Bitcoin Addict - ข่าวสารและบทความคริปโต

Vitalik ออกโรงหนุนผู้พัฒนา Tornado Cash ประณามการ “ทำให้การเขียนโค้ดเป็นอาชญากรรม”
10 January 2026ข่าวโดย Rawiwarn Owattasanee

Vitalik ออกโรงหนุนผู้พัฒนา Tornado Cash ประณามการ “ทำให้การเขียนโค้ดเป็นอาชญากรรม”

Vitalik Buterin ผู้ร่วมก่อตั้ง Ethereum เผยแพร่จดหมายสนับสนุน Roman Storm นักพัฒนาที่เกี่ยวข้องกับ Tornado Cash ซึ่งกำลังรอการตัดสินโทษในสหรัฐฯ หลังถูกตัดสินว่ามีความผิดในข้อหา สมคบคิดเกี่ยวกับการส่งผ่านเงิน (money-transmitting conspiracy) จากคดีที่เชื่อมโยงกับเครื่องมือความเป็นส่วนตัวบนบล็อกเชน

 

Vitalik วางกรอบประเด็นชัดว่า คดีนี้ “กำลังโฟกัสที่การพัฒนาซอฟต์แวร์” มากกว่าการก่อให้เกิดความเสียหายทางการเงินโดยตรง และเตือนว่าการดำเนินคดีลักษณะนี้เสี่ยงต่อการ criminalization of code หรือ “ทำให้การเขียนโค้ดกลายเป็นความผิดทางอาญา”

 

Tornado Cash คืออะไร และทำไมถึงเป็นประเด็นใหญ่?

 

Tornado Cash เป็นเครื่องมือประเภท non-custodial crypto mixer ที่ออกแบบมาเพื่อเพิ่มความเป็นส่วนตัวของธุรกรรมคริปโต โดยไม่ใช่บริการรับฝากทรัพย์สิน (ไม่ถือเงินแทนผู้ใช้) แต่หน่วยงานรัฐสหรัฐฯ ระบุว่าเครื่องมือนี้ถูกนำไปใช้ในการฟอกเงินผิดกฎหมายเป็นมูลค่าสูง จึงกลายเป็นศูนย์กลางของแรงกดดันต่อ “นักพัฒนาเครื่องมือความเป็นส่วนตัว” ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา

 

Vitalik ย้ำ: Privacy tools คือ “โครงสร้างพื้นฐาน” ไม่ใช่ข้ออ้างของคนร้าย

 

ในจดหมาย Vitalik ให้เหตุผลว่าเครื่องมือด้านความเป็นส่วนตัว (privacy tools) เป็นสิ่งจำเป็นในโลกที่ข้อมูลถูกเก็บและติดตามได้ง่ายขึ้น เขาเล่าว่าเคยใช้ซอฟต์แวร์ของ Roman ในการทำธุรกรรมที่ต้องการความเป็นส่วนตัว เช่น ซื้อเครื่องมือทางเทคนิค และสนับสนุนองค์กรด้านสิทธิมนุษยชน โดยไม่ต้องการให้ข้อมูลถูกบันทึกลงฐานข้อมูลของบริษัทหรือภาครัฐ

 

ใจความสำคัญที่ Vitalik ต้องการสื่อ:

 

  • “ความเป็นส่วนตัว” ไม่ใช่เรื่องสุดโต่ง แต่เป็นสิทธิพื้นฐานที่เคยมีมาก่อนยุคดิจิทัล

  • การเอาผิดนักพัฒนาเพราะ “คนอื่นนำเครื่องมือไปใช้ผิด” อาจสร้างบรรทัดฐานอันตรายต่อวงการซอฟต์แวร์

  • การปกป้อง privacy tools คือการปกป้องผู้ใช้ทั่วไป ไม่ใช่ปกป้องอาชญากร

 

กระแสสนับสนุนอุตสาหกรรม รวมตัวต้านแรงกดดันทางกฎหมาย

 

คดีของ Roman Storm ไม่ได้เกิดขึ้นโดดๆ แต่เป็นส่วนหนึ่งของแรงกดดันที่เพิ่มขึ้นต่อผู้พัฒนาเครื่องมือความเป็นส่วนตัวในหลายประเทศ ซึ่งทำให้วงการคริปโตและกลุ่มสนับสนุนสิทธิด้านดิจิทัลเริ่มรวมตัวผลักดัน “หลักคุ้มครองนักพัฒนาซอฟต์แวร์” มากขึ้น

 

ก่อนหน้านี้ยังมีกรณีอื่นๆ ที่ถูกจับตามอง เช่น คดีนักพัฒนาที่เกี่ยวข้องกับเครื่องมือ mixer และ privacy wallet ในสหรัฐฯ และยุโรป ซึ่งตอกย้ำว่าประเด็น “เขียนโค้ด = ความเสี่ยงทางกฎหมาย” กำลังเป็นเรื่องจริงจังขึ้นเรื่อยๆ

 

สรุป: ประเด็นนี้ไม่ใช่แค่ Tornado Cash แต่คืออนาคตของการพัฒนาโอเพ่นซอร์ส

 

จดหมายของ Vitalik สะท้อนความกังวลว่า หากสังคมเริ่มยอมรับแนวคิดว่า “นักพัฒนาต้องรับผิดทางอาญาเพราะคนอื่นนำโค้ดไปใช้ผิด” เส้นแบ่งระหว่าง การสร้างเครื่องมือ กับ การก่ออาชญากรรม จะพร่าเลือน และอาจกระทบต่อการพัฒนาโอเพ่นซอร์ส รวมถึงนวัตกรรมด้านความเป็นส่วนตัวในระยะยาว

 

อ้างอิง : theblock.co

ภาพ cryptoslate.com