
Cardano (ADA) คืออะไร? สมกับฉายา Ethereum Killer จริงไหม?
ทำความรู้จัก Cardano (ADA) เหรียญคริปโตที่ก่อตั้งโดยอดีตผู้ร่วมสร้าง Ethereum พร้อมไขข้อข้องใจว่าสมกับฉายา Ethereum Killer จริงหรือไม่
Cardano (ADA) คืออะไร?
Cardano (ADA) ก่อตั้งขึ้นในปี 2017 มีต้นกำเนิดมาจากแนวความคิดของนาย Charles Hoskinson หนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้ง Ethereum (ETH) ซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่งเป็น CEO ของ IOG (Input Output Global เปลี่ยนชื่อมาจาก IOHK) บริษัทหลักที่พัฒนา Cardano โดยได้ออกโทเคน ADA เพื่อเปิดระดมทุน ICO (Initial Coin Offering) ได้ไปทั้งสิ้น 62 ล้านดอลลาร์ แพลตฟอร์มบล็อกเชน Cardano มีลักษณะเป็นโอเพนซอร์สที่สามารถเขียนโปรแกรมลงบนบล็อกเชนได้โดยใช้ Smart Contract (สัญญาอัจฉริยะ) การตรวจสอบและยืนยันธุรกรรมบนบล็อกเชน Cardano ใช้ระบบ Proof of Stake (PoS) มาตั้งแต่ต้น ซึ่งต่างจากบล็อกเชน Ethereum ที่เพิ่งเปลี่ยนมาใช้ระบบเดียวกันนี้ในภายหลังผ่านเหตุการณ์ The Merge เมื่อปี 2022
จุดเด่นของโปรเจกต์นี้คืออะไร?
จุดเด่นของบล็อกเชน Cardano คือมีลักษณะเป็นสถาปัตยกรรมแบบลำดับชั้น (Layered Architecture) แบ่งเป็นสองชั้นหลักคือ Cardano Settlement Layer (CSL) ที่ทำหน้าที่จัดการเรื่องการโอนเหรียญ ADA และ Cardano Computation Layer (CCL) ที่ทำหน้าที่รัน Smart Contract แยกออกจากกันชัดเจน แนวคิดนี้ต่างจาก Ethereum ที่รวมทุกอย่างไว้ในชั้นเดียว ข้อดีของการแยกชั้นคือทำให้ปรับปรุงหรืออัปเกรดแต่ละส่วนได้อิสระโดยไม่กระทบส่วนอื่นทั้งระบบ แต่ข้อเสียที่ถูกวิจารณ์มาตลอดคือทำให้การพัฒนา DApps ที่ซับซ้อนบน Cardano ทำได้ช้ากว่าคู่แข่งที่ออกแบบมาให้ยืดหยุ่นกว่าตั้งแต่ต้น
[IMAGE: แผนภาพสถาปัตยกรรมแบบ Layered Architecture ของ Cardano แสดงชั้น Settlement Layer (จัดการโอนเหรียญ ADA) และ Computation Layer (รัน Smart Contract) แยกจากกัน เทียบกับ Ethereum ที่รวมทุกอย่างไว้ชั้นเดียว]
มี 3 องค์กรใหญ่ที่มีส่วนร่วมในการพัฒนาและดูแลระบบ คือ IOG, Emurgo และ Cardano Foundation ซึ่งเป็นหน่วยงานไม่แสวงหาผลกำไรที่มีหน้าที่หลักคือกำหนดมาตรฐาน ปกป้อง และส่งเสริมเทคโนโลยี Cardano Protocol ถือได้ว่าเป็นหนึ่งในแพลตฟอร์มแรก ๆ ของโลกที่พัฒนาบล็อกเชนโดยอิงจากงานวิจัยเชิงวิชาการ (Peer-reviewed Research) มี Whitepaper และเอกสารทางวิชาการหลายชุดรองรับแนวคิดการออกแบบ
อัปเดตสถานะปัจจุบัน: Alonzo ไม่ใช่ "อนาคต" อีกต่อไป
บทความนี้ในเวอร์ชันก่อนหน้าเขียนถึงการอัปเกรด Alonzo (การเปิดใช้งาน Smart Contract บน Cardano) ในลักษณะที่ยังเป็น "อนาคตที่กำลังจะเกิดขึ้น" ทั้งที่ Alonzo เปิดใช้งานจริงไปตั้งแต่เดือนกันยายน 2021 ผ่านมาแล้วหลายปี ถือเป็นข้อมูลที่ล้าสมัยมากและควรแก้ไขให้ตรงกับความจริง หลังจาก Alonzo เปิดใช้งาน Cardano ก็ทยอยอัปเกรดต่อเนื่องอีกหลายเฟส เช่น Vasil (กันยายน 2022) ที่เพิ่มความเร็วในการประมวลผล Smart Contract และ Chang (กันยายน 2024) ที่เริ่มเปิดใช้งานระบบ Governance แบบกระจายอำนาจเต็มรูปแบบ ให้ผู้ถือ ADA มีสิทธิ์โหวตกำกับทิศทางโปรโตคอลโดยตรงมากขึ้น ลดบทบาทของ IOG ลงตามแผนที่วางไว้ตั้งแต่แรก
แม้ Smart Contract จะเปิดใช้งานมาหลายปีแล้ว แต่คำวิจารณ์ที่ตามหลอกหลอน Cardano มาตลอดคือเรื่องการยอมรับใช้งานจริงในฝั่ง DeFi ที่ยังต่ำกว่าคู่แข่งอย่างมาก มูลค่ารวมที่ถูกล็อกไว้ในระบบ DeFi ของ Cardano (Total Value Locked หรือ TVL) อยู่ที่หลักร้อยล้านดอลลาร์เท่านั้น เทียบกับ Ethereum หรือ Solana ที่มี TVL หลักหมื่นล้านถึงแสนล้านดอลลาร์ แม้ในช่วงต้นปี 2026 จะมีสัญญาณ TVL ของ Cardano เติบโตขึ้นบ้างจากการผลักดัน Stablecoin และ DApps ใหม่ ๆ แต่ก็ยังห่างชั้นจากเจ้าตลาดอยู่มาก คำวิจารณ์หลักที่นักวิเคราะห์พูดกันซ้ำ ๆ คือ Cardano ใช้เวลาวิจัยและออกแบบเชิงวิชาการนานเกินไป จนพลาดจังหวะที่นักพัฒนาและสภาพคล่องไหลไปกองอยู่ที่เชนอื่นก่อนหมดแล้ว บอกตามตรงว่านี่คือความเสี่ยงเชิง Adoption ไม่ใช่ความเสี่ยงด้านเทคนิคพัง เทคโนโลยีเชนนี้ไม่ได้แย่ แต่คนใช้งานจริงยังน้อยกว่าที่ควรจะเป็นตามอายุของโปรเจกต์
ตัวอย่างที่สะท้อนภาพนี้ได้ชัดคือโครงการ Atala Prism ที่ IOG เคยประกาศจับมือกับกระทรวงศึกษาธิการเอธิโอเปียตั้งแต่เดือนเมษายน 2021 เพื่อสร้างระบบยืนยันตัวตนและบันทึกผลการเรียนแบบบล็อกเชนให้นักเรียนกว่า 5 ล้านคนและครูกว่า 750,000 คน เป็นเคสตัวอย่างใหญ่ที่ทีมงานเคยนำมาใช้โปรโมทศักยภาพของ Cardano ในโลกจริงอยู่บ่อยครั้ง แต่โครงการล่าช้ากว่าแผนต่อเนื่องหลายปี จนถึงเดือนตุลาคม 2024 IOG ประกาศยุติการพัฒนา Atala Prism ไปเลย ถือเป็นตัวอย่างที่ตรงไปตรงมาของคำวิจารณ์ที่ว่า Cardano มักประกาศแผนใหญ่โตแต่ส่งมอบผลลัพธ์จริงได้ช้ากว่าที่พูดไว้เสมอ ต้องให้เครดิตว่าอย่างน้อยทีมงานก็ยอมประกาศยุติอย่างเป็นทางการ ไม่ปล่อยให้โครงการค้างเติ่งแบบไม่มีคำตอบ
จุดหนึ่งที่ยังเป็นข้อดีจริงของ Cardano ต่อผู้ถือรายย่อยคือระบบ Staking ที่ไม่มีการล็อกเหรียญ (No Lock-up) และไม่มีความเสี่ยงโดน Slashing เหมือนเชนอื่น ปัจจุบันมี ADA มากกว่า 60% ของ Supply หมุนเวียนถูกนำไป Stake อยู่ในกว่า 3,000 Stake Pool ทั่วโลก ผู้ถือสามารถ Stake ผ่านกระเป๋าเงินทั่วไปได้เลยโดยไม่ต้องล็อกเหรียญหรือโอนออกจากกระเป๋าตัวเอง ถือเป็นจุดที่เป็นมิตรกับผู้ใช้งานทั่วไปมากกว่าหลายเชน
มูลค่าตลาดปัจจุบันของ ADA
ราคา ADA ในช่วงต้นเดือนสิงหาคม 2026 อยู่ที่ประมาณ 0.19 ดอลลาร์ มูลค่าตลาดรวมประมาณ 6,900 ล้านดอลลาร์ อยู่อันดับที่ 16 บน CoinGecko ลดลงมากกว่า 80% จากจุดสูงสุดตลอดกาลที่เคยทำไว้ประมาณ 3.10 ดอลลาร์ในช่วงปลายปี 2021 สะท้อนภาพชัดเจนว่าตลาดยังรอความชัดเจนเรื่อง Adoption จริงมากกว่าจะให้มูลค่าล่วงหน้าจากงานวิจัยเชิงวิชาการเพียงอย่างเดียว สำหรับใครที่ยังจำภาพเก่าของ Cardano ว่าเป็น "Ethereum Killer" ตัวเก็ง ต้องยอมรับตามตรงว่าจนถึงตอนนี้ยังไม่มีเชนไหนโค่น Ethereum ลงจากบัลลังก์ DeFi ได้จริง Cardano ก็เช่นกัน ADA ยังคงเป็นเหรียญที่มีคู่เทรดอยู่ในกระดานหลักของไทยแทบทุกเจ้า แต่ปริมาณการเทรดจริงเทียบกับ BTC, ETH หรือ Altcoin สายกระแสแรงตัวอื่นถือว่าค่อนข้างเบาบางในช่วงหลัง
ขอบคุณทั้งสองเพจที่ให้ความร่วมมือด้านกราฟฟิก BitToon เนื้อหา Lady Crypto
บทความที่เกี่ยวข้อง
📖 อยากรู้ศัพท์คริปโตคำอื่น? ดูรวมศัพท์คริปโต A-Z ครบทุกคำ