
Trezor เตือนภัย ข้อมูลลูกค้าเกือบ 14,000 รายรั่ว หลังผู้ให้บริการขนส่ง ShipMonk ถูกแฮก
Trezor ผู้ผลิตกระเป๋าฮาร์ดแวร์เก็บคริปโตรายใหญ่ เปิดเผยว่าข้อมูลส่วนตัวของลูกค้าเกือบ 14,000 รายรั่วไหล หลัง ShipMonk บริษัทผู้ให้บริการขนส่งและจัดการคลังสินค้าที่ Trezor ใช้บริการ ถูกแฮกเกอร์เจาะระบบ ตามรายงานของ The Block และแหล่งข่าวอื่นที่ยืนยันตรงกัน
📋 ข้อมูลที่รั่วไหลและจำนวนผู้ได้รับผลกระทบ
จากลูกค้าที่ได้รับผลกระทบทั้งหมด 13,689 ราย แบ่งเป็นลูกค้า 11,742 รายที่ข้อมูลรั่วไหลแบบเต็ม ได้แก่ ชื่อ อีเมล เบอร์โทรศัพท์ และที่อยู่จัดส่ง ส่วนอีก 1,947 รายข้อมูลรั่วไหลบางส่วน ได้แก่ ชื่อ เมือง และอีเมล ครอบคลุมลูกค้าในสหรัฐฯ สหราชอาณาจักร สวีเดน โคลอมเบีย บราซิล อิตาลี และโปรตุเกส ที่สั่งซื้อสินค้าในช่วงวันที่ 10 พฤษภาคม ถึง 8 สิงหาคม 2569 โดย ShipMonk แจ้ง Trezor เรื่องการเข้าถึงระบบโดยไม่ได้รับอนุญาตเมื่อวันจันทร์ที่ 10 สิงหาคมที่ผ่านมา
🔓 ต้นตอ: ช่องโหว่ Metabase ที่กระทบหลายบริษัท
แฮกเกอร์เจาะระบบผ่านช่องโหว่ SQL Injection แบบ Zero-Day บนแพลตฟอร์มวิเคราะห์ข้อมูล Metabase ที่ ShipMonk ใช้งานอยู่ จนได้สิทธิ์ระดับผู้ดูแลระบบไปขโมยข้อมูล ที่น่าสนใจคือช่องโหว่เดียวกันนี้ยังกระทบบริษัทอื่นด้วย ได้แก่ Framework ผู้ผลิตแล็ปท็อป และ Tally แพลตฟอร์มสร้างฟอร์มออนไลน์ สะท้อนว่านี่ไม่ใช่การโจมตี Trezor โดยตรง แต่เป็นการโจมตีห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain Attack) ที่กระทบหลายองค์กรพร้อมกัน ทาง ShipMonk ระบุว่าได้แพตช์ช่องโหว่และยกเลิกเซสชันที่ใช้งานอยู่ทั้งหมดแล้ว พร้อมเริ่มการสอบสวนทางเทคนิคอย่างละเอียดร่วมกับผู้เชี่ยวชาญด้านไอทีภายนอก
💰 แก๊ง ShinyHunters เรียกค่าไถ่
ShipMonk เปิดเผยว่าได้รับข้อเรียกร้องค่าไถ่จากแก๊ง ShinyHunters กลุ่มแฮกเกอร์ที่มีประวัติโจมตีข้อมูลองค์กรขนาดใหญ่มาก่อน ด้าน Trezor ระบุว่า "นี่เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ก่อตั้งบริษัทในปี 2556 ที่เราเผชิญเหตุการณ์ข้อมูลรั่วไหลที่กระทบเบอร์โทรศัพท์และที่อยู่จัดส่งของลูกค้า" พร้อมยืนยันว่าระบบภายในของบริษัทไม่ได้รับผลกระทบ อุปกรณ์ กุญแจส่วนตัว (Private Key) และไฟล์สำรองกระเป๋าเงินของลูกค้าปลอดภัยดี
⚠️ ความเสี่ยงและคำเตือนจาก Trezor
Trezor เตือนลูกค้าให้ระมัดระวังข้อความที่ขอข้อมูลส่วนตัว และเตรียมรับมือกับความพยายามฟิชชิ่งที่ซับซ้อนมากขึ้น โดยระบุว่ามิจฉาชีพอาจใช้ข้อมูลที่รั่วไหลไปส่งอีเมลปลอม โทรศัพท์หลอกลวง หรือส่งจดหมายฉ้อโกง ซึ่ง Bitcoinaddict.com เคยรายงานไปแล้วว่ามิจฉาชีพเคยส่งจดหมายปลอมอ้างเป็น Trezor หลอกขโมย Seed Phrase มาก่อน และยังมีความเสี่ยงด้านความปลอดภัยทางกายภาพ เช่น การถูกบุกรุกบ้านเพื่อปล้นทรัพย์สินคริปโต โดยยกตัวอย่างเหยื่อจากเหตุการณ์ข้อมูลรั่วไหลของ Ledger คู่แข่งที่ยังคงได้รับสายโทรศัพท์และจดหมายหลอกลวงต่อเนื่องแม้ผ่านมาหลายปีแล้ว
📎 ข่าวที่เกี่ยวข้องจาก Bitcoinaddict.com:
👉 เตือนภัย! จดหมายปลอม Trezor อ้าง 'Quantum Resistance' หลอกขโมย Seed Phrase
👉 เตือนภัย! มิจฉาชีพส่งจดหมายปลอมถึงบ้าน หลอกขโมยคริปโตผู้ใช้ Ledger และ Trezor🔗 อ้างอิงต้นฉบับ: The Block / theblock.co และ Bleeping Computer / bleepingcomputer.com
💬 ความเห็นบรรณาธิการ Bitcoinaddict:
เคสนี้ตอกย้ำจุดอ่อนที่คนมักมองข้าม คือถึงแม้ตัวกระเป๋าฮาร์ดแวร์เองจะปลอดภัย แต่ข้อมูลที่รั่วไหลจากผู้ให้บริการภายนอกอย่างบริษัทขนส่งก็อันตรายไม่แพ้กัน เพราะมิจฉาชีพรู้ที่อยู่บ้านจริงของคนที่ถือครองคริปโต ซึ่งเปิดช่องให้เกิดอาชญากรรมทางกายภาพได้ ไม่ใช่แค่การหลอกลวงออนไลน์ธรรมดา สำหรับผู้ใช้ Trezor ในไทยที่เคยสั่งซื้อสินค้าในช่วงเดือนพฤษภาคมถึงสิงหาคมที่ผ่านมา ควรระวังเป็นพิเศษหากได้รับอีเมล โทรศัพท์ หรือจดหมายที่อ้างว่ามาจาก Trezor หรือธนาคาร และไม่ควรให้ข้อมูล Seed Phrase หรือรหัสผ่านใดๆ ผ่านช่องทางเหล่านี้เด็ดขาด
Tags / คีย์เวิร์ด SEO: Trezor, ShipMonk, ข้อมูลรั่วไหล, ShinyHunters, Metabase, ความปลอดภัยไซเบอร์
— รายงานโดยทีมข่าว Bitcoinaddict.com