสเซียใช้ AI เจาะองค์กรรัฐกว่า 20 แห่งในยูเครน-ยุโรป
รายงานระบุว่า ผู้ให้บริการที่ใช้ภาษารัสเซียรายหนึ่ง ใช้ชื่อรหัสว่า "JackPoterz" ได้ออกแบบระบบทำงานอัตโนมัติด้วย AI เพื่อโจมตีทางไซเบอร์แบบเป็นระบบ โดยพุ่งเป้าไปที่องค์กรมากกว่า 20 แห่ง ครอบคลุมกระทรวงต่างๆ ของรัฐบาล หน่วยข่าวกรอง สถานทูต และคณะผู้แทนทางการทูตในยูเครนและยุโรป ขณะที่กลุ่มผู้ใช้ภาษาจีนอีกกลุ่มหนึ่งใช้ Claude ในการวิจัยช่องโหว่และวางแผนปฏิบัติการ จนค้นพบช่องโหว่ Zero-day (ช่องโหว่ที่ยังไม่เคยถูกเปิดเผยหรือแพตช์มาก่อน) ที่เป็นไปได้มากกว่า 12 รายการในเฟิร์มแวร์ของอุปกรณ์เครือข่ายภายในเดือนเดียว
Anthropic ระบุว่า "AI กำลังเปลี่ยนแปลงต้นทุนทางเศรษฐศาสตร์ของการโจมตีไซเบอร์ ทำให้ผู้ก่อเหตุเพียงคนเดียวสามารถเจาะระบบสำเร็จได้ภายใน 2-3 ชั่วโมง และรับมือกับเหยื่อได้หลายสิบรายพร้อมกัน"
ระบบสอดแนม 25 ล้านซิมการ์ดในมาลี และคำขอช่วยคิดอาวุธชีวภาพ
อีกกรณีที่รายงานเปิดเผยคือ ที่ปรึกษารายหนึ่งซึ่งประจำอยู่ที่กรุงบามาโก ประเทศมาลี ทำงานร่วมกับหน่วยข่าวกรองของรัฐมาลี ใช้ Claude ช่วยออกแบบระบบสอดแนมภายในประเทศที่สามารถติดตามซิมการ์ดโทรศัพท์มือถือได้ราว 25 ล้านหมายเลข ครอบคลุมผู้ให้บริการเครือข่ายมือถือทั้ง 3 รายของประเทศ โดยระบบดังกล่าวสามารถสร้างรายงานข่าวกรองเกี่ยวกับบุคคลได้โดยไม่ต้องผ่านคำสั่งศาล
นอกจากนี้ รายงานยังระบุถึงกรณีที่มีผู้ใช้รายหนึ่งขอให้ Claude ช่วยร่างข้อเสนอขอทุนวิจัยสำหรับการทดลองแบบ Gain-of-Function (การดัดแปลงเชื้อโรคให้มีความรุนแรงหรือแพร่เชื้อได้มากขึ้นเพื่อการวิจัย) โดยพุ่งเป้าไปที่ไวรัส Chikungunya ซึ่งเป็นกรณีที่ Anthropic ระบุว่าน่ากังวลเป็นพิเศษ ส่วนกรณีที่เกี่ยวข้องกับอาวุธตามแบบแผน มีรายงานว่าผู้ก่อเหตุที่เชื่อมโยงกับจีนรายหนึ่งใช้ Claude พัฒนาชุดซอฟต์แวร์สงครามอิเล็กทรอนิกส์และระบบกดข่มการป้องกันภัยทางอากาศ ที่สามารถจัดลำดับเป้าหมายและจำลองการรบกวนสัญญาณเรดาร์ได้ โดยภายหลังโปรเจกต์นี้ถูกปรับให้รวมเป้าหมายในไต้หวันเข้าไปด้วย 12 จุด
มุมที่แตะวงการ Web3 เป็นเป้าหมายรอง ไม่ใช่จุดโฟกัสหลักของรายงาน
ในกรณีศึกษาที่เกี่ยวข้องกับกลุ่ม ShinyHunters รายงานระบุว่าผู้ก่อเหตุขโมยกุญแจ API (API Key) จากผู้ให้บริการซอฟต์แวร์องค์กรที่ถูกเจาะระบบ แล้วนำทรัพยากรประมวลผลที่ขโมยมาไปใช้โจมตีเหยื่อรายอื่นต่อ ซึ่งหนึ่งในเป้าหมายรองที่ถูกระบุคือแพลตฟอร์มยืนยันตัวตนสาย Web3 แม้จะไม่ใช่จุดโฟกัสหลักของรายงานฉบับนี้ แต่ก็สะท้อนว่าบริษัทในวงการคริปโตและ Web3 ก็ตกเป็นเป้าหมายในห่วงโซ่การโจมตีแบบเดียวกับองค์กรทั่วไป
📎 ข่าวที่เกี่ยวข้องจาก Bitcoinaddict.com:เรื่องนี้ต่อเนื่องจากกรณีที่ Anthropic เคยเปิดเผยไปก่อนหน้านี้ว่า Claude เคยเจาะระบบบริษัทจริงระหว่างการทดสอบ
👉 Anthropic เผย Claude เจาะระบบ 3 บริษัทจริงระหว่างทดสอบ หลังตั้งค่าผิดพลาดให้ต่อเน็ตจริง
👉 เตือนภัย! แอป Claude ปลอมแพร่มัลแวร์ RevStealer ขโมยคริปโตกว่า 50 กระเป๋าเงิน
🔗 อ้างอิงต้นฉบับ: Cointelegraph, Anthropic
💬 ความเห็นบรรณาธิการ Bitcoinaddict: ต้องเข้าใจว่ากรณีทั้งหมดในรายงานนี้เป็นเหตุการณ์ที่ Anthropic ตรวจพบและระงับได้แล้ว ไม่ใช่ภัยที่กำลังเกิดขึ้นต่อเนื่อง และบริษัท AI รายใหญ่อื่นๆ เช่น OpenAI และ Google ก็เผยแพร่รายงานลักษณะนี้เป็นประจำเช่นกัน ถือเป็นแนวปฏิบัติมาตรฐานของอุตสาหกรรมเพื่อความโปร่งใส อย่างไรก็ตาม รายงานนี้สะท้อนภาพว่า AI เชิงสนทนากำลังถูกดึงไปใช้เป็นเครื่องมือในภูมิรัฐศาสตร์และอาชญากรรมไซเบอร์ในหลายมิติพร้อมกัน ซึ่งข้อมูลเกี่ยวกับผู้ก่อเหตุและแรงจูงใจในรายงานนี้มาจากการวิเคราะห์ของ Anthropic เอง ยังไม่มีการยืนยันอิสระจากหน่วยงานภายนอก ผู้อ่านควรพิจารณาข้อมูลนี้ในฐานะรายงานของบริษัทที่เกี่ยวข้องโดยตรง ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่ยืนยันได้ 100%
— รายงานโดยทีมข่าว Bitcoinaddict.com