วิธีอ่าน Block Explorer เช็คธุรกรรม Bitcoin ด้วยตัวเอง
ความรู้พื้นฐานโดย พีรพัฒน์ หาญคงแก้ว

วิธีอ่าน Block Explorer เช็คธุรกรรม Bitcoin ด้วยตัวเอง

Block Explorer คืออะไร ใช้เช็คสถานะโอนบิตคอยน์ด้วยตัวเองยังไง อ่านหน้า Transaction กับหน้า Block ทีละส่วน พร้อมวิธีหา TxID จากแอปกระเป๋าเงิน

บทความนี้ต่อยอดจาก Hash / การเข้ารหัสของ Bitcoin และ Node คือ ทำไมไม่มีเซิร์ฟเวอร์กลาง ถ้ายังไม่คุ้นกับแนวคิดเรื่องข้อมูลที่ทุกโหนดในเครือข่ายเก็บสำเนาเหมือนกันหมด แนะนำให้อ่านสองบทความนั้นก่อน บทความนี้จะพาไปดูว่าข้อมูลสาธารณะเหล่านั้นเปิดให้ใครก็เข้าไปดูได้จริง ผ่านเครื่องมือที่เรียกว่า Block Explorer และจะสอนอ่านหน้าจอจริงทีละส่วน

หลายคนโอนบิตคอยน์แล้วเจอสถานะ "กำลังยืนยัน" ค้างอยู่นาน สิ่งที่ทำได้ตอนนั้นมักมีแค่รอและกดรีเฟรชแอปกระเป๋าเงินซ้ำไปซ้ำมา ทั้งที่จริงแล้วมีวิธีเช็คสถานะธุรกรรมของตัวเองได้ตรงจากต้นทางเลย โดยไม่ต้องพึ่งแอปของใครทั้งนั้น เพราะข้อมูลทุกธุรกรรมบนบล็อกเชน Bitcoin เป็นข้อมูลสาธารณะที่ใครก็เปิดดูได้ เครื่องมือที่ใช้เปิดดูข้อมูลนั้นเรียกว่า Block Explorer

Block Explorer คืออะไร

Block Explorer คือเว็บไซต์หรือเครื่องมือที่นำข้อมูลดิบจากบล็อกเชน Bitcoin มาแสดงผลให้อ่านง่ายขึ้น แทนที่จะต้องรันโหนดของตัวเองแล้วไล่อ่านข้อมูลดิบทีละบรรทัด Block Explorer จะจัดหน้าให้เห็นธุรกรรม บล็อก และที่อยู่กระเป๋าเงินในรูปแบบตาราง พร้อมค้นหาด้วยหมายเลขที่ต้องการได้ทันที เว็บ Block Explorer ที่นิยมใช้กันทั่วไปคือ mempool.space ซึ่งเป็นโปรเจกต์โอเพนซอร์สที่ใครก็ตรวจสอบวิธีการทำงานได้ และมีฟีเจอร์แสดงสถานะ Mempool แบบเห็นภาพชัดเจนเป็นจุดเด่น

จุดสำคัญที่ต้องเข้าใจคือ Block Explorer ไม่ได้เป็นเจ้าของหรือควบคุมข้อมูลใดๆ มันแค่อ่านข้อมูลเดียวกับที่ทุกโหนดในเครือข่ายมีอยู่แล้วมาแสดงผลให้สวยงามขึ้นเท่านั้น ต่อให้เว็บ Block Explorer เว็บหนึ่งปิดตัวไปพรุ่งนี้ ข้อมูลบนบล็อกเชนก็ยังอยู่ครบเหมือนเดิม เพราะมันไม่ได้ถูกเก็บไว้ที่เว็บนั้นเว็บเดียว

Block Explorer มีมาตั้งแต่เมื่อไหร่

แนวคิดเรื่อง Block Explorer ไม่ใช่ของใหม่ที่เพิ่งเกิดขึ้นพร้อมกับความนิยมของคริปโตในช่วงหลัง แต่มีมาตั้งแต่ยุคแรกเริ่มของ Bitcoin เลย เว็บที่ถือว่าเป็น Block Explorer รุ่นแรกๆ เปิดให้ใช้งานตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2010 โดยผู้ใช้ที่ใช้ชื่อว่า theymos ซึ่งเป็นหนึ่งในสมาชิกคนสำคัญของชุมชน Bitcoin ยุคแรก

ต่อมาในเดือนสิงหาคมถึงตุลาคม 2011 มีทีมผู้ก่อตั้งสามคนคือ Peter Smith, Benjamin Reeves และ Nicolas Cary ก่อตั้งเว็บ Blockchain.info ขึ้นที่เมือง York ประเทศอังกฤษ ซึ่งกลายเป็น Block Explorer ที่ได้รับความนิยมสูงสุดในยุคนั้นและยังให้บริการต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบันในชื่อ Blockchain.com จำนวนผู้ใช้งานกระเป๋าเงินของเว็บนี้เติบโตจากราว 100,000 บัญชีในต้นปี 2013 ไปแตะ 1.5 ล้านบัญชีภายในเดือนเมษายน 2014 เท่านั้น สะท้อนให้เห็นว่าความต้องการเครื่องมือตรวจสอบบล็อกเชนด้วยตัวเองมีมาตั้งแต่ Bitcoin ยังเป็นของใหม่มากๆ ในตอนนั้น

ปัจจุบัน Block Explorer มีให้เลือกใช้หลายเว็บ แต่ละเว็บพัฒนาโดยทีมที่แตกต่างกันและมีจุดเด่นต่างกันไป เช่น mempool.space ที่เด่นเรื่องการแสดงภาพ Mempool แบบเห็นชัดเจนและเป็นโอเพนซอร์สที่ใครก็ตรวจสอบโค้ดได้ ความหลากหลายนี้เป็นเรื่องดีเพราะทำให้ผู้ใช้ไม่ต้องพึ่งพาเว็บใดเว็บหนึ่งเพียงเจ้าเดียวในการเข้าถึงข้อมูลสาธารณะของบล็อกเชน

สกรีนช็อตจริงหน้าแรกของ mempool.space แสดงภาพรวมธุรกรรมที่รอยืนยันใน Mempool

ภาพ: หน้าแรกของเว็บ mempool.space แสดงภาพรวมธุรกรรมที่กำลังรอยืนยันอยู่ใน Mempool แบบเรียลไทม์

อ่านหน้าธุรกรรม (Transaction) ทีละส่วน

เวลาต้องการเช็คธุรกรรมของตัวเอง สิ่งแรกที่ต้องมีคือหมายเลข Transaction ID หรือ TxID ซึ่งเป็นรหัสเฉพาะของธุรกรรมนั้นที่ไม่ซ้ำกับใคร หาได้จากในแอปกระเป๋าเงินหรือกระดานเทรดที่ใช้โอน มักอยู่ในหน้าประวัติการทำรายการ หรือได้รับผ่านอีเมลยืนยันการถอน นำ TxID นั้นไปวางในช่องค้นหาของ Block Explorer แล้วกด Enter หน้าที่เปิดขึ้นมาจะแสดงรายละเอียดของธุรกรรมนั้นทั้งหมด

สิ่งที่ควรดูก่อนคือสถานะที่มุมบนของหน้า ถ้าธุรกรรมยังไม่ได้รับการยืนยันจะขึ้นสถานะ Unconfirmed หรือยังอยู่ใน Mempool ถ้าถูกขุดเข้าไปในบล็อกแล้วจะเปลี่ยนเป็นตัวเลขจำนวน Confirmation ที่นับเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ตามจำนวนบล็อกที่ต่อทับขึ้นไป ถัดมาคือรายละเอียดของธุรกรรม ได้แก่ที่อยู่ต้นทางที่ส่งเงินออก (Input) ที่อยู่ปลายทางที่รับเงินเข้า (Output) จำนวนเงินที่โอน และค่าธรรมเนียมที่จ่ายไป ทั้งหมดนี้เป็นข้อมูลที่ผู้ส่งกับผู้รับต้องยินยอมลงนามด้วย Private Key มาแล้วถึงจะปรากฏบนบล็อกเชนได้

สกรีนช็อตจริงหน้ารายละเอียดธุรกรรม แสดงตัวนับ Confirmation และ Input/Output

ภาพ: หน้ารายละเอียดธุรกรรมจริง แสดงตัวนับ Confirmation และองค์ประกอบสำคัญที่ต้องอ่านเวลาตรวจสอบธุรกรรมของตัวเอง

อ่านหน้าบล็อก (Block) ทีละส่วน

ถ้าอยากรู้ว่าบล็อกที่บรรจุธุรกรรมของเราอยู่นั้นหน้าตาเป็นยังไง สามารถกดจากหมายเลข Block Height ที่ปรากฏในหน้าธุรกรรมเพื่อเปิดดูรายละเอียดบล็อกนั้นได้เลย หน้าบล็อกจะแสดง Block Height หรือลำดับที่ของบล็อกนับจากบล็อกแรกสุดของเครือข่าย เวลาที่บล็อกถูกขุดสำเร็จ จำนวนธุรกรรมทั้งหมดที่ถูกบรรจุอยู่ในบล็อกนั้น และ Pool หรือกลุ่มนักขุดที่เป็นผู้ปิดบล็อกนี้สำเร็จ พร้อมรายได้รวมที่นักขุดได้รับทั้งจาก Block Reward และค่าธรรมเนียมของทุกธุรกรรมในบล็อก

การดูหน้าบล็อกมีประโยชน์เวลาต้องการตรวจสอบว่าบล็อกที่ธุรกรรมของเราอยู่นั้นมีบล็อกใหม่ต่อทับขึ้นไปกี่บล็อกแล้ว ซึ่งตรงกับหลักการ Block Confirmation ที่ยิ่งมีบล็อกต่อทับมากเท่าไหร่ ธุรกรรมนั้นก็ยิ่งน่าเชื่อถือมากขึ้นเท่านั้น

สกรีนช็อตจริงหน้ารายละเอียดบล็อก แสดง Block Height และ Mining Pool ที่ขุดได้

ภาพ: หน้ารายละเอียดบล็อกจริง แสดง Block Height เวลาที่ขุดสำเร็จ และ Mining Pool ที่เป็นผู้ปิดบล็อกนั้น

อ่านหน้าที่อยู่กระเป๋าเงิน (Address)

นอกจากค้นหาด้วย TxID แล้ว Block Explorer ยังให้ค้นหาด้วยที่อยู่กระเป๋าเงิน (Address) ได้ด้วย ซึ่งเป็นชุดตัวอักษรและตัวเลขที่ไม่ซ้ำกันของแต่ละกระเป๋าเงิน หน้าที่อยู่จะแสดงยอดคงเหลือปัจจุบันของกระเป๋าเงินนั้น พร้อมประวัติธุรกรรมทั้งหมดที่เคยเข้าออกที่อยู่นั้นเรียงตามเวลา มีประโยชน์เวลาต้องการยืนยันว่าเงินที่มีคนโอนมาให้จริงเข้าที่อยู่ปลายทางที่ถูกต้องแล้วหรือยัง โดยไม่ต้องรอให้อีกฝ่ายส่งหลักฐานมาให้ดู

จุดที่ควรรู้ไว้คือความเป็นสาธารณะของข้อมูลนี้มีทั้งข้อดีและข้อเสีย ข้อดีคือใครก็ตรวจสอบความโปร่งใสของธุรกรรมได้เอง แต่ข้อเสียคือถ้าที่อยู่กระเป๋าเงินหนึ่งถูกเปิดเผยว่าเป็นของใคร ประวัติการเงินทั้งหมดของที่อยู่นั้นก็จะถูกมองเห็นไปด้วย นี่คือเหตุผลที่กระเป๋าเงินสมัยใหม่หลายตัวแนะนำให้สร้างที่อยู่ใหม่ทุกครั้งที่รับเงิน แทนที่จะใช้ที่อยู่เดิมซ้ำไปเรื่อยๆ เพื่อรักษาความเป็นส่วนตัวให้มากขึ้น

หน้าที่อยู่กระเป๋าเงินยังมีประโยชน์อีกอย่างที่คนทั่วไปมักไม่นึกถึง คือใช้ตรวจสอบที่อยู่ของกระเป๋าเงินสาธารณะที่มีชื่อเสียงได้ เช่น ที่อยู่ที่เชื่อว่าเป็นของซาโตชิ นากาโมโตะเอง ซึ่งยังไม่เคยมีการเคลื่อนไหวเหรียญออกมาเลยนับตั้งแต่ยุคแรกของ Bitcoin หรือที่อยู่กระเป๋าเงินของหน่วยงานรัฐบาลบางประเทศที่ยึดบิตคอยน์จากคดีอาชญากรรมมาแล้วเลือกเก็บไว้แทนการขายทันที การที่ข้อมูลเหล่านี้เปิดเผยต่อสาธารณะทำให้ชุมชน Bitcoin สามารถติดตามความเคลื่อนไหวของกระเป๋าเงินขนาดใหญ่เหล่านี้ได้ตลอดเวลา ซึ่งเป็นเรื่องที่ทำไม่ได้เลยในระบบธนาคารแบบดั้งเดิมที่ข้อมูลบัญชีถูกปิดเป็นความลับทั้งหมด

Block Explorer เอาข้อมูลมาจากไหน รันโหนดเองหรือเชื่อคนอื่น

คำถามที่หลายคนสงสัยแต่ไม่ค่อยมีใครอธิบายคือ เว็บ Block Explorer เอาข้อมูลมหาศาลทั้งหมดนี้มาจากไหน คำตอบคือ Block Explorer ที่จริงจังส่วนใหญ่รันโหนด Bitcoin เต็มรูปแบบของตัวเอง เก็บสำเนาบล็อกเชนทั้งหมดไว้เหมือนกับโหนดทั่วไปในเครือข่าย แต่เพิ่มเติมคือมีการนำข้อมูลนั้นมาผ่านกระบวนการที่เรียกว่า Indexing หรือการจัดทำดัชนี เพื่อให้ค้นหาข้อมูลเฉพาะจุด เช่น ธุรกรรมของที่อยู่ใดที่อยู่หนึ่ง ได้อย่างรวดเร็ว

ถ้าไม่มีการทำ Indexing เอาไว้ล่วงหน้า การค้นหาว่าที่อยู่กระเป๋าเงินหนึ่งเคยมีธุรกรรมอะไรบ้างจะต้องไล่สแกนบล็อกเชนทั้งหมดตั้งแต่บล็อกแรกจนถึงปัจจุบันทุกครั้งที่มีการค้นหา ซึ่งใช้เวลานานเกินกว่าจะใช้งานจริงได้ Block Explorer จึงต้องมีฐานข้อมูลเสริมที่จัดเรียงข้อมูลไว้ล่วงหน้าให้ค้นหาได้ทันที ทำให้การสร้าง Block Explorer ที่รองรับผู้ใช้จำนวนมากพร้อมกันต้องใช้ทรัพยากรเซิร์ฟเวอร์ที่สูงกว่าการรันโหนดทั่วไปเฉยๆ มาก

จุดนี้เองที่ทำให้เกิดข้อแตกต่างด้านความน่าเชื่อถือระหว่าง Block Explorer แต่ละเว็บ เว็บที่รันโหนดของตัวเองและทำ Indexing เองทั้งหมดจะให้ข้อมูลที่ตรงกับเครือข่ายจริงเสมอ ในขณะที่บาง Block Explorer อาจเลือกใช้บริการข้อมูลจากผู้ให้บริการภายนอกอีกทอดหนึ่งแทนที่จะรันโหนดเอง ซึ่งเสี่ยงต่อความล่าช้าหรือความคลาดเคลื่อนของข้อมูลได้มากกว่า นี่คือเหตุผลที่โครงการโอเพนซอร์สอย่าง mempool.space ที่เปิดให้ตรวจสอบวิธีการทำงานได้ทั้งหมดจึงได้รับความไว้วางใจสูง เพราะใครก็ติดตั้งซอฟต์แวร์ตัวเดียวกันมารันเป็น Block Explorer ของตัวเองได้ ไม่ต้องเชื่อใจเว็บใดเว็บหนึ่งเพียงฝ่ายเดียว

ใช้ตรวจสอบ Proof of Reserves ของกระดานเทรดได้ยังไง

อีกประโยชน์หนึ่งของ Block Explorer ที่ได้รับความสนใจมากขึ้นหลังเหตุการณ์กระดานเทรดขนาดใหญ่ล้มละลายในต่างประเทศคือการใช้ตรวจสอบ Proof of Reserves หรือหลักฐานว่ากระดานเทรดมีเงินสำรองครบตามที่ลูกค้าฝากไว้จริงหรือไม่ กระดานเทรดที่โปร่งใสมักเผยแพร่ที่อยู่กระเป๋าเงินสาธารณะที่ใช้เก็บเงินของลูกค้า หรือให้บริการตรวจสอบยอดผ่านระบบ Merkle Tree ที่ยืนยันได้ว่ายอดเงินของผู้ใช้แต่ละคนถูกนับรวมอยู่ในยอดสำรองทั้งหมดจริง

เมื่อกระดานเทรดเผยแพร่ที่อยู่กระเป๋าเงินสาธารณะเหล่านี้ ผู้ใช้ทั่วไปสามารถนำที่อยู่นั้นไปค้นหาบน Block Explorer เพื่อดูยอดคงเหลือจริงบนบล็อกเชนได้ทันที โดยไม่ต้องเชื่อคำพูดของกระดานเทรดเพียงอย่างเดียว วิธีนี้เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนว่าความโปร่งใสของบล็อกเชนสาธารณะเป็นประโยชน์กับผู้ใช้งานทั่วไปได้จริง ไม่ใช่แค่เรื่องทางเทคนิคที่ห่างไกลตัว แม้จะต้องระวังไว้เช่นกันว่าการมียอดคงเหลือตรงกับที่ประกาศไว้ ณ เวลาใดเวลาหนึ่งไม่ได้รับประกันว่ากระดานเทรดนั้นจะไม่นำเงินไปใช้ในทางอื่นภายหลัง การตรวจสอบ Proof of Reserves จึงเป็นเพียงหนึ่งในหลายปัจจัยที่ควรพิจารณาประกอบกัน ไม่ใช่เครื่องยืนยันความปลอดภัยทั้งหมดของกระดานเทรดนั้น

ระวังอะไรบ้างเรื่องความเป็นส่วนตัวเมื่อทุกคนดูข้อมูลได้

ความโปร่งใสของ Block Explorer เป็นดาบสองคม ข้อดีคือใครก็ตรวจสอบความถูกต้องของธุรกรรมได้ด้วยตัวเอง แต่ข้อเสียคือถ้าที่อยู่กระเป๋าเงินใดถูกเชื่อมโยงกับตัวตนจริงของใครสักคนได้ ประวัติการเงินทั้งหมดของคนนั้นก็จะถูกมองเห็นไปด้วย มีสาขาการวิเคราะห์ข้อมูลที่เรียกว่า Chain Analysis ซึ่งเป็นการนำข้อมูลธุรกรรมสาธารณะบนบล็อกเชนมาวิเคราะห์หารูปแบบ เพื่อพยายามเชื่อมโยงว่าที่อยู่กระเป๋าเงินหลายที่อยู่เป็นของคนคนเดียวกันหรือไม่ บริษัทด้าน Chain Analysis บางแห่งให้บริการข้อมูลนี้กับหน่วยงานภาครัฐและกระดานเทรดเพื่อใช้ในการตรวจสอบธุรกรรมที่น่าสงสัยด้านการฟอกเงิน

เทคนิคพื้นฐานที่ใช้กันมากคือ Address Clustering ซึ่งอาศัยหลักการว่าเวลาธุรกรรมหนึ่งมี Input มาจากหลายที่อยู่พร้อมกัน มีความเป็นไปได้สูงว่าที่อยู่เหล่านั้นทั้งหมดอยู่ในกระเป๋าเงินเดียวกันของเจ้าของคนเดียว เพราะการจะใช้เหรียญจากหลายที่อยู่มารวมกันในธุรกรรมเดียวต้องมี Private Key ของทุกที่อยู่นั้นอยู่ในมือ นี่คือเหตุผลที่ผู้เชี่ยวชาญด้านความเป็นส่วนตัวแนะนำให้หลีกเลี่ยงการรวมเหรียญจากหลายที่อยู่เข้าด้วยกันโดยไม่จำเป็น และใช้ที่อยู่ใหม่ทุกครั้งที่รับเงินตามที่อธิบายไปก่อนหน้า เพื่อลดโอกาสที่ Chain Analysis จะเชื่อมโยงกิจกรรมทั้งหมดเข้าเป็นภาพเดียวกันได้ง่ายเกินไป

สำหรับผู้ใช้ทั่วไปที่ไม่ได้มีความจำเป็นพิเศษด้านความเป็นส่วนตัว การเข้าใจแค่ว่า Block Explorer เปิดให้ใครก็ตรวจสอบธุรกรรมได้ก็เพียงพอแล้วสำหรับการใช้งานประจำวัน แต่สำหรับคนที่กังวลเรื่องความเป็นส่วนตัวมากเป็นพิเศษ เช่น ธุรกิจที่ไม่ต้องการให้คู่แข่งเห็นกระแสเงินสด หรือผู้ที่ต้องการความปลอดภัยส่วนบุคคลสูง การทำความเข้าใจหลักการเหล่านี้ก็มีประโยชน์ไม่น้อยในการวางแผนใช้งานกระเป๋าเงินให้รัดกุมมากขึ้น

อ่านตัวเลขค่าธรรมเนียมแนะนำในหน้า Mempool

อีกฟีเจอร์หนึ่งที่ Block Explorer ส่วนใหญ่มีคือตัวเลขค่าธรรมเนียมแนะนำ ซึ่งมักแบ่งเป็นหลายระดับตามความเร็วที่ต้องการ เช่น ระดับที่คาดว่าจะได้ Confirmation แรกในบล็อกถัดไปทันที ระดับที่รอได้ประมาณครึ่งชั่วโมง และระดับประหยัดที่ยอมรอนานกว่านั้น ตัวเลขเหล่านี้คำนวณมาจากปริมาณธุรกรรมที่ค้างอยู่ใน Mempool ขณะนั้นจริงๆ ไม่ใช่ค่าคงที่ตายตัว

ประโยชน์ของการเช็คตัวเลขนี้ก่อนโอนคือช่วยประเมินได้ว่าควรตั้งค่าธรรมเนียมเท่าไหร่ให้เหมาะกับความเร่งด่วนของธุรกรรมนั้น ถ้าไม่รีบใช้เงินก็เลือกระดับประหยัดได้โดยไม่เสียหาย แต่ถ้าต้องการให้เงินเข้าเร็วที่สุดในสถานการณ์ที่ Mempool กำลังแน่น อาจต้องพิจารณาจ่ายสูงกว่าตัวเลขแนะนำเผื่อไว้ด้วย เพราะตัวเลขแนะนำเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลาตามความหนาแน่นของเครือข่าย

ใช้เช็คสถานะการโอนของตัวเองยังไงในทางปฏิบัติ

ขั้นตอนจริงเวลาต้องการเช็คว่าเงินที่โอนไปกระดานเทรดไทยจะเข้าเมื่อไหร่ เริ่มจากคัดลอก TxID จากประวัติการโอนในแอปกระเป๋าเงินต้นทาง นำไปวางค้นหาใน Block Explorer แล้วดูตัวนับ Confirmation ที่ปรากฏ เทียบกับเกณฑ์ที่กระดานเทรดนั้นกำหนดไว้ อย่างที่เคยอธิบายไว้ในบทความเรื่อง Block Confirmation ว่ากระดานเทรดไทยอย่าง Bitkub ระบุไว้ในหน้าศูนย์ช่วยเหลือว่าแนะนำให้ผู้ใช้ตรวจสอบสถานะธุรกรรมด้วย TxID ผ่าน Block Explorer ระหว่างรอเงินเข้าได้เช่นกัน วิธีนี้ทำให้รู้สถานะที่แท้จริงได้ตลอดเวลา แทนที่จะรอดูแค่หน้าจอแอปที่บางทีอาจอัปเดตช้ากว่าความเป็นจริง

อีกประโยชน์หนึ่งของการอ่าน Block Explorer เป็นคือช่วยตรวจสอบได้ด้วยตัวเองว่าธุรกรรมที่ส่งไปมีค่าธรรมเนียมสูงหรือต่ำเมื่อเทียบกับธุรกรรมอื่นที่กำลังรออยู่ใน Mempool ช่วงเวลานั้น ถ้าเห็นว่า Mempool กำลังแน่นและค่าธรรมเนียมของตัวเองต่ำกว่าค่าเฉลี่ยมาก ก็พอจะประเมินล่วงหน้าได้ว่าอาจต้องรอนานกว่าปกติกว่าจะได้ Confirmation แรก

กระเป๋าเงินและกระดานเทรดบางเจ้าอำนวยความสะดวกด้วยการใส่ปุ่มหรือลิงก์ "ดูใน Block Explorer" ไว้ในหน้ารายละเอียดธุรกรรมของแอปเองเลย กดแล้วเปิดตรงไปยังหน้าธุรกรรมนั้นบน Block Explorer ทันทีโดยไม่ต้องคัดลอก TxID เอง ถ้าแอปที่ใช้อยู่มีปุ่มนี้ก็สะดวกกว่ามาก แต่ถึงจะไม่มีก็ยังทำเองได้เสมอตามขั้นตอนที่อธิบายไว้ข้างต้น เพราะสุดท้ายแล้วข้อมูลชุดเดียวกันนี้เปิดให้เข้าถึงได้จากทุกทาง ไม่ได้ผูกติดกับแอปใดแอปหนึ่งเป็นการเฉพาะ

API ของ Block Explorer ใช้ทำอะไรได้อีก

นอกจากหน้าเว็บที่ให้คนทั่วไปค้นหาข้อมูลด้วยตัวเอง Block Explorer ส่วนใหญ่ยังเปิดให้เข้าถึงข้อมูลผ่านสิ่งที่เรียกว่า API หรือ Application Programming Interface ซึ่งเป็นช่องทางให้โปรแกรมอื่นดึงข้อมูลไปใช้งานต่อได้โดยอัตโนมัติโดยไม่ต้องเปิดหน้าเว็บด้วยมือทีละครั้ง

นักพัฒนาแอปกระเป๋าเงิน กระดานเทรด หรือแม้แต่บอทที่คอยแจ้งเตือนเมื่อมีเงินเข้าออกที่อยู่ใดที่อยู่หนึ่ง ต่างก็อาศัย API ของ Block Explorer เหล่านี้เป็นแหล่งข้อมูลเบื้องหลัง ตัวอย่างที่นำไปใช้ได้จริงคือการเขียนสคริปต์ง่ายๆ ให้ดึงข้อมูลจำนวน Confirmation ของ TxID ที่สนใจมาแสดงผลอัตโนมัติ แทนที่จะต้องเปิดเว็บมาดูเองซ้ำๆ ทุกไม่กี่นาที หรือธุรกิจที่รับชำระเงินด้วยบิตคอยน์จำนวนมากก็มักเขียนระบบให้ดึงข้อมูลผ่าน API แล้วอัปเดตสถานะคำสั่งซื้อของลูกค้าโดยอัตโนมัติทันทีที่ธุรกรรมได้ Confirmation ครบตามเกณฑ์ที่ตั้งไว้ โดยไม่ต้องมีพนักงานมานั่งเช็คสถานะทีละรายการเอง

จุดนี้สะท้อนให้เห็นว่า Block Explorer ไม่ได้มีประโยชน์แค่กับผู้ใช้ทั่วไปที่เปิดเว็บมาค้นหาเองเป็นครั้งคราวเท่านั้น แต่ยังเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญที่ธุรกิจและนักพัฒนาจำนวนมากพึ่งพาอยู่เบื้องหลังการทำงานของแอปพลิเคชันคริปโตต่างๆ ที่คนทั่วไปใช้งานกันอยู่ทุกวันโดยอาจไม่เคยรู้ตัวด้วยซ้ำว่าเบื้องหลังมีการเรียกใช้ Block Explorer อยู่

ต่างจากการรันโหนดของตัวเองยังไง ทำไมยังต้องมีทั้งสองอย่าง

หลังจากที่คุ้นกับ Bitcoin Node จากบทความก่อนหน้ามาแล้ว อาจเกิดคำถามว่าในเมื่อโหนดเก็บสำเนาบล็อกเชนทั้งหมดไว้อยู่แล้ว ทำไมยังต้องมี Block Explorer แยกต่างหากอีก คำตอบอยู่ที่ประสบการณ์การใช้งานที่ต่างกันโดยสิ้นเชิง

โหนด Bitcoin เต็มรูปแบบเก็บข้อมูลดิบไว้ในรูปแบบที่ออกแบบมาเพื่อการตรวจสอบกฎของเครือข่ายและช่วยกระจายข้อมูลต่อให้โหนดอื่น ไม่ได้ออกแบบมาให้มนุษย์ธรรมดาเปิดดูตรงๆ ได้สะดวก การจะค้นหาธุรกรรมหนึ่งรายการจากโหนดของตัวเองต้องใช้คำสั่งเฉพาะทางผ่าน Command Line ซึ่งคนทั่วไปที่ไม่มีพื้นฐานด้านโปรแกรมมิงจะใช้งานได้ยาก Block Explorer จึงเข้ามาเติมช่องว่างตรงนี้ด้วยการนำข้อมูลดิบชุดเดียวกันมาจัดรูปแบบใหม่ให้เป็นหน้าเว็บที่กดคลิกและอ่านได้ทันทีโดยไม่ต้องรู้จักคำสั่งใดๆ เลย

ในทางปฏิบัติ คนที่จริงจังกับความเป็นส่วนตัวและไม่ต้องการเปิดเผยว่าตัวเองกำลังค้นหาข้อมูลของที่อยู่ไหนอยู่ มักเลือกรันโหนดของตัวเองแล้วต่อกับ Block Explorer เวอร์ชันที่ติดตั้งบนเครื่องตัวเองแทนการใช้เว็บสาธารณะ เพราะการค้นหาผ่านเว็บสาธารณะหมายความว่าเว็บนั้นจะรู้ว่ามีคนกำลังสนใจที่อยู่หรือ TxID ไหนอยู่บ้าง แม้จะไม่รู้ว่าคนค้นหาคือใครก็ตาม แต่สำหรับผู้ใช้ทั่วไปที่ไม่ได้กังวลเรื่องนี้มากนัก การใช้ Block Explorer สาธารณะที่เปิดให้ใช้ฟรีก็สะดวกและเพียงพอแล้วสำหรับการตรวจสอบธุรกรรมประจำวัน

คำถามที่พบบ่อย

Block Explorer คืออะไร?

คือเว็บไซต์หรือเครื่องมือที่นำข้อมูลจากบล็อกเชน Bitcoin มาแสดงผลให้อ่านง่าย ให้ใครก็ค้นหาธุรกรรม บล็อก หรือที่อยู่กระเป๋าเงินได้ด้วยตัวเอง

หา TxID ของธุรกรรมตัวเองได้จากไหน?

ดูได้จากประวัติการทำรายการในแอปกระเป๋าเงินหรือกระดานเทรดที่ใช้โอน มักอยู่ในหน้ารายละเอียดของรายการนั้น หรือได้รับผ่านอีเมลยืนยันการถอน

Block Explorer ที่นิยมใช้กันมีเว็บไหนบ้าง?

เว็บที่นิยมใช้กันทั่วไปคือ mempool.space ซึ่งเป็นโปรเจกต์โอเพนซอร์ส นอกจากนี้ยังมีเว็บอื่นที่ทำหน้าที่คล้ายกันให้เลือกใช้ได้เช่นกัน

ถ้า Block Explorer เว็บหนึ่งล่มหรือปิดตัว ข้อมูลธุรกรรมของเราจะหายไปด้วยไหม?

ไม่หาย เพราะ Block Explorer แค่อ่านข้อมูลจากบล็อกเชนมาแสดงผล ไม่ได้เป็นเจ้าของข้อมูล ข้อมูลจริงยังอยู่ครบในบล็อกเชนที่ทุกโหนดในเครือข่ายเก็บสำเนาไว้

ตัวนับ Confirmation ในหน้าธุรกรรมหมายความว่าอะไร?

คือจำนวนบล็อกที่ถูกขุดต่อทับขึ้นไปนับตั้งแต่บล็อกที่บรรจุธุรกรรมนั้นถูกปิดครั้งแรก ยิ่งตัวเลขนี้สูงเท่าไหร่ ยิ่งมั่นใจได้มากว่าธุรกรรมนั้นจะไม่ถูกยกเลิกในภายหลัง

ใช้ Block Explorer เช็คของคนอื่นได้ไหม?

ได้ เพราะข้อมูลบนบล็อกเชนเป็นสาธารณะทั้งหมด ใครก็ค้นหาที่อยู่กระเป๋าเงินหรือ TxID ของธุรกรรมไหนก็ได้ แต่จะเห็นแค่ที่อยู่กระเป๋าเงินซึ่งเป็นชุดตัวอักษรตัวเลข ไม่ได้ระบุตัวตนจริงของเจ้าของโดยตรง

Block Explorer ต่างๆ แสดงข้อมูลตรงกันเสมอไหม?

โดยปกติควรตรงกัน เพราะทุกเว็บอ่านข้อมูลจากบล็อกเชนเดียวกัน แต่ระหว่างช่วงที่เพิ่งมีบล็อกใหม่ถูกขุดออกมาไม่กี่วินาที บาง Block Explorer อาจอัปเดตข้อมูลช้ากว่ากันเล็กน้อยตามความเร็วของระบบ Indexing ของแต่ละเว็บ ถ้าข้อมูลต่างกันมากผิดปกติหรือค้างนานควรลองเปิดอีกเว็บเทียบดู

ตรวจสอบ Proof of Reserves ของกระดานเทรดผ่าน Block Explorer ยากไหม?

ไม่ยาก แค่นำที่อยู่กระเป๋าเงินสาธารณะที่กระดานเทรดประกาศไว้ไปค้นหาบน Block Explorer แล้วดูยอดคงเหลือได้ทันที แต่ควรเข้าใจว่ายอดที่ตรงกัน ณ เวลาหนึ่งไม่ได้รับประกันว่ากระดานเทรดจะไม่เคลื่อนย้ายเงินในภายหลัง ควรใช้ประกอบกับข้อมูลอื่นด้วยเสมอ

ต้องติดตั้งโปรแกรมอะไรก่อนใช้ Block Explorer ไหม?

ไม่ต้อง Block Explorer ส่วนใหญ่เป็นเว็บไซต์ธรรมดาที่เปิดผ่านเบราว์เซอร์บนคอมพิวเตอร์หรือมือถือได้ทันที ไม่ต้องติดตั้งซอฟต์แวร์เพิ่มเติมหรือสมัครสมาชิกใดๆ ก็ค้นหาข้อมูลสาธารณะบนบล็อกเชนได้เลย

บทความทั้งหมด