
BounceBit ปิด Blockchain ถาวร ย้ายไป BNB Chain หลังโดนแฮก $3 ล้าน
BounceBit (โปรเจกต์ Bitcoin Restaking ที่ให้ผู้ถือ Bitcoin นำเหรียญไปวางค้ำประกันเพื่อรับผลตอบแทนเพิ่มเติม) ประกาศจะปิดบล็อกเชน Layer 1 ของตัวเองอย่างถาวร และย้ายไปออกโทเคน BB ใหม่บน BNB Chain แทน หลังถูกแฮกเกอร์ขโมยโทเคน BB ไปประมาณ 286.5 ล้านเหรียญ คิดเป็นมูลค่าราว 3 ล้านดอลลาร์ ตามรายงานของ The Block เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2026
🔓 ช่องโหว่เกิดจากอะไร
เหตุการณ์เกิดขึ้นระหว่างวันที่ 19-20 สิงหาคม โดยตามข้อมูลของ Protos แฮกเกอร์โยกโทเคนออกจาก 9 กระเป๋าของ BounceBit Chain ผ่าน 14 ธุรกรรม ในช่วงเวลาราว 5 ชั่วโมง ตั้งแต่ 21:02 UTC วันที่ 19 สิงหาคม ถึง 01:54 UTC วันที่ 20 สิงหาคม ต้นตอมาจากช่องโหว่ในโมดูลจัดการบัญชี vesting และ lockup ของ Evmos (สแต็กที่ใช้สร้างบล็อกเชน Layer 1 ของ BounceBit) ที่เปิดช่องให้สมาร์ทคอนแทรกต์ระบุบัญชีอื่นเป็นต้นทางของธุรกรรมได้โดยไม่มีการตรวจสอบสิทธิ์อนุญาต ทำให้ระบบผลิตบล็อกต้องหยุดชะงักไปราว 40 นาทีหลังการโจมตีเริ่มขึ้น
Protos รายงานว่าเงินที่ขโมยไปถูกโยกไปยังตลาดแลกเปลี่ยนรายใหญ่แห่งหนึ่งราว 254 ล้านโทเคน อีกแห่งราว 10 ล้านโทเคน ส่วนที่เหลืออีกราว 18.5 ล้านโทเคนยังกองอยู่ในกระเป๋ารวมที่ยังไม่ได้เคลื่อนย้ายต่อ
✅ ส่วนที่ยังปลอดภัย
BounceBit ยืนยันว่าไม่มีการรั่วไหลของ Private Key ไม่มีการปลอมลายเซ็นดิจิทัล และไม่มีกระเป๋า อุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ หรือบัญชีตลาดแลกเปลี่ยนใดถูกเจาะเลย ผลิตภัณฑ์อื่นอย่าง CeDeFi Strategy, Promo Vaults, Prime และสินทรัพย์โลกจริง (RWA) ก็ไม่ได้รับผลกระทบเช่นกัน ปัญหาจำกัดอยู่แค่ตัวบล็อกเชนเท่านั้น
🔄 ทำไมเลือกปิดแทนที่จะแพตช์แก้
เหตุผลสำคัญที่ BounceBit เลือกปิดเครือข่ายแทนการอัปเกรดแก้บั๊ก คือโปรเจกต์ Evmos ที่เป็นฐานของบล็อกเชนนี้ได้ยุติการพัฒนาไปแล้วตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2026 ทำให้การอัปเกรดตามปกติทำไม่ได้อีกต่อไป BounceBit ระบุในแถลงการณ์ว่า
"การย้ายฟอร์กของเราไปยังโค้ดเบสรุ่นถัดไปจึงไม่ใช่การอัปเกรดแบบทั่วไป แต่เป็นการปรับแพลตฟอร์มขนานใหญ่ที่ต้องสร้างใหม่ทั้งหมด ตรวจสอบใหม่ และยืนยันความปลอดภัยใหม่ทั้งหมด ก่อนจะรองรับทรัพย์สินของผู้ใช้ได้อย่างปลอดภัยอีกครั้ง"
บริษัทยังระบุด้วยว่าการรักษาบล็อกเชน Layer 1 แบบเดี่ยวๆ ของตัวเองไว้ต่อไป ไม่ใช่วิธีที่มีประสิทธิภาพที่สุดในการให้บริการผู้ใช้อีกต่อไปแล้ว โดยเฉพาะเมื่อผลิตภัณฑ์และผู้ใช้ส่วนใหญ่ของ BounceBit ทำงานอยู่บน BNB Chain อยู่แล้วในปัจจุบัน
💱 แผนย้ายโทเคนไปเป็น BEP-20
BounceBit จะออกโทเคน BB เวอร์ชันใหม่เป็นมาตรฐาน BEP-20 บน BNB Chain โดยใช้ภาพสแนปช็อตของบัญชีก่อนเกิดการโจมตีเป็นฐานคำนวณจำนวนโทเคนใหม่ที่แต่ละคนจะได้รับ ซึ่งจะไม่รวมโทเคนที่อยู่ในความครอบครองของแฮกเกอร์ พร้อมประสานงานกับตลาดแลกเปลี่ยนต่างๆ เพื่อขอให้ระงับบัญชีที่เกี่ยวข้องกับผู้ก่อเหตุ ป้องกันไม่ให้กระทบผู้ใช้ทั่วไปที่ไม่เกี่ยวข้อง ผู้ถือโทเคน BB ไม่ต้องดำเนินการอะไรเพิ่มเติมเอง และบริษัทเตือนให้ระวังมิจฉาชีพที่อาจแอบอ้างเสนอ "ช่วยเหลือ" ในช่วงนี้
📌 ที่มาของ BounceBit
BounceBit เปิดตัวช่วงต้นปี 2024 ในฐานะโปรเจกต์ Bitcoin Restaking ระดมทุนรอบ Seed ไป 6 ล้านดอลลาร์ นำโดย Blockchain Capital และ Breyer Capital ร่วมกัน ก่อนจะมี YZi Labs (เดิมชื่อ Binance Labs) เข้าลงทุนเพิ่มเติมในเดือนเมษายน 2024 ตามข้อมูลของ Protos ต่อมาโปรเจกต์ขยายไปสู่ผลิตภัณฑ์ผลตอบแทนแบบ CeDeFi และสินทรัพย์โลกจริงที่แปลงเป็นโทเคน พร้อมเคยประกาศแผนเสนอหุ้นแปลงเป็นโทเคนจากสหรัฐฯ ยุโรป ฮ่องกง และญี่ปุ่นด้วย
📎 ข่าวที่เกี่ยวข้องจาก Bitcoinaddict.com
ติดตามความเคลื่อนไหวในวงการ Bitcoin Restaking เพิ่มเติมได้จากที่เราเคยรายงานไว้
👉 StakeLayer ประกาศเปิดตัว Bitcoin Restaking L2 ตัวแรกของโลก
🔗 อ้างอิงต้นฉบับ: The Block, Protos
💬 ความเห็นบรรณาธิการ Bitcoinaddict
เคสนี้น่าสนใจตรงที่ไม่ใช่การแฮกกระเป๋าหรือขโมยกุญแจส่วนตัวแบบที่เจอบ่อย แต่เป็นช่องโหว่ระดับโครงสร้างพื้นฐานของบล็อกเชนเอง ซึ่งเกิดจากการที่ BounceBit สร้างเครือข่ายของตัวเองบนสแต็กของโปรเจกต์อื่นที่เลิกพัฒนาไปแล้ว ทำให้ทางเลือกเดียวที่เหลือคือปิดเครือข่ายแล้วย้ายไปพึ่งเชนที่มีทีมดูแลต่อเนื่องแทน เป็นบทเรียนที่ชัดเจนสำหรับโปรเจกต์อื่นที่สร้างบล็อกเชนของตัวเองด้วยโค้ดจากโปรเจกต์ third-party ว่าความเสี่ยงไม่ได้อยู่แค่ตอนเปิดตัว แต่รวมถึงช่วงที่โปรเจกต์ต้นทางเลิกดูแลไปแล้วด้วย
— รายงานโดยทีมข่าว Bitcoinaddict.com