ซีอีโอ Strategy ลั่นงบดุลแข็งแกร่งดุจหินผา เมินเสียงแช่ง ยันจุดตาย BTC อยู่ต่ำกว่า 10,000 ดอลลาร์
ฟอง เล (Phong Le) ประธานและซีอีโอของ Strategy (บริษัทที่เปลี่ยนชื่อมาจาก MicroStrategy ผู้ถือครอง Bitcoin รายใหญ่ที่สุดในโลกระดับองค์กร) ให้สัมภาษณ์กับ Bloomberg TV เมื่อวันอังคารที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2569 ว่าบริษัท "ไม่ไปไหน" และจะยังคงเดินหน้าซื้อ Bitcoin ต่อไป แม้เพิ่งขาย Bitcoin มูลค่ากว่า 215 ล้านดอลลาร์ (ราว 7,222 ล้านบาท) เพื่อบริหารสภาพคล่อง พูดง่ายๆ ก็คือ บริษัทจะเริ่มกังวลเรื่องความเสี่ยงด้านหนี้สินก็ต่อเมื่อราคา Bitcoin ร่วงลงไปอยู่ในช่วง 8,000-10,000 ดอลลาร์ (ราว 268,720-335,900 บาท) เท่านั้น ขณะที่ราคา Bitcoin ในขณะให้สัมภาษณ์อยู่ที่ประมาณ 65,000 ดอลลาร์ (ราว 2.18 ล้านบาท)
🎯 "เราไม่ไปไหน" ซีอีโอ Strategy ยันจุดยืนซื้อ Bitcoin ต่อเนื่อง
ฟอง เล กล่าวในการให้สัมภาษณ์กับ Bloomberg TV ช่วงบ่ายวันอังคารที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2569 ว่า Strategy ไม่มีแผนจะหยุดซื้อ Bitcoin แม้จะเพิ่งขายสินทรัพย์ดังกล่าวออกไปบางส่วน "เราไม่ไปไหน" เล กล่าว "เป้าหมายของผมคือการเป็นผู้ซื้อ Bitcoin รายใหญ่ที่สุดต่อไปในอนาคตอันใกล้"
ก่อนหน้านี้ Strategy ได้ขาย Bitcoin มูลค่ากว่า 215 ล้านดอลลาร์ (ราว 7,222 ล้านบาท) เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์บริหารเงินทุน และยังไม่ได้ซื้อ Bitcoin เพิ่มเติมนับตั้งแต่สัปดาห์ที่สิ้นสุดวันที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2569 ขณะเดียวกัน เมื่อสัปดาห์ก่อนหน้าการให้สัมภาษณ์ บริษัทระดมทุนได้ราว 467 ล้านดอลลาร์ (ราว 15,687 ล้านบาท) ผ่านการขายหุ้นสามัญ ส่งผลให้เงินสดสำรองของบริษัทเพิ่มขึ้นเป็นราว 3,000 ล้านดอลลาร์ (ราว 100,770 ล้านบาท)
เล ระบุว่า เงินสดสำรองดังกล่าวเพียงพอสำหรับจ่ายเงินปันผลหุ้นบุริมสิทธิ (Preferred Stock - หุ้นที่ผู้ถือมีสิทธิได้รับเงินปันผลก่อนผู้ถือหุ้นสามัญ) ได้นานราว 2 ปี และช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นทางการเงินให้กับบริษัท โดยบริษัทเพิ่มเงินสดสำรองหลังผู้ถือหุ้นบุริมสิทธิส่งสัญญาณว่าต้องการให้บริษัทรักษาสภาพคล่องในระยะสั้นไว้ในงบดุล และเล ยังระบุว่าการขาย Bitcoin ครั้งล่าสุดก็เพื่อแสดงให้เห็นถึงสภาพคล่องของ Bitcoin ที่บริษัทถือครองอยู่ด้วย
💰 กังวลหนี้ก็ต่อเมื่อ Bitcoin หลุด 8,000-10,000 ดอลลาร์
เมื่อถูกถามว่า Strategy จะรับมืออย่างไรหากราคา Bitcoin ยังคงถูกกดดันหรือร่วงลงอย่างมีนัยสำคัญ เล ตอบว่าบริษัทไม่คาดว่าจะมีปัญหาเรื่องงบดุลจนกว่าราคา Bitcoin จะร่วงลงไปอยู่ในช่วง 8,000-10,000 ดอลลาร์ (ราว 268,720-335,900 บาท)
"เมื่อ Bitcoin ร่วงลงไปใกล้ 8,000 หรือ 10,000 ดอลลาร์ นั่นคือจุดที่เราต้องพิจารณาความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับหนี้สินของเรา จนกว่าจะถึงจุดนั้น เรารู้สึกมั่นใจมากกับงบดุลของบริษัท" เล กล่าว โดย ณ ขณะที่ให้สัมภาษณ์ Bitcoin ซื้อขายอยู่ที่ประมาณ 65,000 ดอลลาร์ (ราว 2.18 ล้านบาท)
เล กล่าวเสริมว่า Strategy ได้ออกแบบโครงสร้างเงินทุนให้สามารถทนทานต่อภาวะตลาดหมีได้ พร้อมทั้งยังอยู่ในตำแหน่งที่จะได้ประโยชน์จากการฟื้นตัวของตลาดในอนาคต โดยบริษัทเคยผ่านช่วงเวลาที่คล้ายกันมาแล้วในช่วงตลาดขาลงปี 2565 และคาดว่าจะยังคงสะสม Bitcoin ต่อไปในระยะยาว
🏢 จาก "บริษัทคลัง Bitcoin" สู่ "แพลตฟอร์มทุนดิจิทัล"
เล กล่าวว่า Strategy ได้พัฒนาจากบริษัทที่ถือครอง Bitcoin เป็นสินทรัพย์สำรอง (Bitcoin Treasury Company) ไปสู่สิ่งที่เขาเรียกว่า "แพลตฟอร์มทุนดิจิทัล" (Digital Capital Platform) ที่ครอบคลุมกว้างขึ้น โดยบริษัทมีแผนจะระดมทุนต่อเนื่องเพื่อรองรับการซื้อ Bitcoin ในอนาคต
กลไกสำคัญส่วนหนึ่งของกลยุทธ์นี้คือ STRC (Variable Rate Series A Perpetual Stretch Preferred Stock) หรือที่รู้จักกันในชื่อ "Stretch" ซึ่งเป็นหุ้นบุริมสิทธิแบบไม่มีกำหนดไถ่ถอนของ Strategy ที่ออกแบบมาให้ซื้อขายใกล้เคียงกับราคาตรา (Par Value - ราคาอ้างอิงตั้งต้นของหุ้นบุริมสิทธิ) ที่ 100 ดอลลาร์ต่อหุ้น เล ระบุว่าบริษัทมีแผนจะออก STRC เพิ่มเติมเมื่อราคากลับไปอยู่ที่ระดับราคาตราอีกครั้ง โดยเงินที่ได้จะนำไปซื้อ Bitcoin เพิ่ม พร้อมทั้งอาจเพิ่มเงินสำรองสกุลดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งเขาระบุว่าเป็นส่วนสำคัญของแผนเงินทุนระยะยาวของบริษัท
"เมื่อ STRC กลับไปอยู่ที่ราคาตรา เราจะออกหุ้นเพิ่ม เราจะซื้อ Bitcoin" เล กล่าว "นั่นคือส่วนสำคัญของแผนเงินทุนของเราในการออกหุ้นบุริมสิทธิเพิ่มเติมไปเรื่อยๆ เพราะมันช่วยเพิ่มมูลค่า Bitcoin ต่อหุ้น ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อผู้ถือหุ้นของเรา"
ทั้งนี้ STRC ซื้อขายต่ำกว่าราคาตรา 100 ดอลลาร์ (ราว 3,359 บาท) มาตั้งแต่เดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2569 โดยล่าสุดหุ้นซื้อขายอยู่ที่ราว 88 ดอลลาร์ (ราว 2,956 บาท) เมื่อวันพุธที่ผ่านมา
📊 mNAV ฟื้นตัวกลับมาเหนือระดับ 1
เล กล่าวว่า "ผู้ถือหุ้นของเราเข้าใจดีว่าเป้าหมายหลักของเราคือการสร้างผลตอบแทนที่เหนือกว่า Bitcoin ในระยะยาว" พร้อมระบุว่าตราบใดที่ราคาหุ้น Strategy ยังคงสูงกว่ามูลค่าสินทรัพย์สุทธิของ Bitcoin ที่ถือครองอยู่ บริษัทก็ยังสามารถออกหุ้นเพิ่มทุนได้
mNAV (Market Net Asset Value Multiple - อัตราส่วนเปรียบเทียบมูลค่าตลาดของบริษัทกับมูลค่า Bitcoin ที่ถือครองอยู่) ของ Strategy ร่วงลงต่ำกว่าระดับ 1 เมื่อเดือนที่แล้ว ก่อนจะฟื้นตัวกลับมาอยู่ที่ประมาณ 1.02 ในปัจจุบัน
📎 ข่าวที่เกี่ยวข้องจาก Bitcoinaddict.com เหตุการณ์นี้สืบเนื่องจากที่เราเคยรายงานไว้ก่อนหน้านี้
👉 Strategy กลับมาซื้อ Bitcoin! กวาด 1,550 BTC หลังดราม่าขาย 32 เหรียญ ดันคลังแตะ 845,256 BTC
👉 Strategy เสนอปรับแผนปันผลหุ้น STRC เป็น "รายปักษ์" (2 ครั้งต่อเดือน)
🔗 อ้างอิงต้นฉบับ: Bloomberg TV (สัมภาษณ์วันที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2569); ตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติมจาก Decrypt และ CoinDesk / theblock.co
💬 ความเห็นบรรณาธิการ Bitcoinaddict การที่ Strategy กล้าระบุตัวเลขเจาะจงอย่าง 8,000-10,000 ดอลลาร์ ว่าเป็นจุดที่จะเริ่มกลายเป็นความเสี่ยงต่องบดุล ถือเป็นการเปิดเผยข้อมูลที่ตรงไปตรงมากว่าที่กองทุนหรือบริษัทถือครอง Bitcoin รายอื่นๆ ส่วนใหญ่มักทำ พูดง่ายๆ ก็คือ บริษัทกำลังบอกตลาดชัดๆ ว่าโมเดลธุรกิจของตัวเองจะเริ่มสั่นคลอนที่จุดไหน ซึ่งน่าจับตามองไม่น้อยว่ากลไก STRC และการฟื้นตัวกลับสู่ราคาตราจะเป็นตัวชี้วัดสำคัญของทิศทางบริษัทในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ อย่างไรก็ตาม ราคา Bitcoin ยังคงมีความผันผวนสูงและคาดการณ์ได้ยาก บทความนี้ไม่ถือเป็นคำแนะนำให้ซื้อหรือขายสินทรัพย์ใดๆ นักลงทุนควรศึกษาข้อมูลรอบด้านและประเมินความเสี่ยงด้วยตนเองก่อนตัดสินใจลงทุนเสมอ
🏷️ Tags / คีย์เวิร์ด SEO Strategy, Bitcoin, Phong Le, ไมเคิล เซย์เลอร์, MSTR, STRC, Bitcoin Treasury, หนี้สิน Strategy, mNAV, Digital Capital Platform
บทความนี้นำเสนอเพื่อให้ข้อมูลเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำการลงทุน ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลและประเมินความเสี่ยงด้วยตนเองก่อนตัดสินใจลงทุน
— รายงานโดยทีมข่าว Bitcoinaddict.com