Bitcoin Addict - ข่าวสารและบทความคริปโต

ความเชื่อพังทลาย! มหาศาสดา Ethereum ‘David Hoffman’ ประกาศเทขาย ETH หมดเกลี้ยง
27 May 2026ข่าวคริปโตโดย Rawiwarn Owattasanee

ความเชื่อพังทลาย! มหาศาสดา Ethereum ‘David Hoffman’ ประกาศเทขาย ETH หมดเกลี้ยง

เดวิด ฮอฟฟ์แมน (David Hoffman) ผู้ร่วมก่อตั้งสื่อคริปโตชื่อดัง Bankless และเป็นหนึ่งในกระบอกเสียงคนสำคัญของ Ethereum มายาวนาน ออกมาเปิดเผยว่าได้ขาย ETH ออกจากพอร์ตทั้งหมดเมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม ที่ผ่านมา โดยให้เหตุผลว่า thesis "ETH is Money" ที่เคยเป็นแกนกลางความเชื่อของวงการ ได้ "ทำหน้าที่ของมัน" ครบถ้วนแล้ว และมองไม่เห็นว่า ETH จะถูกตลาดประเมินมูลค่าใหม่ (rerate) ไปในทิศทางที่สูงขึ้นกว่านี้อีก พูดง่ายๆ ก็คือเขามองว่า "ราคาที่ ETH สมควรได้ ก็ได้ไปเรียบร้อยแล้ว"

 

🧠 ใครคือ David Hoffman และทำไมข่าวนี้ถึงสะเทือนวงการ ETH

 

David Hoffman เป็นผู้ร่วมก่อตั้ง Bankless (สื่อและพอดแคสต์ด้านคริปโตสาย DeFi และ Ethereum ที่มีผู้ติดตามกว่า 200,000 คน) เขาเป็นหนึ่งในนักเขียนและนักวิเคราะห์ที่ผลิตเนื้อหาเชิงลึกเพื่อสนับสนุนแนวคิด "ETH is Money" มาอย่างต่อเนื่องเป็นเวลาหลายปี

 

การที่คนระดับ Hoffman ตัดสินใจขาย ETH ทั้งหมดจึงไม่ใช่เรื่องเล็ก เพราะมันสะท้อนการเปลี่ยนแปลงทัศนคติของกลุ่มผู้ศรัทธาหลัก (core believers) ในระบบนิเวศ Ethereum โดยตรง

 

pasted-image-153.jpg
ราคา ETH อยู่ในกรอบแคบๆ มานานถึงห้าปีแล้ว ที่มา: TradingView

 

ยิ่งไปกว่านั้น การประกาศครั้งนี้ยังเกิดขึ้นพร้อมกับการเปลี่ยนผ่าน Bankless เข้าสู่ "ยุคที่สอง" โดย ไรอัน ฌอน อดัมส์ (Ryan Sean Adams) ผู้ร่วมก่อตั้งอีกคน จะถอยออกจากบทบาทผู้นำเนื้อหาและส่งไม้ต่อให้ Hoffman นำพาแพลตฟอร์มต่อไป

 

💸 เหตุผลเบื้องหลัง — "ETH is Money" เล่นบทจบแล้ว

 

Hoffman อธิบายผ่านโพสต์บน X ว่า "Ethereum ได้ราคา ETH ที่สมควรได้แล้ว และผมไม่เห็นว่า ETH จะถูก rerate เป็นสินทรัพย์ที่สูงขึ้นหรือต่ำลงไปกว่านี้"

 

เขาเสริมว่า Ethereum "ทำได้ดีอย่างเหลือเชื่อ และสมควรได้รับ market cap ที่มันถืออยู่ในปัจจุบัน" แต่ "หน้าต่างแห่งโอกาสที่ ETH จะถูกตลาดประเมินมูลค่าใหม่นั้น ดูเหมือนจะกำลังจะปิดลง"

 

thesis "ETH is Money" คือแนวคิดที่เชื่อว่า ETH เป็น ที่เก็บมูลค่า (store of value) ที่เหนือกว่าเงินตราดั้งเดิม (fiat) เพราะมีลักษณะกระจายศูนย์ (decentralized) และมีกลไกควบคุมเงินเฟ้อ (เช่น การ burn ตาม EIP-1559) แต่ Hoffman ยอมรับว่า "ETH ก็เป็นเงินในระดับหนึ่ง แต่ไม่ใช่เวอร์ชันที่ประสบความสำเร็จสูงสุดอย่างที่เราเคยร่วมกันมุ่งหวังไว้"

 

ราคา ETH เคยทำจุดสูงสุดตลอดกาล (All-Time High) ใกล้ระดับ $5,000 ดอลลาร์ (ประมาณ 162,500 บาท) ในเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ซึ่งเทียบเท่ากับจุดสูงสุดในรอบ Bull Market ครั้งก่อนหน้า แต่ ปัจจุบันปรับตัวลดลงมาเหลือราว $2,111 ดอลลาร์ (ประมาณ 68,600 บาท) คิดเป็นการลดลงราว 57% จากจุดสูงสุดที่ทำไว้เมื่อสิงหาคม 2025

 

⚙️ Ethereum คือ "ผู้ให้" ไม่ใช่ "ผู้รับ"

 

ประเด็นที่น่าสนใจที่สุดในคำอธิบายของ Hoffman คือมุมมองเชิงโครงสร้างเศรษฐกิจของ Ethereum เอง เขาระบุว่า Ethereum เป็น "ผู้ให้ ไม่ใช่ผู้รับ" (a giver, not a taker) เพราะมันมอบ blockspace ที่ปลอดภัยและบริการ tokenization ในราคาต้นทุน ในขณะที่ เครือข่าย Layer-2 (เครือข่ายเสริมที่สร้างทับบน Ethereum เพื่อลดค่าธรรมเนียมและเพิ่มความเร็ว เช่น Arbitrum, Optimism, Base) กลับเป็นฝ่ายเก็บค่าธรรมเนียมส่วนใหญ่และได้ผลประโยชน์ไปแทน

 

"Ethereum ไม่ได้บวก markup ใดๆ จากสิ่งที่มันทำ นี่คือธรรมชาติของ open source software และคือพลังของ Ethereum — มันส่งมอบคุณค่าทั้งหมดให้กับโลกในราคาต้นทุน"

 

นี่จึงเป็นแกนกลางของปัญหา: เครือข่ายแข็งแกร่ง แต่โทเคนกลับสะท้อนความสำเร็จได้เพียงน้อยนิด Hoffman ย้ำว่าเขายัง "bullish อย่างมหาศาล" กับเครือข่าย Ethereum โดยคาดว่าจะ "ทำได้ดีเป็นพิเศษนับจากนี้" แต่ความสำเร็จนั้นจะสะท้อนมายังราคาโทเคนเพียง "เล็กน้อยเท่านั้น"

 

🗣️ ปฏิกิริยาจากชุมชน Ethereum

 

การประกาศของ Hoffman ได้รับ ปฏิกิริยาที่หลากหลาย จากชุมชน

 

  • Ryan Sean Adams ผู้ร่วมก่อตั้ง Bankless กล่าวเชิงเสียดายว่าเป็น "จุดจบของยุคหนึ่ง" (end of an era)
  • Eric Connor อดีตนักพัฒนาหลัก (core developer) ของ Ethereum กล่าวว่าเขา "ไม่โทษ" Hoffman เพราะ ETH "ทำผลงานต่ำกว่าตลาดคริปโตโดยรวมอย่างมหาศาลมาหลายปีแล้ว" โดยมองว่าสาเหตุหลักมาจาก แรงขายจากกลุ่มเศรษฐีที่เกิดจากการพุ่งทะยานของ ETH ในช่วงต้น มากกว่าจะเป็นปัญหาเชิงโครงสร้างของโปรโตคอลเอง
  • Connor ทิ้งท้ายไว้น่าคิดว่า "สุดท้ายแล้ว การยึดมั่นในเหรียญใดเหรียญหนึ่งแบบ maximalism ในการบริหารพอร์ต ก็เป็นเรื่องค่อนข้างไร้สาระอยู่ดี"

 

นอกจากนี้ ฝั่ง Adams จะลดบทบาทในการกำกับเนื้อหาและสัมภาษณ์แขกรับเชิญลง โดยเปลี่ยนไปเป็นผู้สนับสนุน Hoffman ในการสำรวจหัวข้อใหม่ๆ ของวงการคริปโตแทน

 

📎 ข่าวที่เกี่ยวข้องจาก Bitcoinaddict.com เหตุการณ์นี้สอดคล้องกับแนวโน้มในวงการที่เราเคยรายงานไว้ก่อนหน้านี้
👉 ETHZilla เทขาย Ethereum มูลค่า 40 ล้านดอลลาร์ เพื่อนำเงินซื้อหุ้นคืน
👉 Standard Chartered มอง Ethereum Treasury Firms มาแรง น่าลงทุนกว่า ETH ETF
👉 ETH ฟิวเจอร์สพลิกเป็นขาลง นักลงทุนลุ้น $3,800 หรือเป็นเพียง Panic Sell
🔗 อ้างอิงต้นฉบับ: Cointelegraph, CryptoBriefing, Bankless / ภาพ coindesk.com

 

💬 ความเห็นบรรณาธิการ Bitcoinaddict การที่ผู้ศรัทธาตัวยงระดับ David Hoffman ออกมาส่งสัญญาณว่า thesis "ETH is Money" ได้เดินทางมาถึงจุดอิ่มตัวในมุมมองของเขา ถือเป็นช่วงเวลาสำคัญของการทบทวนเชิงโครงสร้างของระบบนิเวศ Ethereum โดยเฉพาะคำถามที่ว่า "คุณค่าของเครือข่ายจะถูกส่งต่อมาที่โทเคนได้อย่างไร" เมื่อ Layer-2 ดูดมูลค่าส่วนใหญ่ไป อย่างไรก็ตาม ข้อสังเกตของ Hoffman ที่ว่าเขายัง bullish กับ เครือข่าย Ethereum แม้จะไม่ bullish กับ โทเคน ก็เป็นมุมมองที่น่าสนใจ และอาจสะท้อนถึงพัฒนาการครั้งใหม่ของวงการที่นักลงทุนจะต้องแยกแยะระหว่าง "การลงทุนในเทคโนโลยี" และ "การลงทุนในสินทรัพย์" อย่างละเอียดมากขึ้นในยุคถัดไป

 

🏷️ Tags / คีย์เวิร์ด SEO David Hoffman, Bankless, Ethereum, ETH is Money, ราคา ETH, Ethereum Layer 2, Ryan Sean Adams, ข่าวคริปโต

— รายงานโดยทีมข่าว Bitcoinaddict.com