TRM Labs เผยมิจฉาชีพใช้ Deepfake หลอกเหยื่อโอนคริปโตเอง ยอดสูญเสียพุ่ง 263%
25 August 2026ข่าวโดย พีรพัฒน์ หาญคงแก้ว

TRM Labs เผยมิจฉาชีพใช้ Deepfake หลอกเหยื่อโอนคริปโตเอง ยอดสูญเสียพุ่ง 263%

TRM Labs บริษัทวิเคราะห์ข้อมูลบล็อกเชนและป้องกันความเสี่ยงด้านสินทรัพย์ดิจิทัล เปิดเผยว่ายอดความเสียหายที่รายงานจากการหลอกลวงด้วย Deepfake (เทคโนโลยี AI สร้างวิดีโอ/เสียงปลอมเลียนแบบใบหน้าและน้ำเสียงบุคคลจริง) ในปี 2026 สูงเกินยอดรวมทั้งปี 2025 ไปแล้วถึง 263% สะท้อนว่ามิจฉาชีพคริปโตกำลังเปลี่ยนวิธีโจมตี จากการแฮ็กเจาะระบบโดยตรง มาเป็นการหลอกให้เจ้าของกระเป๋าอนุมัติธุรกรรมด้วยตัวเอง ตามรายงานของ CryptoSlate

 

🎭 กลไกใหม่ ไม่ต้องแฮ็ก แค่หลอกให้กดอนุมัติเอง

 

TRM Labs ระบุในดัชนี "AI-in-Crime Adoption Index" ที่พัฒนาขึ้นใหม่ว่า การหลอกลวง (Scam) เป็นหมวดอาชญากรรมคริปโตเพียงหมวดเดียวที่การใช้ AI เข้าสู่ระดับ "Mature" หรือครบวงจรแล้ว โดยจำนวนรายงานที่มิจฉาชีพใช้ AI โดยตรง เช่น Deepfake แชทบอท และการล่อลวงด้วย AI เพิ่มขึ้นราว 13 เท่านับตั้งแต่ปี 2022 ขณะที่ตัวเลขรวมทุกกรณีที่มีการพูดถึง AI (รวมกรณีที่เหยื่อใช้เครื่องมือ AI ไปตรวจสอบการหลอกลวงด้วย) เพิ่มขึ้นถึงราว 25 เท่าในช่วงเวลาเดียวกัน

 

จุดที่ TRM Labs ชี้ว่าน่ากังวลคือ ต่อให้บัญชีเทรดยืนยันตัวตนถูกต้อง ฮาร์ดแวร์วอลเล็ตเซ็นธุรกรรมถูกต้อง หรือสมาร์ทคอนแทร็กต์ทำงานตามโค้ดทุกอย่าง เงินก็ยังไหลไปถึงมิจฉาชีพได้ ถ้า Deepfake สามารถโน้มน้าวให้คนที่ควบคุมระบบเหล่านั้นกดอนุมัติธุรกรรมเอง ความเสี่ยงจึงย้ายจากขั้นตอนเซ็นลายเซ็นดิจิทัล ไปอยู่ที่ขั้นตอนก่อนอนุมัติแทน

 

📊 ตัวเลขจากหลายสำนักยืนยันทิศทางเดียวกัน

 

Chainalysis บริษัทวิเคราะห์บล็อกเชนอีกแห่ง รายงานว่าเงินที่ไหลเข้าสู่การหลอกลวงแบบแอบอ้างตัวตน (Impersonation Scam) เพิ่มขึ้นกว่า 1,400% เทียบปีต่อปี และพบว่าปฏิบัติการหลอกลวงที่มีร่องรอยออนเชนเชื่อมโยงกับผู้ให้บริการ AI สร้างรายได้เฉลี่ยสูงกว่ากลุ่มที่ไม่เชื่อมโยงถึง 4.5 เท่า ขณะที่รายงานอาชญากรรมทางอินเทอร์เน็ตปี 2025 ของ FBI บันทึกเรื่องร้องเรียนที่เกี่ยวข้องกับ AI ไว้ 22,364 เรื่อง มูลค่าความเสียหายรวม 893.35 ล้านดอลลาร์ ส่วนเรื่องร้องเรียนที่เกี่ยวข้องกับคริปโตทั้งหมดมีมูลค่าความเสียหายสูงถึง 11,370 ล้านดอลลาร์

 

⚠️ จุดเสี่ยงในทางปฏิบัติ จากบัญชีเทรดถึงคลังเงินบริษัท

 

ในระดับเว็บเทรด มิจฉาชีพอาจปลอมตัวเป็นลูกค้าระหว่างขั้นตอนกู้คืนบัญชี เปลี่ยนปัจจัยยืนยันตัวตน แล้วเพิ่มที่อยู่ถอนเงินใหม่ ซึ่งแต่ละขั้นตอนถัดไปจะดูสมเหตุสมผล เพราะการตัดสินใจเรื่องตัวตนถูกหลอกไปตั้งแต่ต้นแล้ว ในระดับองค์กร เสียง หรือวิดีโอปลอมของผู้บริหารสามารถกดดันพนักงานให้อนุมัติโอนเงิน เปลี่ยนผู้มีสิทธิ์เซ็น หรือเพิ่มที่อยู่รับเงินใหม่ ทั้งที่ฮาร์ดแวร์วอลเล็ตยืนยันได้แค่ว่าคีย์ส่วนตัวที่ถูกต้องเป็นผู้เซ็น แต่ยืนยันไม่ได้ว่าคนที่ถือคีย์นั้นถูกหลอกหรือไม่ ส่วนนักลงทุนรายบุคคล ความเสี่ยงยิ่งตรงไปตรงมากว่านั้น เพราะวิดีโอคอลหรือข้อความเสียงที่น่าเชื่อถือเพียงครั้งเดียว ก็อาจโน้มน้าวให้โอนเงินเองได้ทันที

 

FBI ยังเตือนเพิ่มเติมว่า พบกรณีแรงงานไอทีจากเกาหลีเหนือใช้ตัวตนปลอม วิดีโอที่ถูกดัดแปลง เครื่องมือ AI และโครงสร้างพื้นฐานการเข้าถึงระยะไกล เพื่อให้ได้ตำแหน่งงานที่เข้าถึงระบบองค์กรและคริปโตในระดับสิทธิพิเศษ

 

🛡️ แนวทางป้องกันที่หน่วยงานกำกับดูแลแนะนำ

 

หน่วยงาน FinCEN ของสหรัฐฯ เตือนสถาบันการเงินให้จับตาสัญญาณผิดปกติ เช่น ข้อมูลยืนยันตัวตนไม่ตรงกัน การเปลี่ยนอุปกรณ์หรือตำแหน่งที่ตั้งอย่างน่าสงสัย การใช้เครื่องมือกล้องเว็บแคมของบุคคลที่สาม การต่อต้านการยืนยันตัวตนหลายชั้น และธุรกรรมที่เกิดขึ้นรวดเร็วผิดปกติหลังมีการเปลี่ยนแปลงบัญชี ฝั่งองค์กรก็แนะนำให้ใช้ระบบอนุมัติหลายคน ช่องทางยืนยันที่ตั้งไว้ล่วงหน้า และดีเลย์ก่อนที่อยู่ถอนเงินใหม่จะเริ่มใช้งานได้จริง เพื่อดึงจุดตัดสินใจสำคัญออกจากช่องทางที่มิจฉาชีพควบคุมอยู่

 

📎 ข่าวที่เกี่ยวข้องจาก Bitcoinaddict.com 
ติดตามความเคลื่อนไหวการเตือนภัย Deepfake ในวงการคริปโตก่อนหน้านี้ได้จากที่เราเคยรายงานไว้
👉 ก.ล.ต. เตือนภัย! มิจฉาชีพใช้ AI Deepfake ปลอมหน้า-เสียงคนดัง หลอกชวนลงทุน
👉 นายกสิงคโปร์ เตือนประชาชน เกี่ยวกับ Deepfakes ที่คล้ายกับการหลอกลวง Crypto
🔗 อ้างอิงต้นฉบับ: CryptoSlate (เขียนโดย Oluwapelumi Adejumo)

 

💬 ความเห็นบรรณาธิการ Bitcoinaddict

 

สิ่งที่น่าสนใจในรายงานนี้คือมันชี้ให้เห็นว่าความปลอดภัยของคริปโตในทางเทคนิคดีขึ้นเรื่อยๆ ทั้งการยืนยันตัวตนหลายชั้น ฮาร์ดแวร์วอลเล็ต และสมาร์ทคอนแทร็กต์ที่ผ่านการตรวจสอบ แต่ช่องโหว่กลับย้ายไปอยู่ที่จุดที่เทคโนโลยีป้องกันไม่ได้ นั่นคือการตัดสินใจของมนุษย์ก่อนกดอนุมัติ นักลงทุนไทยที่ใช้เว็บเทรดหรือดูแลกระเป๋าเงินของตัวเองควรตั้งข้อสงสัยไว้ก่อนเสมอเมื่อมีคนติดต่อมาขอให้เปลี่ยนข้อมูลบัญชี ขอที่อยู่ถอนเงินใหม่ หรือเร่งให้โอนเงินด่วน แม้เสียงหรือหน้าตาจะดูคุ้นเคยแค่ไหนก็ตาม เพราะธุรกรรมบนบล็อกเชนที่อนุมัติไปแล้วไม่สามารถเรียกคืนได้

 

— รายงานโดยทีมข่าว Bitcoinaddict.com