Bitcoin Addict - ข่าวสารและบทความคริปโต

Willy Woo ชี้ถ้า “ควอนตัม” แฮ็กเหรียญ Satoshi ได้จริง Bitcoin OG พร้อมรับของถูกใส่พอร์ต
2025-12-14T17:00:00.000Zข่าว

Willy Woo ชี้ถ้า “ควอนตัม” แฮ็กเหรียญ Satoshi ได้จริง Bitcoin OG พร้อมรับของถูกใส่พอร์ต

ประเด็น “ควอนตัมคอมพิวเตอร์จะฆ่า Bitcoin ได้ไหม?” กลับมาร้อนแรงอีกครั้ง หลังชุมชนคริปโตในโซเชียลถกกันเดือดว่า ถ้าสักวันหนึ่งมีควอนตัมคอมพิวเตอร์ทรงพลังพอที่จะแฮ็กกระเป๋าของ Satoshi Nakamoto แล้วเอาเหรียญออกมาทิ้งขายใส่ตลาด ภาพจะเป็นอย่างไร

 

ต้นเรื่องมาจาก Josh Otten ยูทูบเบอร์สายคริปโตที่โพสต์กราฟสมมติให้ราคา Bitcoin ดิ่งเหลือ $3 เพราะมีควอนตัมคอมพิวเตอร์มาแฮ็กกระเป๋า Satoshi ที่เชื่อว่าถืออยู่ราว 1 ล้าน BTC แล้วเทขายทั้งหมด จนทำให้โซเชียลถกกันสนั่น

 

Willy Woo: ถ้า “แฟลชแครช” เกิดจริง OG จะรับของเอง และเครือข่ายยังรอด

 

ด้านนักวิเคราะห์และสาย HODL ระยะยาวชื่อดังอย่าง Willy Woo มองต่างออกไป เขากล่าวว่า ถ้าเกิดกรณีแฟลชแครชจากเหรียญ Satoshi โดนแฮ็กเทขายจริง

 

  • “เหล่า Bitcoin OG จำนวนมากจะเข้าไปซื้อเก็บตอนแฟลชแครชแน่นอน”

  • เครือข่าย Bitcoin เองยังคงอยู่รอด เพราะ

    • เหรียญส่วนใหญ่ ไม่ได้เสี่ยงต่อการถูกโจมตีทันที

    • ปัญหาหนักจะอยู่ที่กระเป๋าเก่าแบบที่โชว์ Public Key บนเชนตั้งแต่แรก

 

Woo ระบุเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันมี Bitcoin ราว 4 ล้านเหรียญ ที่ถืออยู่ใน Address แบบเก่าอย่าง Pay-to-Public-Key (P2PK) ซึ่งลักษณะนี้จะเผย Public Key แบบเต็ม บนบล็อกเชน ทำให้ในอนาคตหากควอนตัมคอมพิวเตอร์ทรงพลังเพียงพอ ก็อาจใช้ Public Key มาไล่ย้อนหา Private Key ได้ง่ายกว่ารูปแบบใหม่

 

019b1ec9-99d4-7f8e-b347-fc9ea6820a07.png
จำนวน BTC ที่ซาโตชิ นากาโมโตะถือครอง ที่มา: Arkham Intelligence

 

ในมุมเทคนิค

 

  • กระเป๋า BTC รุ่นใหม่ ส่วนใหญ่จะไม่โชว์ Public Key เต็ม ๆ บนเชน

  • ถ้าไม่รู้ Public Key ควอนตัมก็ “ไม่มีจุดตั้งต้น” ให้คำนวณย้อนหา Private Key

 

เพราะฉะนั้น ความเสี่ยงจริงจึงโฟกัสไปที่ “เหรียญเก่า–กระเป๋าเก่า” มากกว่าจะลากทั้งระบบลงไปพร้อมกัน

 

Quantum FUD: ภัยเทคโนโลยี หรือแค่ FUD รอบใหม่ของ Bitcoin?

 

ในชุมชนคริปโตเอง มีทั้งกลุ่มที่เชื่อว่าควอนตัมคอมพิวเตอร์จะเป็น “จุดจบของอุตสาหกรรมคริปโต” และอีกฝ่ายที่มองว่าเป็นแค่ FUD ระยะยาว ที่ยังห่างไกลความจริง

 

คนที่เชื่อฝั่ง FUD มักกังวลว่า

 

  • ถ้าวันหนึ่งควอนตัมแฮ็กกระเป๋าใหญ่ ๆ ได้

  • เหรียญที่เคยถูกเชื่อว่า “ปลอดภัย–แตะไม่ได้” อย่างเหรียญ Satoshi หรือเหรียญที่ถือใน P2PK

  • จะถูกดึงกลับสู่ตลาดและเทขาย จนทำให้ความเชื่อมั่นต่อ Bitcoin สั่นคลอน

 

แต่ฝั่งสายเทคนิคจำนวนมากพยายามย้ำว่า “ภัยควอนตัม” มีอยู่จริง แต่มีเวลาอีกเยอะมากให้โลกคริปโตปรับตัว

 

Adam Back: ภัยควอนตัมต่อ Bitcoin ยังอีก 20–40 ปี และเรามีเวลาอัปเกรด

 

หนึ่งในเสียงสำคัญคือ Adam Back

 

  • Cypherpunk รุ่นใหญ่

  • ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัทเทคโนโลยี Bitcoin อย่าง Blockstream

  • และเป็นหนึ่งใน “OG” ของวงการ

 

Adam Back มองว่า

 

  • Bitcoin ยัง ไม่ต้องเผชิญภัยควอนตัมในอีก 20–40 ปีข้างหน้า

  • ระหว่างนี้ มีเวลาเหลือเฟือในการ

    • พัฒนาและปรับใช้ มาตรฐาน Post-Quantum Cryptography

    • อัปเกรดโครงสร้าง Address และ Signature ให้ทนต่อการโจมตีของควอนตัม

 

เขาย้ำว่า มาตรฐานเข้ารหัสแบบต้านควอนตัม หลายตัวมีอยู่แล้วในฝั่งวิจัยและมาตรฐานความปลอดภัย เพียงแค่ยังไม่จำเป็นต้องรีบนำมาใช้กับ Bitcoin แบบเต็มระบบในตอนนี้

 

James Check: เทคโนโลยีรอด แต่ราคาตลาดอาจสวิงเละก่อนกลับเข้าสู่สมดุล

 

อีกด้านหนึ่ง James Check นักวิเคราะห์ตลาดคริปโต เสริมมุมมองที่ต่างออกไปเล็กน้อย

 

เขามองว่า

 

  • ในเชิงเทคนิค Bitcoin ไม่ได้ตายเพราะควอนตัม

    • ผู้ใช้งานมีเวลา “ย้ายเหรียญ” จากกระเป๋าเก่าไปยัง Address แบบต้านควอนตัมได้

    • โปรโตคอลเองสามารถอัปเกรดตามมาตรฐานใหม่ได้ในระยะยาว

  • แต่สิ่งที่น่ากังวลจริง ๆ คือ

    • ผลกระทบด้านราคา–Sentiment ตลาด หากเกิดเหตุการณ์แฮ็กเหรียญเก่าแล้วเทขาย

 

จุดสำคัญที่เขาย้ำคือ

 

“แทบไม่มีโอกาสเลยที่คอมมูนิตี้ Bitcoin จะยอม ‘Freeze’ เหรียญ Satoshi ล่วงหน้า ก่อนที่ควอนตัมคอมพิวเตอร์จะโจมตีจริง”

 

นั่นแปลว่า หากวันหนึ่งมีควอนตัมทรงพลังพอและเริ่มแฮ็กกระเป๋าเก่า

 

  • ตลาดอาจเผชิญกับ แรงเทขาย โฟโม–แพนิก–แฟลชแครช

  • ก่อนที่ราคาจะหาจุดสมดุลใหม่ และเทคโนโลยีจะเดินหน้าอัปเกรดรับมือ

 

ในภาพใหญ่ Check มองว่า มันเป็น “ความเสี่ยงด้านราคาและจิตวิทยา” มากกว่าความเสี่ยงด้านวิศวกรรมระบบ

 

อ้างอิง : cointelegraph.com

ภาพ en.bitcoinsistemi.com