USDT ครองบัลลังก์ชำระเงิน USDC ครองพื้นที่ DeFi! Dune เผยข้อมูลชี้ Stablecoin สองยักษ์ใหญ่แยกเส้นทางกันชัดเจน
Dune (แพลตฟอร์มวิเคราะห์ข้อมูลออนเชนชั้นนำ) เผยรายงาน Digital Asset Brief ฉบับล่าสุดชี้ว่า Stablecoin สองอันดับต้นของตลาดกำลังแยกบทบาทกันชัดเจน โดย USDt (USDT) ของ Tether ครองพื้นที่การชำระเงินออนเชน ขณะที่ USDC ของ Circle ครองพื้นที่ DeFi (การเงินแบบกระจายศูนย์) พูดง่ายๆ ก็คือ ทั้งคู่ไม่ได้แข่งกันแบบตัวต่อตัวเหมือนที่หลายคนเข้าใจอีกต่อไป แต่กลายเป็นผลิตภัณฑ์การเงินเฉพาะทางที่แยกเส้นทางกันไปตามแต่ละ Blockchain
💰 USDT ครองตลาดชำระเงิน ทิ้งห่าง USDC
จากรายงานของ Dune ในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 (2026) USDT เข้าไปตั้งรกรากในตลาดการชำระเงินออนเชนอย่างเด็ดขาด โดยชำระเงินในธุรกรรมการค้าที่ระบุตัวตนได้ไปแล้วราว 95,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 3.16 ล้านล้านบาท ตามอัตราแลกเปลี่ยน 33.25 บาทต่อดอลลาร์ จาก Trading Economics ณ วันที่ 7 กรกฎาคม 2569) เทียบกับ USDC ที่อยู่อันดับสองด้วยมูลค่าเพียงราว 14,000 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 465,500 ล้านบาท)
ที่น่าสนใจกว่านั้นคือในกลุ่มธุรกรรมแบบ B2B (Business-to-Business — การชำระเงินระหว่างธุรกิจต่อธุรกิจ) USDT กินส่วนแบ่งไปถึงราว 92% ของมูลค่ารวม 48,000 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 1.60 ล้านล้านบาท)

อีกจุดที่ยืนยันบทบาทของ USDT ในฐานะสินทรัพย์เพื่อการชำระเงินและโอนเงินข้ามพรมแดนคือข้อมูลบน Tron (เครือข่าย Blockchain ที่ USDT มีปริมาณหมุนเวียนมากที่สุด) ซึ่งราว 93% ของอุปทาน USDT ทั้งหมดบน Tron ถูกถือครองอยู่ในกระเป๋าเงินทั่วไป ไม่ใช่บน Exchange สะท้อนว่าคนส่วนใหญ่ใช้เหรียญนี้เพื่อเก็บและโอนเงินจริง ไม่ใช่เพื่อการเทรด
🏗️ USDC ครองบัลลังก์ DeFi ด้วยปริมาณธุรกรรมระดับล้านล้าน
ในทางกลับกัน USDC ได้สถาปนาตัวเองเป็น Stablecoin อันดับหนึ่งในโลก DeFi โดย USDC บนเครือข่าย Base (Blockchain Layer 2 ที่พัฒนาโดย Coinbase) มีปริมาณการโอนสูงถึงราว 2.6 ล้านล้านดอลลาร์ในเดือนมิถุนายนเพียงเดือนเดียว ซึ่งถือเป็นคู่โทเค็น-เชนที่มีปริมาณสูงที่สุดในตลาด ขณะที่บน Ethereum เหรียญเดียวกันนี้มีปริมาณธุรกรรมเพิ่มอีกราว 1.6 ล้านล้านดอลลาร์
หากแปลงเป็นเงินบาทตามอัตราแลกเปลี่ยนข้างต้น ตัวเลขบน Base จะอยู่ที่ประมาณ 86.45 ล้านล้านบาท และบน Ethereum อยู่ที่ประมาณ 53.20 ล้านล้านบาท ซึ่งเป็นตัวเลขที่มหาศาลเมื่อเทียบกับปริมาณการชำระเงินของ USDT
Dune สรุปว่าเรื่องเล่าแบบเดิมๆ ที่มองว่า USDT กับ USDC เป็นคู่แข่งกันโดยตรงเริ่มใช้ไม่ได้ผลอีกต่อไป เพราะแต่ละเหรียญกำลังหาช่องทางของตัวเอง — USDT ครองพื้นที่การชำระเงิน ส่วน USDC ครองพื้นที่การเทรดและ DeFi เป็นหลัก
🌍 ภาพรวมตลาด Stablecoin และกฎหมายที่กำลังจับตา
ทั้งสองเหรียญรวมกันคิดเป็นสัดส่วนราว 83% ของมูลค่าตลาด Stablecoin ทั้งหมดที่ประมาณ 315,000 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 10.47 ล้านล้านบาท) โดย Dune ติดตามข้อมูลจาก Stablecoin กว่า 200 โทเค็นบนหลาย Blockchain
ความเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นท่ามกลางแรงหนุนด้านกฎระเบียบในสหรัฐฯ โดยเฉพาะหลังกฎหมาย GENIUS Act (กฎหมายกำกับดูแล Stablecoin เพื่อการชำระเงินฉบับแรกของสหรัฐฯ) มีผลบังคับใช้ในปี 2568 (2025) ซึ่งเปิดทางให้ธนาคารและบริษัทต่างๆ สามารถออกสินทรัพย์ดิจิทัลที่ผูกมูลค่ากับดอลลาร์สหรัฐได้
ขณะเดียวกัน สภาคองเกรสสหรัฐฯ กำลังถกเถียงร่างกฎหมาย CLARITY Act (กฎหมายว่าด้วยโครงสร้างตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล) ซึ่งแม้จะไม่ได้กำกับดูแล Stablecoin โดยตรง แต่จะกำหนดว่าสินทรัพย์คริปโตประเภทใดอยู่ภายใต้เขตอำนาจของ ก.ล.ต. สหรัฐฯ (SEC) หรือ CFTC (หน่วยงานกำกับดูแลตลาดซื้อขายล่วงหน้าสินค้าโภคภัณฑ์) ร่างกฎหมายนี้ผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมาธิการการธนาคารของวุฒิสภาเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา และอาจเข้าสู่การลงมติเต็มสภาก่อนช่วงปิดสมัยประชุมเดือนสิงหาคม แม้ Galaxy จะปรับลดโอกาสที่ร่างจะผ่านทันช่วงปิดสมัยเหลือราว 50% เนื่องจากเวลาที่เหลือค่อนข้างจำกัด
📎 ข่าวที่เกี่ยวข้องจาก Bitcoinaddict.com: เหตุการณ์นี้สืบเนื่องจากที่เราเคยรายงานไว้ก่อนหน้านี้เกี่ยวกับความเคลื่อนไหวของ Stablecoin และกฎหมายกำกับดูแลในสหรัฐฯ
👉 Tether รุกหนัก! เปิดตัว USAt เหรียญ Stablecoin ใหม่ลุยตลาดสหรัฐฯ ภายใต้กฎหมาย GENIUS Act
👉 ทรัมป์ลั่น CLARITY Act คือเกราะ "กันอนาคต" ปกป้องคริปโตจากรัฐบาลชุดหน้า
👉 BlackRock สนใจซื้อหุ้น IPO ของ Circle กว่า 10% – มูลค่าระดมทุนทะลุ $624 ล้าน!
🔗 อ้างอิงต้นฉบับ: Cointelegraph (อ้างอิงข้อมูลจาก Dune's Digital Asset Brief) / ภาพ withtap.com
💬 ความเห็นบรรณาธิการ Bitcoinaddict ข้อมูลจาก Dune สะท้อนพัฒนาการที่น่าสนใจของตลาด Stablecoin ที่กำลังเติบโตแบบมีทิศทางเฉพาะทางมากขึ้น แทนที่จะเป็นการแย่งชิงตลาดเดียวกัน ซึ่งถือเป็นสัญญาณเชิงบวกต่อความยั่งยืนของอุตสาหกรรมในระยะยาว เพราะแต่ละเหรียญสามารถตอบโจทย์ผู้ใช้งานที่แตกต่างกันได้ดีขึ้น อย่างไรก็ตาม ความคืบหน้าของกฎหมาย CLARITY Act ในวุฒิสภายังคงเป็นตัวแปรสำคัญที่ต้องจับตา เพราะจะส่งผลต่อกรอบการกำกับดูแลของทั้งภาคการชำระเงินและ DeFi ในระยะถัดไป
⚠️ ข้อมูลนี้จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ด้านข่าวสารเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำการลงทุน นักลงทุนควรศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมและประเมินความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลทุกประเภท
Tags / คีย์เวิร์ด SEO: USDT, USDC, Stablecoin, Dune, DeFi, GENIUS Act, CLARITY Act, Tether
— รายงานโดยทีมข่าว Bitcoinaddict.com