วิลลี่ วู (Willy Woo) นักวิเคราะห์ข้อมูล On-chain ระดับโลกและผู้บุกเบิกการลงทุนใน Bitcoin รุ่นแรกๆ ออกมาเตือนผ่านโพสต์บน X เมื่อวันจันทร์ว่า ความกังวลเกี่ยวกับภัยคุกคามจาก คอมพิวเตอร์ควอนตัม (Quantum Computing) กำลังเริ่มส่งผลกระทบต่อมูลค่าของ Bitcoin ในระยะยาว โดยเฉพาะเมื่อเปรียบเทียบกับทองคำที่เป็นสินทรัพย์ปลอดภัยดั้งเดิม
วูระบุว่าตลาดได้เริ่มคำนวณความเสี่ยงของเหตุการณ์ที่เรียกว่า "Q-Day" หรือวันที่คอมพิวเตอร์ควอนตัมมีพลังมากพอที่จะเจาะรหัสลับแบบ Public Key ในปัจจุบันได้สำเร็จ ซึ่งสิ่งที่น่ากังวลที่สุดคือ Bitcoin จำนวนมหาศาลกว่า 4 ล้านเหรียญ ที่ถูกสันนิษฐานว่า "หายไปตลอดกาล" (Lost Coins) เนื่องจากกุญแจส่วนตัวสูญหาย อาจถูกขบวนการที่ใช้คอมพิวเตอร์ควอนตัมกู้คืนกลับมาหมุนเวียนในตลาดได้อีกครั้ง
ความหายากที่สั่นคลอนและทางเลือกที่ยากลำบาก
หากเหรียญที่เคยหายไป 4 ล้าน BTC (คิดเป็น 25-30% ของอุปทานทั้งหมด) สามารถถูกนำกลับมาใช้จ่ายได้จริง ความเชื่อเรื่อง "ความหายาก" (Scarcity) ของ Bitcoin จะถูกทำลายลงทันที วูประเมินว่ามีความเป็นไปได้เพียง 25% เท่านั้นที่เครือข่ายจะตกลง "แช่แข็ง" (Freeze) เหรียญเหล่านี้ผ่านการ Hard Fork เนื่องจากประเด็นนี้ขัดต่อหลักการพื้นฐานเรื่องสิทธิในทรัพย์สินและความไม่สามารถแก้ไขได้ของบล็อกเชน
วูมองว่าปัจจุบันนักลงทุนเริ่มให้ "ส่วนลดเชิงโครงสร้าง" (Structural Discount) กับมูลค่าของ Bitcoin เมื่อเทียบกับทองคำไปแล้วในช่วง 5-15 ปีข้างหน้า ซึ่งหมายความว่าแนวโน้มที่ Bitcoin จะมีอำนาจซื้อเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เมื่อวัดเป็นออนซ์ทองคำแบบในอดีต อาจไม่สามารถนำมาใช้คาดการณ์ได้เหมือนเดิมอีกต่อไป

มุมมองสถาบันและการเตรียมตัวรับมือ
ความกังวลเรื่องควอนตัมไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในกลุ่มนักลงทุนรายย่อย แต่ได้กลายเป็นปัจจัยเสี่ยงหลักในพอร์ตการลงทุนระดับสถาบันไปแล้ว ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ คริสโตเฟอร์ วูด (Christopher Wood) กลยุทธ์ของ Jefferies ที่ตัดสินใจลดสัดส่วน Bitcoin ในพอร์ตและหันไปเพิ่มน้ำหนักในทองคำแทน โดยระบุชัดเจนถึงความเสี่ยงจากคอมพิวเตอร์ควอนตัมที่อาจลดทอนความน่าเชื่อถือของ Bitcoin ในฐานะสินทรัพย์สะสมมูลค่าสำหรับกองทุนบำเหน็จบำนาญ
อย่างไรก็ตาม นักพัฒนา Bitcoin และนักรหัสวิทยาหลายรายยังคงยืนยันว่า Bitcoin ไม่ได้เผชิญกับ "วันสิ้นโลก" ในเร็วๆ นี้ เครือข่ายยังมีเวลาเพียงพอที่จะปรับเปลี่ยนระบบรหัสผ่านใหม่ (Post-quantum Migration) ผ่านกระบวนการที่ค่อยเป็นค่อยไป ซึ่งอาจใช้เวลาหลายปีในการเปลี่ยนรูปแบบ Address และการจัดการคีย์ให้ทันสมัยเพื่อรับมือกับเทคโนโลยีใหม่ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต
อ้างอิง : cointelegraph.com
ภาพ ftech.com
รู้ทันคริปโต โลกไม่รอ ข่าวไวต้อง Bitcoin Addict