
Galaxy Research เผยเหยื่อ Coldcard สูญ 1,789 BTC แต่เงิน 87% ยังไม่ขยับ
Galaxy Research อัปเดตตัวเลขความเสียหายล่าสุดจากช่องโหว่ฮาร์ดแวร์วอลเล็ต Coldcard ที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ โดยพบว่าเงินที่ถูกขโมยไปทั้งหมดพุ่งเป็น 1,789.28 BTC จาก 8,865 ที่อยู่ มูลค่าราว 114.7 ล้านดอลลาร์ ณ เวลาที่ถูกขโมย แต่ที่น่าสนใจคือกว่า 87% ของเงินจำนวนนี้ยังไม่ถูกเคลื่อนย้ายออกจากกระเป๋าผู้โจมตีเลย ตามรายงานของ Cointelegraph
📊 ตัวเลขล่าสุดจากอเล็กซ์ ธอร์น หัวหน้าฝ่ายวิจัยของ Galaxy
อเล็กซ์ ธอร์น (Alex Thorn) หัวหน้าฝ่ายวิจัยของ Galaxy Research โพสต์ผ่าน X เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาว่า ผู้โจมตียังไม่ได้ใช้เงินจำนวน 1,561 BTC หรือคิดเป็น 87.3% ของยอดความเสียหายที่ระบุตัวตนได้ โดยเงินจำนวนนี้ยังคงอยู่ในที่อยู่กระเป๋ารวบรวมหรือเก็บพักของผู้โจมตี ซึ่งรวมถึง Bitcoin ที่ถูกขโมยไปทั้งหมดในช่วงการโจมตี 3 ระลอกแรก ส่วน Bitcoin ที่ถูกขโมยในการโจมตีระลอกหลังบางส่วน มีการเคลื่อนย้ายผ่านธุรกรรม CoinJoin, Peel Chain และวิธีอำพรางเส้นทางเงินอื่นๆ ไปแล้ว
🔎 ข้อมูลจากรายงานผู้เสียหายจริง 221 ราย
ตัวเลขล่าสุดนี้ส่วนหนึ่งอ้างอิงจากรายงานผู้เสียหายจริง 221 ราย ครอบคลุมความเสียหายรวม 790.72 BTC หรือคิดเป็น 44.2% ของยอดรวมที่ Galaxy ระบุว่าเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์นี้ โดยค่ามัธยฐานความเสียหายต่อรายอยู่ที่ 1.04272 BTC หมายความว่ากว่าครึ่งหนึ่งของผู้เสียหายที่รายงานเข้ามา สูญเงินมากกว่า 1 BTC ต่อราย เงินก้อนใหญ่ที่สุดที่ถูกขโมยไปยังคงมองเห็นได้บนบล็อกเชนในที่อยู่ที่ควบคุมโดยผู้โจมตี ซึ่ง Galaxy ได้แชร์ที่อยู่เหล่านี้ให้กับเว็บเทรดคริปโต บริษัทตรวจสอบธุรกรรม (Compliance) และหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย โดยหวังว่าจะสามารถอายัดเงินได้หากมีการโอนเข้าสู่ตัวกลางแบบรวมศูนย์ในอนาคต
⚙️ ย้อนดูต้นตอปัญหา Coldcard
ช่องโหว่นี้มีสาเหตุจากข้อผิดพลาดในการรวมโค้ดเฟิร์มแวร์เมื่อเดือนมีนาคม 2021 ที่ทำให้ขั้นตอนการสร้าง Seed Phrase ถูกส่งไปยังตัวสร้างเลขสุ่มแบบซอฟต์แวร์ (Pseudorandom Number Generator) ที่คาดเดาได้ แทนที่จะใช้ตัวสร้างเลขสุ่มจากฮาร์ดแวร์ชิป STM32 ที่ปลอดภัยกว่า ทำให้ Seed Phrase ของอุปกรณ์ที่ได้รับผลกระทบมีความเสี่ยงถูกคาดเดาได้ ทาง Coinkite บริษัทผู้ผลิต Coldcard ได้ออกเฟิร์มแวร์ฉุกเฉินสำหรับทุกรุ่นที่ได้รับผลกระทบ และทำลายสต็อกสินค้าที่ยังมีช่องโหว่เหลืออยู่ไปแล้ว
📎 ข่าวที่เกี่ยวข้องจาก Bitcoinaddict.com
ติดตามความเคลื่อนไหวเรื่องช่องโหว่ Coldcard ก่อนหน้านี้ได้จากที่เราเคยรายงานไว้
👉 Coinkite ปล่อยเฟิร์มแวร์ Coldcard ใหม่ หลังโดนขโมย Bitcoin $114 ล้าน ใช้ AI ช่วยจับบั๊ก
👉 Coldcard ดันเดือนกรกฎาคม 2569 ขึ้นแท่นเดือนเสียหายหนักอันดับ 2 ของปี วงการคริปโตสูญกว่า $247 ล้าน
🔗 อ้างอิงต้นฉบับ: Cointelegraph (เขียนโดย Helen Partz)
💬 ความเห็นบรรณาธิการ Bitcoinaddict
สิ่งที่น่าสนใจในอัปเดตรอบนี้คือตัวเลข 87% ที่ยังไม่ถูกเคลื่อนย้าย เพราะมันสะท้อนสองด้านพร้อมกัน ด้านหนึ่งคือความเสียหายจริงยังมีมูลค่าสูงมากและยังไม่คลี่คลาย แต่อีกด้านคือเงินก้อนใหญ่ที่ยังนิ่งอยู่ในบล็อกเชนแบบเปิดเผยแบบนี้ เปิดโอกาสให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามและอายัดได้หากพยายามโอนเข้าเว็บเทรดในอนาคต นักลงทุนไทยที่ใช้ Coldcard หรือฮาร์ดแวร์วอลเล็ตรุ่นที่ได้รับผลกระทบ ควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าอัปเดตเฟิร์มแวร์เป็นเวอร์ชันล่าสุดแล้ว และหากสงสัยว่า Seed Phrase อาจสร้างขึ้นในช่วงที่มีช่องโหว่ ควรพิจารณาย้ายเงินไปยัง Seed Phrase ชุดใหม่เพื่อความปลอดภัย
— รายงานโดยทีมข่าว Bitcoinaddict.com