
SEC และ CFTC ออกแนวปฏิบัติคริปโตเอง หลัง CLARITY Act ล่ม ชี้ Staking Token ไม่ใช่หลักทรัพย์เสมอไป
ก.ล.ต. สหรัฐฯ (SEC) ปรับปรุงเอกสารคำถามที่พบบ่อย (FAQ) เกี่ยวกับการบังคับใช้กฎหมายหลักทรัพย์กับสินทรัพย์คริปโต เมื่อวันศุกร์ที่ 25 กันยายน 2569 ตามหลังคณะกรรมการกำกับการซื้อขายสินค้าโภคภัณฑ์ล่วงหน้า (CFTC) ที่ออกแนวปฏิบัติคล้ายกันไปก่อนหน้าเมื่อวันที่ 24 กันยายน ตามรายงานของ Cointelegraph เมื่อวันที่ 28 กันยายน ทีมข่าวมองว่านี่เป็นการเดินหน้าตามที่ประธาน SEC และ CFTC เคยประกาศไว้ว่าจะออกกฎเองหากสภาไม่ผ่านกฎหมาย หลังร่าง CLARITY Act (กฎหมายโครงสร้างตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลของสหรัฐฯ) แพ้โหวตปิดอภิปรายในวุฒิสภาเมื่อ 15 กันยายนที่ผ่านมา
FAQ ฉบับนี้พูดถึงอะไร
ตามรายงานของ Unchained ฝ่ายการเงินองค์กร (Division of Corporation Finance) ของ SEC ระบุในเอกสาร FAQ ว่า สำหรับระบบคริปโตที่ใช้งานได้แล้ว การที่ผู้ออกประกาศโครงการซื้อคืนโทเคนที่ไม่ใช่หลักทรัพย์ "จะไม่ถือเป็นการรับปากหรือสัญญาว่าจะดำเนินความพยายามด้านการจัดการที่จำเป็น" (Essential Managerial Efforts ซึ่งเป็นหนึ่งในเงื่อนไขของ Howey Test แบบทดสอบว่าสินทรัพย์เข้าข่ายหลักทรัพย์หรือไม่) แต่สำหรับเครือข่ายที่ยังไม่ทำงานเต็มรูปแบบ การประกาศแบบเดียวกันอาจเข้าข่ายหลักทรัพย์ได้ หากผู้ออก "นำเสนอการซื้อคืนในลักษณะที่สร้างผลตอบแทนหรือกำไรให้ผู้ถือโทเคน"
ส่วนโทเคนรับ Staking (Staking Receipt Token ใบรับฝากที่ได้จากการนำสินทรัพย์ไปฝากกับผู้ให้บริการ Liquid Staking) ทีมงานของ SEC ระบุว่าเป็นเพียง "เครื่องมือดิจิทัล" หากเป็นใบรับของสินค้าดิจิทัล (Digital Commodity) ที่ตัวมันเองไม่ได้อยู่ภายใต้สัญญาการลงทุน แต่หากออกโดยผู้ให้บริการ Liquid Staking แบบใช้โปรโตคอล อาจนับเป็นสินค้าดิจิทัลได้เองด้วย และ FAQ ยังระบุว่าการดูแลรักษา อัปเกรด และการหาทุนพัฒนาเครือข่ายหลังเปิดตัวแล้ว โดยทั่วไปไม่นับเป็น Essential Managerial Efforts ตาม Howey Test
CFTC ทำอะไรคู่ขนาน
CFTC ปรับปรุง FAQ คริปโตของตัวเองแยกต่างหากเมื่อ 24 กันยายน ครอบคลุมเรื่องเงินทุนลูกค้าที่แปลงเป็นโทเคน (Tokenized Customer Funds) และการเก็บบันทึกด้วยบล็อกเชน ตามรายงานเดียวกัน
ยังไม่มีผลบังคับทางกฎหมาย
SEC ระบุไว้ชัดเจนในเอกสารว่า FAQ ฉบับนี้ "ไม่มีผลบังคับทางกฎหมาย ไม่ได้เปลี่ยนแปลงหรือแก้ไขกฎหมายที่บังคับใช้อยู่" และสะท้อนเพียงมุมมองของเจ้าหน้าที่ ไม่ใช่กฎหรือมติของคณะกรรมาธิการอย่างเป็นทางการ ตามที่ Cointelegraph และแหล่งอื่นย้ำตรงกัน
ก่อนหน้านี้ พอล แอตกินส์ (Paul Atkins) ประธาน SEC เคยระบุว่าสนับสนุน CLARITY Act เต็มที่ แต่พร้อมเดินหน้าออกกฎคริปโตเองแม้กฎหมายจะไม่ผ่านสภา ซึ่งทีมข่าวเคยรายงานไว้ก่อนหน้านี้ ส่วนไมเคิล เซลิก (Michael Selig) ประธาน CFTC ก็ออกแถลงการณ์ในทิศทางเดียวกัน
เกิดขึ้นพร้อมความเปลี่ยนแปลงที่ SEC
ทีมข่าวรายงานไว้ก่อนหน้านี้ว่าเฮสเตอร์ เพียร์ซ (Hester Peirce) กรรมการ SEC และผู้อำนวยการ Crypto Task Force ประกาศลาออกมีผลวันที่ 2 ตุลาคม ทำให้ SEC เหลือกรรมการเพียง 2 คน ยังไม่ทราบว่าการเปลี่ยนแปลงนี้จะกระทบทิศทางการออก FAQ หรือกฎเพิ่มเติมในอนาคตหรือไม่
ข้อมูลที่ยังไม่มี
ทีมข่าวยังไม่ได้เปิดอ่านเอกสาร FAQ ฉบับเต็มของ SEC และ CFTC โดยตรง อาศัยรายงานของ Cointelegraph และ Unchained เป็นหลัก และยังไม่พบตัวอย่างโทเคนหรือบริษัทที่ระบุชื่อเจาะจงว่าได้รับผลกระทบจาก FAQ ฉบับนี้
📎 ข่าวที่เกี่ยวข้องจาก Bitcoinaddict.com:
ความเคลื่อนไหวของ SEC และ CLARITY Act ที่เราเคยรายงานไว้ก่อนหน้านี้
👉 ประธาน SEC หนุน CLARITY Act เต็มที่ ลั่นพร้อมลุยกฎคริปโตเองแม้ไม่ผ่านสภา
👉 "Crypto Mom" เฮสเตอร์ เพียร์ซ เตรียมลาออกจาก SEC 2 ต.ค. เหลือกรรมการ 2 คน
🔗 อ้างอิงต้นฉบับ: Cointelegraph, Unchained
💬 ความเห็นบรรณาธิการ Bitcoinaddict
FAQ ของเจ้าหน้าที่ไม่ใช่กฎหมายและเปลี่ยนได้ตลอดเวลาโดยไม่ต้องผ่านสภา ต่างจาก CLARITY Act ที่หากผ่านแล้วจะมีความมั่นคงกว่า ผู้ประกอบการคริปโตที่วางแผนธุรกิจตาม FAQ นี้จึงควรเข้าใจว่าเป็นแนวปฏิบัติชั่วคราวที่อาจเปลี่ยนได้เมื่อเปลี่ยนผู้นำหน่วยงาน ไม่ใช่หลักประกันทางกฎหมายระยะยาว จุดที่น่าสนใจที่สุดคือ SEC เริ่มแยกความชัดเจนระหว่างเครือข่ายที่ "ใช้งานได้แล้ว" กับที่ "ยังไม่ทำงาน" ซึ่งอาจเป็นแนวทางที่ใช้ตัดสินคดีในอนาคต
สำหรับนักลงทุนไทยที่ถือโทเคนจาก Liquid Staking หรือโปรเจกต์ที่มีแผนซื้อคืนโทเคน ควรติดตามว่าโปรเจกต์ที่ตนถือเข้าข่ายเครือข่ายที่ "ใช้งานได้แล้ว" ตามนิยามนี้หรือไม่ เนื้อหานี้เป็นข้อมูลข่าว ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุนหรือคำแนะนำทางกฎหมาย
— รายงานโดยทีมข่าว Bitcoinaddict.com