Bitcoin Addict - ข่าวสารและบทความคริปโต

ก.ล.ต. ยกเครื่องกฎ KYC ตลาดทุน สกัด "บัญชีม้า–ฟอกเงิน–อาชญากรรมไซเบอร์" เริ่มบังคับใช้ 16 ส.ค. 2569
29 May 2026ข่าวคริปโตโดย Rawiwarn Owattasanee

ก.ล.ต. ยกเครื่องกฎ KYC ตลาดทุน สกัด "บัญชีม้า–ฟอกเงิน–อาชญากรรมไซเบอร์" เริ่มบังคับใช้ 16 ส.ค. 2569

สำนักงาน ก.ล.ต. (หน่วยงานกำกับดูแลตลาดทุนและสินทรัพย์ดิจิทัลของไทย) ออกแนวปฏิบัติชุดใหม่บังคับให้ผู้ประกอบธุรกิจในตลาดทุนยกระดับการทำความรู้จักลูกค้า (KYC) และติดตามธุรกรรมอย่างเข้มข้นขึ้น เพื่อปิดช่องทางการฟอกเงินและอาชญากรรมทางเทคโนโลยี โดยจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 16 สิงหาคม 2569 เป็นต้นไป

 

🛡️ คุมเข้มตั้งแต่เปิดบัญชี ถึงการตามรอยเส้นเงิน

 

แนวปฏิบัติฉบับนี้กำหนดให้ผู้ประกอบธุรกิจดำเนินการเข้มข้นตั้งแต่ขั้นตอนการเปิดบัญชี โดยเฉพาะการระบุ ผู้รับผลประโยชน์ที่แท้จริง (Ultimate Beneficial Owner: UBO — บุคคลที่อยู่เบื้องหลังและได้ประโยชน์จริงจากบัญชีหรือนิติบุคคล) ซึ่งเน้นเป็นพิเศษในกรณีลูกค้าที่เป็นนิติบุคคล รวมถึงการตรวจสอบความสมเหตุสมผลของแหล่งที่มาของเงิน

 

นอกจากนี้ยังต้องติดตามพฤติกรรมการทำธุรกรรมอย่างต่อเนื่อง หากพบความผิดปกติ ให้ยกระดับเป็นการตรวจสอบข้อเท็จจริงเชิงลึก (Enhanced CDD — กระบวนการตรวจสอบลูกค้าแบบเข้มข้นกว่าปกติสำหรับกรณีที่มีความเสี่ยงสูง) และรายงานธุรกรรมที่มีเหตุอันควรสงสัยตามหลักเกณฑ์ของสำนักงาน ปปง. (สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน)

 

🐎 ตัดวงจร "บัญชีม้า" ด้วยระบบตรวจสอบที่มาเงิน

 

จุดที่น่าสนใจคือมาตรการควบคุมธุรกรรมเงินเข้า–ออกบัญชี ที่กำหนดให้ตรวจสอบที่มาได้อย่างชัดเจน หรือที่เรียกว่า audit trail (ร่องรอยการตรวจสอบย้อนหลังของเส้นทางเงิน) ตัวอย่างเช่น การรับและโอนเงินต้องผ่านบัญชีที่มีชื่อเดียวกันกับลูกค้า เพื่อป้องกันการใช้ "บัญชีม้า" และการฟอกเงิน ซึ่งเป็นเครื่องมือหลักที่เครือข่ายอาชญากรรมไซเบอร์มักนำมาใช้พักและโยกย้ายเงินผิดกฎหมาย

 

🤝 ความร่วมมือข้ามหน่วยงาน

 

แนวปฏิบัตินี้จัดทำขึ้นจากความร่วมมือระหว่าง ก.ล.ต., สำนักงาน ปปง., กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง และผู้ประกอบธุรกิจในตลาดทุน เพื่อยกระดับมาตรฐานการกำกับดูแลให้สอดคล้องกับความเสี่ยงที่เปลี่ยนแปลงไป

 

นางพรอนงค์ บุษราตระกูล เลขาธิการ ก.ล.ต. ระบุว่า ก.ล.ต. เล็งเห็นความจำเป็นในการยกระดับมาตรฐานผู้ประกอบธุรกิจตั้งแต่กระบวนการทำความรู้จักลูกค้าไปจนถึงการติดตามตรวจสอบธุรกรรมอย่างต่อเนื่อง โดยเชื่อว่าแนวปฏิบัติครั้งนี้จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันการฟอกเงินและอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พร้อมเสริมสร้างความเชื่อมั่นของตลาดทุนไทยในระยะยาว

 

ผู้สนใจสามารถศึกษารายละเอียดของแนวปฏิบัติฉบับเต็มได้จากเอกสารทางการของ ก.ล.ต. (ข่าวฉบับที่ 113/2569) บนเว็บไซต์ sec.or.th

 

📎 ข่าวที่เกี่ยวข้องจาก Bitcoinaddict.com: ความเคลื่อนไหวนี้สอดคล้องกับทิศทางที่เราเคยรายงานไว้ก่อนหน้านี้ 
👉 ก.ล.ต. ไทยเพิ่มความเข้มข้น! เสนอให้ "ผู้ให้แหล่งเงินทุน" ต้องขออนุมัติก่อนเข้าถือหุ้นบริษัทคริปโต 
👉 บุกจับ 8 ร้านแลกคริปโตเถื่อน! เงินหมุนเวียนกว่า 14,000 ล้านบาท พัวพันแก๊งคอลเซ็นเตอร์ข้ามชาติ
🔗 อ้างอิงต้นฉบับ: สำนักงาน ก.ล.ต. (ข่าวฉบับที่ 113/2569) / sec.or.th

 

💬 ความเห็นบรรณาธิการ Bitcoinaddict แม้แนวปฏิบัติฉบับนี้จะระบุถึง "ผู้ประกอบธุรกิจในตลาดทุน" เป็นหลัก แต่ในเมื่อ ก.ล.ต. เป็นหน่วยงานเดียวกันที่กำกับดูแลธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลไทยด้วย หลักการ KYC, UBO และการสกัดบัญชีม้าเหล่านี้จึงสะท้อนทิศทางการกำกับดูแลในภาพรวมที่ผู้เล่นในวงการคริปโตควรจับตา การวางมาตรฐาน audit trail ที่ชัดเจนถือเป็นพื้นฐานสำคัญของระบบการเงินที่โปร่งใส และน่าจะช่วยยกระดับความน่าเชื่อถือของตลาดในระยะยาว แม้ผู้ประกอบการอาจต้องแบกต้นทุนการปฏิบัติตามกฎ (compliance) ที่สูงขึ้นในช่วงปรับตัวก็ตาม

 

Tags / คีย์เวิร์ด SEO: ก.ล.ต., KYC, ป้องกันฟอกเงิน, บัญชีม้า, อาชญากรรมทางเทคโนโลยี, UBO, ตลาดทุนไทย, กำกับสินทรัพย์ดิจิทัล

— รายงานโดยทีมข่าว Bitcoinaddict.com