Bitcoin Addict - ข่าวสารและบทความคริปโต

อัยการสหรัฐฯ ขอนัดพิจารณาคดีใหม่ "Roman Storm" ผู้ร่วมก่อตั้ง Tornado Cash ตุลาคม 2026
10 March 2026ข่าวคริปโตโดย Rawiwarn Owattasanee

อัยการสหรัฐฯ ขอนัดพิจารณาคดีใหม่ "Roman Storm" ผู้ร่วมก่อตั้ง Tornado Cash ตุลาคม 2026

กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ (DOJ) ยื่นขอพิจารณาคดีใหม่ต่อศาลแขวงนิวยอร์กในวันจันทร์ที่ผ่านมา โดยเสนอให้เริ่มต้นช่วงต้นหรือกลางเดือนตุลาคม 2026 สำหรับ Roman Storm ผู้ร่วมก่อตั้ง Tornado Cash (โปรโตคอลผสมเหรียญคริปโตแบบไม่มีผู้ดูแล บน Blockchain Ethereum) ซึ่งยังต้องเผชิญ 2 ข้อหาที่คณะลูกขุนตัดสินไม่ได้ในการพิจารณาครั้งก่อน โดยโทษสูงสุดรวมกันสูงถึง 40 ปีในคุกของรัฐบาลกลาง

 

ย้อนความเป็นมา: คดี Tornado Cash คืออะไร?

 

Tornado Cash คือ Non-Custodial Cryptocurrency Mixer (เครื่องมือผสมธุรกรรมคริปโตแบบไม่มีตัวกลางควบคุม ซึ่งช่วยปกปิดร่องรอยการโอนเงินบน Blockchain) ที่ทางการสหรัฐฯ อ้างว่าถูกนำไปใช้ฟอกเงินมากกว่า 1 พันล้านดอลลาร์

 

ในเดือนสิงหาคมปีที่แล้ว คณะลูกขุนพิพากษาว่า Storm มีความผิดในข้อหา "ดำเนินธุรกิจรับโอนเงินโดยไม่ได้รับอนุญาต" แต่ ไม่สามารถบรรลุข้อตกลงได้ ใน 2 ข้อหาที่เหลือ ได้แก่ ข้อหาฟอกเงิน และข้อหาละเมิดมาตรการคว่ำบาตร ทำให้คดียังไม่สิ้นสุด

 

DOJ ขอนัดวันใหม่ — ก่อนที่ตารางจะขัดแย้ง

 

ในจดหมายที่ยื่นต่อผู้พิพากษา Katherine Polk Failla แห่งศาลแขวงภาคใต้ของนิวยอร์ก (SDNY) อัยการระบุว่าพร้อมพิจารณาคดีในฤดูใบไม้ผลิ แต่ยืดหยุ่นตามความพร้อมของฝ่ายจำเลย พร้อมเสนอวันเริ่มต้น 5 หรือ 12 ตุลาคม 2026 เพื่อหลีกเลี่ยงความขัดแย้งทางตารางเวลาที่อาจเกิดขึ้น

 

อย่างไรก็ดี ทนายฝ่าย Storm แสดงความเห็นว่าการกำหนดวันในขั้นนี้ยังเร็วเกินไป แต่ยืนยันว่าพร้อมดำเนินคดีในช่วงปลายเดือนกันยายน ต้นตุลาคม หรือต้นเดือนธันวาคม ทั้งนี้ ยังมีการพิจารณา Rule 29 Motion (คำร้องขอให้ยกฟ้อง) ที่นัดไว้วันที่ 9 เมษายน ซึ่งอาจส่งผลต่อทิศทางคดีด้วย

 

Storm ลั่น "สู้ไม่หยุด" แม้เงินค่าทนายหมดแล้ว

 

Storm โพสต์บน X (ทวิตเตอร์เดิม) ว่าตนเองจะ "ไม่หยุดต่อสู้เพื่ออิสรภาพ" พร้อมย้ำว่า 2 ข้อหาที่เหลือมีโทษสูงสุดรวม 40 ปี เพียงเพราะ "เขียนโค้ดโอเพนซอร์ส สำหรับโปรโตคอลที่ตนไม่ได้ควบคุม และธุรกรรมที่ตนไม่เคยแตะต้อง"

 

Storm ยังเปิดเผยว่าขณะนี้ ใช้เงินกองทุนป้องกันทางกฎหมายหมดแล้ว หลังวงการคริปโตและบล็อกเชนระดมทุนหลายล้านดอลลาร์ให้ก่อนหน้านี้

 

เสียงสนับสนุนจากอุตสาหกรรม

 

คดีนี้ได้รับความสนใจจากบุคคลชั้นนำในวงการ โดย Vitalik Buterin (ผู้ร่วมก่อตั้ง Ethereum บล็อกเชนแพลตฟอร์มชั้นนำ) เคยออกจดหมายเปิดผนึกว่าตนเชื่อมั่นอย่างแรงกล้าในความสำคัญของความเป็นส่วนตัว และมองว่าเครื่องมืออย่าง Tornado Cash เป็น "ปราการสุดท้าย" จากการถูกเอาเปรียบทางข้อมูล

 

นอกจากนี้ Solana Policy Institute (องค์กรนโยบายด้านบล็อกเชน Solana) ก็เผยแพร่จดหมายเปิดผนึกเรียกร้องให้มีการคุ้มครองทางกฎหมายที่แข็งแกร่งกว่านี้สำหรับนักพัฒนาซอฟต์แวร์

 

บริบทเปลี่ยนแปลง: รัฐบาล Trump ส่งสัญญาณต่างออกไป

 

น่าสนใจอย่างยิ่งคือ คดีนี้เริ่มต้นภายใต้รัฐบาล Biden แต่ท่าทีของ DOJ เริ่มเปลี่ยนไปในยุค Trump โดย Matthew J. Galeotti รักษาการผู้ช่วยอัยการสูงสุดฝ่ายอาชญากรรม ระบุว่า "การเขียนโค้ดไม่ใช่อาชญากรรม"

 

ยิ่งไปกว่านั้น รายงานล่าสุดของกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ถึงรัฐสภายอมรับว่า Crypto Mixer สามารถมีการใช้งานที่ชอบด้วยกฎหมาย เช่น การปกป้องความเป็นส่วนตัวของทรัพย์สินหรือการบริจาคเพื่อการกุศล และ มาตรการคว่ำบาตร Tornado Cash ปี 2022 ก็ถูกยกเลิกไปแล้วในปี 2025 หลังศาลมีคำสั่ง

 

ผลของการพิจารณาคดีใหม่ครั้งนี้จึงมีความสำคัญอย่างมาก เนื่องจากอาจกลายเป็น บรรทัดฐานทางกฎหมายครั้งสำคัญ สำหรับเครื่องมือคริปโตแบบ Non-Custodial ในอนาคต

 

📎 อ่านเพิ่มเติม: 👉 Roman Storm Tornado Cash Trial – CoinDesk Coverage
🔗 อ้างอิงต้นฉบับ: CoinDesk / The Block

 

💬 ความเห็นบรรณาธิการ Bitcoinaddict คดี Roman Storm ไม่ใช่แค่เรื่องของนักพัฒนาคนหนึ่ง แต่คือการถกเถียงระดับนโยบายว่าเส้นแบ่งระหว่าง "เขียนโค้ด" กับ "รับผิดชอบทางอาญา" ควรอยู่ตรงไหน การที่ทั้ง Vitalik Buterin และ Solana Policy Institute ออกมาแสดงจุดยืน สะท้อนว่าวงการมองว่าผลของคดีนี้จะกระทบถึงนักพัฒนา Open Source ทั่วโลก บริบทที่รัฐบาลสหรัฐฯ เริ่มส่งสัญญาณที่นุ่มนวลกว่าเดิมต่อ Privacy Tools อาจเป็นตัวแปรสำคัญที่น่าจับตาในการพิจารณาคดีรอบใหม่นี้

 

— รายงานโดยทีมข่าว Bitcoinaddict.com

 

อ้างอิง : theblock.co