
BNB Chain เปิดใช้ Pasteur Hard Fork อุดช่องโหว่ Bridge ดันความจุธุรกรรมพุ่ง 88%
BNB Smart Chain (BSC) เปิดใช้งาน Pasteur Hard Fork บนเมนเน็ตอย่างเป็นทางการเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา เวลา 02.30 น. ตามเวลา UTC ปิดช่องโหว่ด้านการยืนยันตัวตนของ Bridge (สะพานเชื่อมโอนสินทรัพย์ข้ามเครือข่าย) และการอนุมัติสิทธิ์ของ Validator (ผู้ตรวจสอบธุรกรรมบนเครือข่าย) พร้อมเปิดเส้นทางใหม่ที่ช่วยให้แต่ละบล็อกรองรับธุรกรรมได้มากขึ้น โดยไม่กระทบเวลาออกบล็อกที่ 450 มิลลิวินาที ตามรายงานของ Cointelegraph
🔧 รวม 3 ข้อเสนอ ภายใต้ Meta Proposal เดียว
Pasteur รวมข้อเสนอปรับปรุงเครือข่าย (BNB Evolution Proposal หรือ BEP) 3 ฉบับเข้าไว้ด้วยกันภายใต้ Meta Proposal BEP-673 ได้แก่ BEP-682 ที่ปฏิเสธรายการ Validator ที่ซ้ำกันระหว่างการยืนยันข้อมูลบล็อกแบบ Light-Block ข้ามเครือข่าย BEP-695 ที่เข้มงวดการควบคุมเรื่องการหมุนเวียนคีย์ของ Validator การลงโทษ (Slashing) และการโหวตด้านธรรมาภิบาล และ BEP-675 ที่เปลี่ยนวิธีที่ผู้สร้างบล็อกเฉพาะทาง (Specialist Builder) ส่งบล็อกให้ Validator
🛡️ อุดช่องโหว่ Bridge ที่ Validator หนึ่งรายอาจถูกนับซ้ำ
ก่อนหน้านี้ กระบวนการอนุมัติ Bridge ของ BSC ไม่ได้ป้องกันไม่ให้ Validator รายเดียวกันปรากฏซ้ำหลายครั้งในรายชื่อผู้อนุมัติ ทำให้คำขอที่เตรียมมาอย่างพิถีพิถันอาจทำให้การอนุมัติของ Validator เพียงรายเดียวถูกนับมากกว่าหนึ่งครั้ง เปิดช่องให้ธุรกรรมโอนผ่านได้ทั้งที่มีจำนวนผู้อนุมัติจริงน้อยกว่าที่กฎกำหนด BEP-682 จึงเข้ามาปิดช่องโหว่นี้โดยตรง ขณะที่ BEP-695 ทำให้การหมุนเวียนคีย์ Validator ลบสิทธิ์ของคีย์เก่าออกจริง โอนบทลงโทษที่ค้างอยู่ไปยังคีย์ใหม่ และปิดกั้นไม่ให้ที่อยู่ที่ถูกจำกัดสิทธิ์เข้าร่วมโหวตด้านธรรมาภิบาลได้
⚡ เส้นทางสร้างบล็อกใหม่ ดันความจุธุรกรรมโต 88% ในการทดสอบ
ภายใต้เส้นทางสร้างบล็อกแบบเดิมของ BSC ผู้สร้างบล็อก (Builder) จะประมวลผลธุรกรรมก่อนส่งบล็อกที่เสนอ จากนั้น Validator จะประมวลผลซ้ำอีกครั้งก่อนเซ็นรับรอง BNB Chain ระบุว่าการทำงานซ้ำซ้อนนี้กินเวลาที่ Builder มีอยู่จำกัดภายในกรอบเวลาออกบล็อก 450 มิลลิวินาที จนบางครั้งบล็อกถูกใช้งานไม่เต็มความจุ BEP-675 จึงเปิดทางให้ Builder ส่งบล็อกที่ประมวลผลไปแล้วให้ Validator ตรวจสอบตามกฎฉันทามติ เซ็นรับรองและกระจายบล็อกก่อน แล้วค่อยตรวจสอบการประมวลผลแบบเต็มรูปแบบภายหลัง โดยยังคงเปิดให้ใช้เส้นทางแบบเดิมควบคู่กันได้ด้วย
ผลการทดสอบบน QANet สภาพแวดล้อมภายในที่จำลองการกระจายตัวทางภูมิศาสตร์ของ Validator บน BSC พบว่าเส้นทางใหม่นี้ดันความจุธุรกรรมต่อวินาทีเพิ่มขึ้นราว 88% จาก 1,237 เป็น 2,324 ธุรกรรมต่อวินาที ขณะที่ปริมาณ Gas เฉลี่ยต่อบล็อกเพิ่มจาก 46.35 ล้าน เป็น 84.15 ล้าน โดยช่วงเวลาออกบล็อกและเพดาน Gas ที่ 100 ล้าน ยังคงเดิมไม่เปลี่ยนแปลง ทั้งนี้ BNB Chain เตือนว่าตัวเลขดังกล่าวมาจากการทดสอบภาระงานในสภาพแวดล้อมควบคุม ยังไม่ใช่ตัวเลขวัดจริงบนเมนเน็ต
📜 ต่อยอดจากการอัปเกรดลดเวลาบล็อกก่อนหน้า
Pasteur เป็นการอัปเกรดต่อเนื่องจากความพยายามลดเวลาออกบล็อกของ BSC ที่ผ่านมา โดย Maxwell Hard Fork ลดเวลาออกบล็อกเฉลี่ยจาก 1.5 วินาที เหลือราว 0.8 วินาที เมื่อเดือนมิถุนายน 2025 ก่อนที่การอัปเกรด Fermi ในเวลาต่อมาจะลดเวลาลงเหลือ 450 มิลลิวินาทีตามที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน
📎 ข่าวที่เกี่ยวข้องจาก Bitcoinaddict.com
ติดตามความเคลื่อนไหวการอัปเกรดเครือข่าย BNB Chain ก่อนหน้านี้ได้จากที่เราเคยรายงานไว้
👉 BNB Chain อัปเกรด Fermi Hard Fork วันนี้! ลดเวลาออกบล็อกเหลือ 0.45 วินาที ดัน Finality ใกล้ 1 วินาที
🔗 อ้างอิงต้นฉบับ: Cointelegraph (เขียนโดย Ezra Reguerra)
💬 ความเห็นบรรณาธิการ Bitcoinaddict
สิ่งที่น่าสนใจในการอัปเกรดรอบนี้คือทิศทางที่ต่างจากการอัปเกรดก่อนหน้าของ BSC ที่เน้นเรื่องความเร็วเป็นหลัก มาคราวนี้ให้น้ำหนักกับความปลอดภัยของ Bridge และ Validator ควบคู่ไปกับการเพิ่มความจุ ซึ่งสอดคล้องกับที่วงการคริปโตเจอเหตุการณ์ Bridge ถูกโจมตีมาต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมา การปิดช่องโหว่ที่ Validator รายเดียวถูกนับซ้ำได้ในการอนุมัติ Bridge ถือเป็นการแก้ไขจุดอ่อนเชิงโครงสร้างที่สำคัญ อย่างไรก็ตาม ตัวเลขความจุธุรกรรมที่เพิ่มขึ้น 88% ยังมาจากการทดสอบในสภาพแวดล้อมควบคุมเท่านั้น นักลงทุนและนักพัฒนาที่ใช้งาน BSC ควรรอดูตัวเลขจริงบนเมนเน็ตก่อนนำไปอ้างอิงประกอบการตัดสินใจ
— รายงานโดยทีมข่าว Bitcoinaddict.com