The Sandbox ระงับสะพานเชื่อม Base-BNB Chain หลังบั๊ก LayerZero ปั๊ม SAND ปลอม
23 August 2026ข่าวโดย พีรพัฒน์ หาญคงแก้ว

The Sandbox ระงับสะพานเชื่อม Base-BNB Chain หลังบั๊ก LayerZero ปั๊ม SAND ปลอม

The Sandbox (เกม Metaverse บนบล็อกเชนในเครือ Animoca Brands) ประกาศระงับการโยกเหรียญ (bridging) ระหว่างเชน Base และ BNB Smart Chain แบบชั่วคราว หลังตรวจพบช่องโหว่ที่เปิดให้แฮกเกอร์สร้างโทเคน SAND ปลอมที่ไม่มีเหรียญค้ำประกันจริงรองรับ ตามแถลงการณ์ที่บริษัทโพสต์เมื่อเวลา 3:22 น. ตามเวลาสหรัฐฯ (ราวบ่ายวันเสาร์ที่ 22 สิงหาคม 2026 ตามเวลาไทย) โดยระบุว่าผลกระทบจริงต่ำกว่า 0.01% ของอุปทานรวม SAND ทั้งหมด และยืนยันว่าไม่มีกระเป๋าผู้ใช้รายใดถูกเจาะ

 

🔓 ช่องโหว่เกิดจากอะไร

 

บริษัทความปลอดภัยบล็อกเชน Blockaid ระบุว่าแฮกเกอร์เข้ายึดสิทธิ์ผู้ดูแล (delegate permissions) ของ LayerZero ผ่านฟังก์ชัน "approveAndCall" บนสัญญาโทเคนแบบข้ามเชน (Omnichain Fungible Token หรือ OFT) ของ SAND บนเชน Base ทำให้สามารถสั่งพิมพ์โทเคนใหม่ได้เองโดยไม่ต้องมีเหรียญค้ำประกันจริง ภายใต้ระบบ OFT ของ LayerZero เหรียญต้นทางจะถูกล็อกไว้บน Ethereum ก่อนที่จะมีการพิมพ์เหรียญเทียบเท่าบนเชนปลายทาง เมื่อสิทธิ์การพิมพ์ถูกแฮกเกอร์ยึดไป ก็เปิดช่องให้พิมพ์เหรียญบน Base และ BNB Chain ได้เองโดยไม่ผ่านขั้นตอนล็อกเหรียญจริงบน Ethereum

 

📊 ตัวเลขความเสียหายที่แต่ละแหล่งรายงานไม่ตรงกัน

 

จุดที่ต้องระวังคือตัวเลขความเสียหายที่แต่ละสำนักรายงานแตกต่างกันมาก Blockaid ประเมินมูลค่าตามราคาตลาดของโทเคนที่ถูกพิมพ์ขึ้นมาไว้ที่ราว 49,000 ล้านดอลลาร์ จากธุรกรรมกว่า 400 รายการ ขณะที่ PeckShield รายงานแยกว่าพบการพิมพ์โทเคนรวม 14,900 ล้านเหรียญ กระจายอยู่ใน 2 กระเป๋า ซึ่งตัวเลขนี้เองก็สูงกว่าอุปทานหมุนเวียนจริงของ SAND ทั้งหมดที่มีอยู่ราว 2,940 ล้านเหรียญ (เพดานสูงสุด 3,000 ล้านเหรียญ) เสียอีก สะท้อนว่าตัวเลขทั้งหมดนี้เป็นแค่มูลค่าตามบัญชีของโทเคนที่ถูกพิมพ์ขึ้นมาลอยๆ ไม่ใช่มูลค่าความเสียหายจริงที่แฮกเกอร์เอาไปได้

 

ตามข้อมูลของบัญชีตรวจสอบธุรกรรมบนเชน BlockWatchdog ที่ crypto.news อ้างอิง แฮกเกอร์สามารถถอนเหรียญ SAND ที่ล็อกไว้จริงบน Ethereum ออกมาได้จริงเพียงราว 14.75 ล้านเหรียญ ภายในเวลาไม่ถึง 1 นาที ก่อนถูกตัดการเชื่อมต่อ แล้วนำไปขายได้เงินราว 80 ETH คิดเป็นมูลค่าประมาณ 675,000 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นตัวเลขที่ใกล้เคียงกับที่ The Sandbox ใช้อ้างอิงว่าผลกระทบต่ำกว่า 0.01% ของอุปทานทั้งหมด ทั้งนี้ The Sandbox ยังไม่ได้เผยแพร่รายงานทางเทคนิคฉบับเต็มที่กระทบยอดตัวเลขทั้งหมดให้ตรงกัน

 

🛑 มาตรการรับมือ

 

The Sandbox ปิดการเชื่อมต่อ LayerZero peer ของ Base และ BNB Smart Chain เพื่อตัดช่องทางที่โทเคนปลอมจะถูกใช้เคลมเหรียญจริงที่ล็อกอยู่บน Ethereum พร้อมเตือนผู้ใช้ห้ามซื้อ ขาย หรือเติมสภาพคล่องให้ SAND บนเชน Base และ BNB Chain จนกว่าจะแก้ไขเสร็จ ยืนยันว่า SAND บน Ethereum และ Polygon ไม่ได้รับผลกระทบใดๆ พร้อมประกาศจะถ่ายภาพสแนปช็อตยอดคงเหลือก่อนเกิดเหตุ เพื่อเตรียมชดเชยให้ผู้ให้สภาพคล่อง (LP) ที่ได้รับผลกระทบ และจะเผยแพร่รายงานเทคนิคฉบับเต็มในภายหลัง

 

ฝั่งตลาดแลกเปลี่ยนเกาหลีใต้อย่าง Bithumb และ Upbit ระงับการฝาก-ถอน SAND ทันทีตามกฎหมายคุ้มครองผู้ใช้สินทรัพย์ดิจิทัลของเกาหลีใต้ โดย Upbit ระงับแม้กระทั่งฝั่ง Ethereum ที่ยืนยันแล้วว่าไม่ได้รับผลกระทบ สะท้อนแนวทางป้องกันไว้ก่อนตามมาตรฐานของตลาดแลกเปลี่ยนเกาหลี ราคา SAND ตอบสนองไม่รุนแรงมากนัก ร่วงลงชั่วคราวราว 10% ระหว่างวันก่อนจะฟื้นกลับมา ล่าสุดลบเพียงราว 0.8% ในรอบ 24 ชั่วโมง

 

🔁 ไม่ใช่ครั้งแรกของบั๊กสไตล์นี้ในระบบ LayerZero

 

เหตุการณ์นี้มีรูปแบบคล้ายกับช่องโหว่สะพานเชื่อมโยงข้ามเชนอื่นๆ ที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ในปีนี้ ทั้งเคส Wanchain ที่เหรียญ NIGHT ของ Midnight หลุดออกจากคลังฝั่ง Cardano ราว 515 ล้านเหรียญเมื่อเดือนกรกฎาคม และเคส Verus bridge ที่มีการจ่ายเงินปลอมมูลค่า 7.54 ล้านดอลลาร์ในเดือนเดียวกัน ที่ใหญ่กว่านั้นคือเหตุการณ์ KelpDAO เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา ซึ่ง Bitcoin Addict เคยรายงานไปแล้วว่าแฮกเกอร์ขโมยเหรียญ rsETH ไปกว่า 290 ล้านดอลลาร์ ผ่านช่องโหว่ในระบบยืนยันธุรกรรมแบบ Verifier เดียวของ LayerZero จนภายหลัง Kelp DAO ตัดสินใจย้ายออกจาก LayerZero ไปใช้ Chainlink CCIP แทน ทั้งนี้ The Sandbox ยังไม่ได้ยืนยันว่าระบบของตัวเองใช้ค่าคอนฟิกแบบเดียวกับที่เคยมีปัญหาในเคส KelpDAO หรือไม่

 

📎 ข่าวที่เกี่ยวข้องจาก Bitcoinaddict.com

 

ติดตามเหตุการณ์ช่องโหว่ LayerZero ครั้งใหญ่ก่อนหน้านี้ได้จากที่เราเคยรายงานไว้

👉 มหากาพย์แฮก KelpDAO 290 ล้านดอลล์! ฝีมือโสมแดง ทำ DeFi ทั่วโลกป่วน

 

👉 Kelp DAO โบกมือลา LayerZero! ย้ายซบ Chainlink CCIP

 

🔗 อ้างอิงต้นฉบับ: CoinDesk, crypto.news, The Defiant

 

💬 ความเห็นบรรณาธิการ Bitcoinaddict

 

เคสนี้เป็นตัวอย่างที่ดีว่าทำไมตัวเลข "มูลค่าความเสียหาย" ที่เห็นพาดหัวข่าวแรกๆ มักเกินจริงเสมอ เพราะเป็นการเอาจำนวนโทเคนที่พิมพ์ปลอมขึ้นมาคูณราคาตลาดตรงๆ ทั้งที่ไม่มีสภาพคล่องพอจะขายได้จริงในระดับนั้น ตัวเลขที่มีความหมายจริงคือยอดเหรียญที่ล็อกไว้บน Ethereum ถูกถอนออกไปได้จริงเท่าไหร่ต่างหาก ซึ่งในเคสนี้อยู่ที่ราว 675,000 ดอลลาร์เท่านั้น การที่นี่เป็นบั๊กในระบบ LayerZero ซ้ำเป็นครั้งที่ 3-4 ของปีนี้ก็น่าตั้งคำถามว่าโปรเจกต์ที่ยังใช้ LayerZero อยู่ควรตรวจสอบค่าคอนฟิกความปลอดภัยของตัวเองอย่างจริงจังได้แล้ว

 

— รายงานโดยทีมข่าว Bitcoinaddict.com